มีคนตั้งคำถามว่าคิดยังไงถึงไปเรียนแกะสลักผลไม้ ทั้งๆที่ควรได้ พักผ่อนตามสบายในวันหยุด รู้ว่าคงเหนื่อย แต่อยากซึมซับสุนทรียภาพของชีวิตในแง่มุมอื่นบ้าง ไปเรียนแค่วันเดียว ก็รู้ว่าตัวเองไม่ได้ตัดสินใจผิด การจดจ่ออยู่กับ ปลายมีดขณะกรีดลวดลายอ่อนช้อยทำให้จิตใจสงบเยือกเย็นได้ดียิ่ง และที่ไม่น่าเชื่อคือ ได้เห็นภาพ tacid knowledge ชัดเจนมากขึ้น อาจารย์ผู้สอนเป็นผู้สูงวัย ที่เฝ้าพร่ำบอกเราอยู่เสมอว่า หากไม่ถ่ายทอดภูมิปัญญาของตนให้แก่คนรุ่นหลัง สิ่งที่เป็นคุณค่าเหล่านี้ก็จะสูญหายไปพร้อมกับชีวิตของอาจารย์ เราก็เลยคิดต่อว่า ทำ tacid knowledge ให้เป็น explicit knowledge เลยดีมั้ย อย่างน้อยก็มีเอกสารองค์ความรู้ไว้อ้างอิง หรือใช้ประกอบการสอนก็ได้ (เผื่อเราจบหลักสูตรไปนานแล้ว วันนึงอารมณ์ดีอยากแกะดอกโบตั๋นขึ้นมาบ้าง แล้วนึกไม่แน่ใจว่าจะแกะยังไง จะได้เปิดเอกสารดูได้) ไหนๆเราก็ได้รู้จักศิลปินที่รับจ้างเขียนภาพผนังโบสถ์แล้ว (กัลญาณมิตรที่รู้จักใน ชั้นเรียนแกะสลักนั่นแหละ) เราเองก็ช่างบันทึก ทำงานเอกสารความรู้ร่วมกัน ให้อาจารย์และให้เพื่อนร่วมรุ่น คงจะดีไม่น้อย เห็นมั้ย คิดไม่ผิดจริงๆที่ไปเรียนแกะสลัก