เสียง....จากครูดอย
สายลมหนาวพัดโบกโบย พลิ้วดูแล้ว สวยใสใส เย็นลมเย็นพลิ้วไหวไหวสวยงาม
บ้านอยู่ไกล ทุรกันดาร...... เมื่อได้ฟังเพลงนี้ครั้งใด ทำให้อดนึกถึงเด็กๆที่อยู่โรงเรียนบ้านยางครก อำเภอ อมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ทุกครั้งไป ที่ฉันได้มีโอกาสไปเยือนและใช้ชีวิตอยู่กับเขาในเวลาหนึ่งในฐานะของครูอาสา เด็กๆที่นั่นน่ารักทุกคน มีน้ำใจและมารยาทงาม ทุกครั้งที่ฉันตื่นเช้ามาพวกเขาจะมารออยู่ที่บ้านพักครูแต่เช้าตรู่ เพื่อที่จะได้ไปใส่บาตรด้วยกัน แล้วก็มาช่วยกันถือของไปโรงเรียนซึ่งอยู่ไม่ไกลนัก ฉันรู้สึกได้ว่าพวกเขารักครูของพวกเขามาก ไม่ว่าครูคนไหนจะย้ายมาสอนเด็กๆที่นี่ก็จะให้ความสนใจครู โดยการไปเฝ้ารอครูแต่เช้า ตอนเย็นก็รอกลับบ้านพร้อมกัน เด็กๆจะทำแบบนี้ทุกวันทำให้ฉันยังคงจดจำภาพของเด็กทุกคนได้เป็นอย่างดี ว่าพวกเขามีความรัก เอาใจใส่และดูแลครูของเขาแค่ไหน
ครูทุกคนที่นี่ส่วนใหญ่เป็นครูที่สอบบรรจุมาจากในจังหวัดเดียวกัน และบางคนก็มาจากภาคอีสานแต่ถึงอย่างไรเมื่อได้มาอยู่ที่นี่แล้วทุกคน ก็ต่างล้วนทำหน้าที่ของตนเองอย่างดีที่สุด ทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจ ให้กับการสอนอย่างเต็มที่ เมื่อมาได้เรียนรู้เด็ก วิถีชีวิตความเป็นอยู่ อาหารการกินบนดอยที่ทรกันดาร จะเข้าเมืองแต่ละทีต้องเดินทางด้วยความยากลำบาก ทำให้ฉันอดคิดไม่ได้ว่า ทำไมพวกเขาอยู่ได้ คำตอบที่ได้รับก็คือ "ไม่อยากทิ้งเด็ก" แปลกดีเหมือนกัน ถ้าไม่ได้สัมผัสกับตนเองก็คงตอบไม่ได้แบบนี้อย่างแน่นอน เพราะถ้าเลือกได้ทุกคนก็คงเลือกความสบายกันมากกว่าที่จะไปอยู่ที่ลำบาก
ครูที่นี่นอกจากเตรียมการสอนแล้วยังต้องเตรียมทั้งอาหาร ยารักษาโรค ทุกๆอย่างก็ว่าได้ ครูที่มีบ้านอยู่ในตัวเมืองจะกลับบ้านทุกๆวันศุกร์ และกลับไปด้วยภาระหน้าที่ ต้องเตรียมรายการอาหารของแต่ละสัปดาห์ว่าจะซื้อผัก หมู มาผัดหรือแกงทำอะไรให้เด็กได้กินกันดี พอกลับขึ้นมาทีหนึ่งพร้อมสัมภาระเป็นคันรถกระบะ ผักและผลไม้เต็มไปหมด เพราะต้องการให้เก็บไว้ได้หนึ่งอาทิตย์ ให้เด็กๆได้กินอาหารครบห้าหมู่ ตามเมนูที่ถูกสั่งนั้นถูกกลั่นกรองไว้แล้ว ครูแต่ละคนจะผลัดกันมาช่วยทำอาหารกลางวันตามชั่วโมงว่างของแต่ละคนในแต่ละวัน ส่วนครูที่สอนก็ดูแลความเรียบร้อยภายในห้องเรียนของตนเอง และดูแลเด็กระหว่างเตรียมตัวพาไปเข้าแถวเดินไปโรงอาหาร พวกเขารู้หน้าที่ตัวเองดีว่าครูไม่พอเด็กที่โตกว่าจะมาช่วยครูดูแลน้องๆ ให้อยู่ในความเป็นระเบียบเรียบร้อย
เด็กชายบาโจ๊ะ และเด็กหญิงไหล่พละ ตัวแทนของเด็ก ม.3 สองคนนี้เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก ทั้งสองคนเป็นเด็กชาวเขาปากะญอ อยู่อย่างลำบากน่าสงสาร อย่าเรียกว่าบ้านเลยกระท่อมดีๆนี่เอง ส่วนบ้านพักครูก็ดีแต่ไม่มากนักพอหลบฝน หลบหนาวกันได้ ใกล้ค่ำแล้ว ขณะที่จะเดินทางกลับเข้าเมือง ครูพบเด็กหญิงไหล่พละ ก็เลยถามว่าไปไหนมา เด็กตอบว่าเพิ่งกลับบ้านมา ครูก็ถามต่อเพิ่งลงรถเหรอคะ แต่คำตอบคือ ไม่ใช่ค่ะเดินข้ามเขามาเพราะว่าไม่มีรถ ไม่อยากจะเชื่อเลยเดินกลับบ้านได้ยังไง ครูทุกคนที่ได้ยินคำตอบของไหล่พละก็ต่างพากันสงสาร เด็กผู้หญิงเดินทางไปไหนคนเดียว อันตรายมาก เด็กกลับบ้านทุกๆเดือนเดินข้ามเขาเป็นลูกเลยไม่มีใครอยากเชื่อ แต่ก็เป็นไปแล้ว โชคดีมากที่ไหล่พละพบครูระหว่างทางไม่อย่างนั้นเธอต้องเดินกลับอีกกี่กิโลจะถึงหมู่บ้าน
อีกภาคเรียนเดียว บาโจ๊ะและไหล่พละ ก็จะจบม.3 แล้ว ไม่รู้จะมีเงินเรียนต่อหรือไม่ ที่บ้านฐานะยากจน ก่อฟืน หุงข้างกินเอง ทีวีก็ไม่มีดู อยากดูก็ไปอาศัยบ้านข้างๆแต่ต้องแลกด้วยการช่วยเขาเก็บกวาดบ้าน ล้างจาน เขาก็แบ่งปันกัน ช่วยเหลือโดยการแบ่งกับข้าวก็คือ น้ำพริก กับผักมาให้ได้กินกัน บางครั้งครูก็ให้มาช่วยทำกับข้าวที่บ้านพักครูแล้วก็กินด้วยกัน ก่อนกลับบ้านเด็กสองคนนี้ก็ขยันขันแข็ง ช่วยครูกันเป็นอย่างดี รีบกินแล้วก็ต้องรีบเดินกลับบ้าน ตอนเช้าค่อยมาล้างจานเพราะตอนกลางคืนอากาศหนาวแล้วมืดมาก ต้องออกไปล้างจากนอกบ้านพักครู การอาบน้ำของครูก็ต้องต้มอาบ แต่เด็กสองคนนี้ก่อนที่จะต้มน้ำอาบได้ ต้องลงไปตักน้ำมาใส่ตุ่มเสียก่อน ไฟก็หลอดเล็กๆพอมองเห็นทางขึ้นบ้าน ทุกคนได้แต่สงสารเมื่อได้เห็นตอนไปเยี่ยมบ้านเด็ก ไหล่พละถูกทิ้งให้อยู่คนเดียวเพราะพ่อไปทำงาน ส่วนแม่เสียชีวิตนานแล้ว ส่วนบาโจ๊ะอยู่กับยายมาตั้งแต่เด็ก พ่อแม่ทิ้งไว้กับยาย ยายก็แก่มากแล้วทุกๆกลางวันบาโจ๊ะ จะเอากับข้าวของตัวเองห่อมาเผื่อยายเสมอเพื่อนๆต่างพากันรู้ดี เด็กๆทุกคนในหมู่บ้านมีความรักและเอาใจใส่กันดี บ้านไหนใครไม่สบายก็จะวิ่งไปบอกครู ทุกคนได้มีส่วนร่วมดูแลกันเสมอ
หน้าที่ครูไม่เพียงแต่สอน สิ่งที่ยิ่งใหญ่ไปกว่านั้น คือ การให้ ครูไม่เคยเรียกร้องสิ่งใด หวังเพียงสิ่งที่ครูทำไปนั้น เป็นความหวังดีกับพวกเขาทุกคน และหน้าที่ที่ครูต้องทำตอนนี้คือ โอกาสที่จะให้เธอทั้งสองคนได้เรียนต่อ ได้มีอนาคตที่ดีๆ จะได้กลับมาพัฒนาหมู่บ้านของตนเอง กลับมาช่วยเหลือน้องๆรุ่นหลัง และเป็นแรงเป็นกำลังช่วยครูต่อไป วันนี้เด็กทั้งสองคนได้เรียนต่อในโรงเรียนประจำอำเภออมก๋อยแล้ว เพราะความดี ความกตัญญูของเขาเอง ที่ตั้งใจเรียน เป็นเด็กดีมาโดยตลอดทุกคนต่างหาทุนมาช่วยเหลือได้ และยังมีเด็กๆอีกหลายคนที่ไม่ต่างไปจากพวกเขา ทำให้คำตอบที่ครูบอกว่าไม่อยากย้ายไปอยู่ที่ไหน ก็ด้วยเหตุผลนี้เอง ถึงฉันจะได้กลับมาจากเชียงใหม่ แต่ความรู้สึกและความทรงจำดีๆเหล่านั้น ยังคงตราตรึงในใจฉันเสมอ รวมทั้งตัวอย่างของชีวิตครูที่เราไม่สามารถเห็นได้ในอีกด้านหนึ่งของความเป็นจริง แต่เมื่อได้สัมผัสมาแล้วน่าศรัทธา และหวังเพียงว่าอย่าทิ้งเด็กๆเหล่านั้น
ถึงแม้เราจะเป็นเพียง ครูดอย ที่ใครๆเขาเรียกกัน แต่เชื่อเถอะว่าเรามีจิตวิญญาณของความเป็นครูอยู่เต็มหัวใจ......
สุขสันต์วันครูนะคะ
ยินดีด้วยครับ คุณเป็นครูที่ดี มากขอชมเชยครับ
ครูคือเรือจ้าง
คือกัลยานมิตรของศิษย์
คือพ่อพิมพืแม่พิมพ์ของชาติ
คือปูชนียบุคคล
ครับ
ยินดีด้วยครับ คุณเป็นครูที่ดี มากขอชมเชยครับ
ครูคือเรือจ้าง
คือกัลยานมิตรของศิษย์
คือพ่อพิมพืแม่พิมพ์ของชาติ
คือปูชนียบุคคล
ครับ
ตอนนี้ผมกำลังเรียนรู้การบันทึกในบลอก ไม่มีคนสอนทำไม่เป็น ช่วยแนะนำหน่อยสิ
ผมมีข้อมูลที่จะลงไว้ให้ศึกษามากมายเลยครับ
แลกเปลี่ยนเรียนรู้ครับ
ขอเป็นกำลังใจให้คุณครูทุกท่าน โดยเฉพาะในถิ่นไกล ครับ
สิ่งที่คุณครูทำประเสริฐยิ่งครับ หวังว่าสักวันเรื่องอย่างนี้จะหมดไปจากสังคมไทย
มาฟังเสียงของครูดอย ;)...
ขอชื่นชมในหัวใจความเป็นครู และขอให้กำลังใจครับ ;)...
คุณครู คือ ผู้สร้างโลก ด้วยการสร้างศิษย์
สุขสันต์วันครูครับคุณครู...
ขอบคุณครับ
ขอบคุณทุกความเห็นค่ะ