สวัสดีค่ะพี่น้องผองเพื่อนทุกท่าน ผ่านมาหลายปีแล้วนะคะสำหรับบรรยากาศเด็กๆในช่วงที่เป็นเด็ก ปกติวันเด็กดิฉันก็จะนำลูกหลานไปเที่ยว และร่วมกิจกรรมที่ทางเทศบาลจัดขึ้นค่ะ

    ปีนี้โรงพยาบาลของเราจัดก่อนเนื่องจากวันพุธจะเป็นคลินิกโรคหอบหืด จะมี case มากกว่าทุกวันก็เลยเลือกวันที่ 5 มกราคม 2554 จัดงานวันเด็กที่คลินิกเด็ก โดยมีเจ้าหน้าที่ประจำคลินิกเป็นผู้รับผิดชอบ ส่วนท่านอื่นๆถ้าว่างก็ไปร่วมงานกัน

        กิจกรรมมีทั้งวาดภาพ ระบายสี ตอบปัญหาและให้แสดงความสามารถ บรรยากาศเต็มไปด้วยความสนุกสนาน และผ่านไปด้วยดีค่ะ

           ท่านผอ. นพ.อภิชัย ลิมานนท์ มาให้กำลังใจด้วยค่ะ

 

             นี่คือบางส่วนของ ของขวัญ ที่นำมามอบให้เด็กๆค่ะ

 

" เด็กน้อย " คนนี้อยากได้ โดเรมอน กอดเอาไว้ไม่ยอมวางเลยค่ะ

 

        เด็กๆและผู้ปกครองกำลังสนุกสนานกับกิจกรรมบนเวทีค่ะ

 

                         ผู้ใหญ่ข้งล่างนี้มาช่วยลุ้นค่ะ

 

 

        พอถึงวันเด็กจริงๆคือวันเสาร์ที่ 8 มกราคม 2554 บรรดาเด็กโข่งทั้งหลายในก๊วนของเราก็ชวนกันไปเที่ยว

        ตอนแรกว่าจะไปที่วังน้ำเขียว แต่จองที่พักไม่ทัน เต็มหมดเลย เพื่อนคนหนึ่งก็เลยประสานไปที่ "หาดน้ำพรม" จังหวัดชัยภูมิ ไม่แน่ใจว่าเป็นที่เดียวกับที่น้อง "ทิมดาบ" พูดถึงหรือเปล่าเพราะติดต่อน้องเค๊าไม่ได้ค่ะ

     เพื่อนกลุ่มที่ไปด้วยกันนี้สนิทกันที่สุดเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็กๆรู้จักกันหมดทั้งครอบครัว มีทั้งที่อยู่กรุงเทพฯ โคราช และเยอะที่สุดก็คือที่บรบือ ระยะทางไม่ใช่อุปสรรคไกลแค่ไหนก็มาได้ถ้าเพื่อนชวน เรียกว่า "วัดใจ"กันทีเดียว

 

        จุดนัดหมายของเราอยู่ที่ปั๊ม ปตท.ทางออกไปบ้านไผ่ เวลา 06.00 น. แต่กว่าจะได้ออกจริงๆก็เวลา 06.55 น.โดยมีรถ 3 คันแล่นตามกันไป และแวะรับประทานอาหารเช้ากันที่ ร้าน "ไก่ย่างวิเชียรบุรี" ที่อยู่ตรงข้ามกับปั๊ม ปตท. ที่อำเภอแก้งคร้อ จังหวัดชัยภูมิ ในเวลา 08.55 น. เอ๊ะ ! ทำไมลงที่เลข 55 เหมือนเดิมล่ะ

       ที่นี่ดิฉันได้รู้จักกับพ่อค้าตัวน้อยๆ 2 คนที่ช่วยพ่อแม่เสิร์ฟอาหารและล้างถ้วยชามอย่างคล่องแคล่ว

      ทั้งๆที่วันนี้เป็น"วันเด็ก" แทนที่จะไปเที่ยวตามประสาเด็กแต่พวกเค๊ากลับเลือกที่จะช่วยพ่อแม่ทำมาหากิน ดิฉันเฝ้าดูพฤติกรรมของเด็กน้อยตั้งแต่เริ่มเข้าร้าน มีลูกค้าอยู่ 2 โต๊ะโดยเฉพาะกลุ่มที่มาใหม่(พวกเราเอง)มีแต่เร่งด่วน เค๊าก็วิ่งเสิร์ฟโดยไม่บ่นสักคำ พอน้องเค๊ามาล้างชามก็เลยเข้าไปคุยด้วยค่ะ

        คนพี่ชื่อน้องแบงค์ เรียนอยู่ชั้นม. 3 ส่วนคนน้องชื่อน้องแบต เรียนอยู่ชั้นป. 3 ค่ะ ทั้งสองคนน่ารักมากค่ะ

 

                            น้องแบงค์ และน้องแบตค่ะ

 

             หลังจากรับประทานอาหารเสร็จพวกเราก็มุ่งหน้าสู่ " หาดน้ำพรม"เพื่อชมความงามของธรรมชาติและมาถึงที่หมายในเวลา 10.30 น. ค่ะ น้ำใส ทิวทัศน์รอบๆก็สวยงามมาก

                 เชิญลงแพได้แล้วค่ะ

 

         ปลานึ่งแจ่วนี่แหละ หนูช้อบ ชอบ ค่ะ

 

        "เด็กน้อย"เหล่านี้สนุกกันเต็มที่เลยค่ะ

 

          พวกเราสั่งอาหารมารับประทานรอเพื่อนๆจากกรุงเทพฯและโคราชที่จะตามมาสมทบ จนถึงเวลา 14.00 น.จึงได้ออกเรือ มีชาวบ้านนำส้มโอมาขายอยู่ริมน้ำทำให้ได้บรรยากาศไปอีกแบบ จากนั้นก็มีคุณยายท่านหนึ่งพายเรือมาจอดเทียบ มีมะพร้าว หอยขม และผักบุ้ง มาขายด้วย ดิฉันก็เลยเหมามะพร้าวทั้งหมดแถมให้ทิปด้วย ทำเอาคุณยายยิ้มแฉ่ง โบกไม้โบกมือตามจังหวะเพลงอย่างสนุกสนาน

                         กระท่อมด้านหลังน่าปลีกวิเวกมากค่ะ

 

                          น้ำมะพร้าวหวานกำลังดีเลยค่ะ

 

                          สองคนนี้มาขายส้มโอค่ะ

 

     เรือกลับเข้าเทียบท่าในเวลา 17.20 น.จากนั้นก็เข้าที่พักที่ "ลีลาวดีรีสอร์ท"ซึ่งอยู่ในเขตอำเภอเมืองชัยภูมิและค้างที่นี่ 1 คืนค่ะ

 

           

                        นี่คือ " โอนโหล่นซา " ค่ะ

 

                พักผ่อนเต็มที่ก็ สดชื่นนนนนน แบบนี้ล่ะค่ะ

 

   รุ่งเช้ากว่าจะเสร็จภาระกิจและออกเดินทางต่อก็ปาเข้าไป 09.40 น. มุ่งหน้าไปที่ "มอหินขาว " ที่พี่เบิร์ด ธงไชย แมคอินไตย เคยโฆษณาให้กับการท่องเที่ยวฯอยู่พักหนึ่ง แต่ตอนนี้ไม่เห็นแล้ว

      ทางขึ้นเขาลำบากพอสมควรเพราะฝุ่นเยอะ ขอบอกไว้เลยว่าท่านที่จะไป ไม่ควรล้างรถก่อน เพราะเสียดายตังค์เปล่าๆ สงสารชาวบ้านแถวนั้นมากเพราะรถผ่านทีฝุ่นฟุ้งตลบเลย จนต้องเขียนป้ายติดไว้ที่เสาไฟฟ้าตรงทางเข้าหมู่บ้านว่า " เบาๆ ฝุ่น"

       พอไปถึงก็ตื่นตา ตื่นใจกับภูเขาหินก้อนมหึมา พวกเราได้ที่จอดรถในเวลา 10.00 น. พอดี ตอนแรกก็หนักใจว่าแดดเปรี้ยงออกขนาดนี้คงร้อนแย่ พอก้าวขาลงจากรถเท่านั้น สายลมเย็นชื่นฉ่ำก็ปะทะเข้าอย่างจัง ดิฉันถึงกับยืนยกมือรับและสูดอากาศเข้าปอดอย่างเต็มที่ค่ะ

               ลืมตัวไปค่ะ นึกว่าตัวเองเป็นนักวิ่ง 4 X 100

 

        สองท่านนี้ ขึ้นไปโอบกอดก้อนหินอย่างมีความสุขค่ะ

                      สูงนะเนี่ย ยังปีนขึ้นไปเย้ๆอยู่ได้

 

อ้าว อ้าว ปีนขึ้นไป ถ้าเด็กๆทำคงน่ารักเนาะ แต่นี่"เด็กน้อย"ทำ มันยังไงก็ม่ายยยยรู้ อิอิ

 

       จากนั้นดิฉันก็วิ่งๆๆๆๆไปรอบๆอย่างสนุกสนานเต็มที่ชนิดลืมอายุไปเลย โดนทั้งแดด ทั้งลม ก็ไม่หวั่น หลังจากชื่นชมอย่างเต็มที่แล้วโปรแกรมต่อไปคือน้ำตกตาดโตน แต่ถ้าไปเล่นน้ำและกินข้าวตรงนั้น คงใช้เวลานานแน่ๆก็คุยกันใหม่ว่า "กลับดีกว่า" เพราะคืนนี้อย่างไรเสียดิฉันก็ต้องกลับถึงบ้านก่อน 2 ทุ่ม เพราะคืนนี้ " แมนยูฯ เจอกับ ลิเวอร์พูล" เวลา 20.30 น. พลาดไม่ได้โดยประการทั้งปวง

         ก็เลยเข้ามารับประทาอาหารกลางวันกันที่ตัวเมือง ร้านนี้ก็เจอพนักงานเสิร์ฟตัวจิ๋วอีกคน น่ารักมาก จำชื่อไม่ได้แล้วค่ะ

       นี่ไงคนเก่งของเราอีกคน ทำงานอย่างคล่องแคล่วทีเดียวค่ะ

 

        ออกจากร้านอาหารก็แวะบ้านเพื่อนที่อำเภอบัวใหญ่ ก่อนกลับซื้อซาลาเปาที่ขึ้นชื่อของที่นี่กลับมาฝากญาติๆด้วยค่ะ

        กลับถึงบ้านโดยรถยนต์เวลา 18.00 น.ค่ะมีเวลาไปร่วมงานปีใหม่ที่บ้านผู้ใหญ่บ้านแป๊บนึงก่อนกลับมาดูบอลต่อ

        แล้วทีมเราก็สามารถเอาชนะได้โดยการยิงลูกโทษของขวัญใจคนเดิมของคุณยายค่ะ Ryan Giggs จอมเก๋านั่นเอง เย้ เย้ สบายใจจังเล้ยยยยย 

         เอ ! เริ่มต้นจากวันเด็ก ไหงมาลงที่ฟุตบอลได้ สงสัยคนเขียนคงสับสน ขอพักก่อนแล้วกันค่ะ พบกันใหม่เบรคหน้านะคะ บาย...ค่ะ