ในช่วงระยะเวลาไม่กี่เดือนนี้  มีความต้องการในการจัดโครงการด้าน KM ค่อนข้างมาก  ซึ่งเป็นความต้องการจากทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย  ไม่ว่าจะเป็นความต้องการที่จะเชิญอาจารย์และบุคลากรไปเป็นวิทยากรกระบวนการให้กับการประชุมที่เจ้าภาพจัดขึ้น  โครงการที่เราจัดให้กับบุคลากรในมหาวิทยาลัย หรือโครงการในลักษณะที่ให้เราเป็นผู้แนะนำรูปแบบการจัดประชุมทั้งการจัดห้องและกำหนดการ  ได้แก่

1.  โครงการ “สัมมนาเชิงปฏิบัติการ การจัดการความรู้ของเครือข่ายการพัฒนาบัณฑิตอุดมคติไทยเขตภาคเหนือ”   วันที่ 7 – 8  ส.ค. 49

2.  KM Workshop สำหรับผู้นำนิสิตมหาวิทยาลัยนเรศวร   (วันที่ 2 – 3  ก.ย. 49)

3.  การเสวนาเครือข่ายจัดการความรู้ระหว่างมหาวิทยาลัย  ครั้งที่ 8 (4 /2549)  ในหัวข้อ  “การพัฒนาทุนมนุษย์สู่องค์กรเรียนรู้”   (วันที่ 2 – 4  พ.ย. 49)

     โดยแต่ละโครงการมีผู้เข้าร่วมค่อนข้างมาก (เกิน 50 คน ซึ่งเป็นจำนวนที่เราคิดว่ากำลังพอเหมาะกับการ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ (ลปรร.)) ซึ่งในบางครั้งผู้เข้าร่วมมากถึง 100 – 120 คน ซึ่งบางครั้งก็จะมีข้อจำกัดในเรื่องสถานที่ และบุคลากร QAU ในฐานะผู้จัดทีมคุณอำนวยและวิทยากรประจำกลุ่มเพื่อให้เกิดการ ลปรร. ที่มีคุณภาพ  เนื่องจากเรามีความเชื่อว่าการที่จะจัดโครงการ KM นั้น  การสร้างให้ผู้ที่เข้าร่วมประทับใจและศรัทธาในกระบวนการ KM จะทำให้มีผู้เข้าร่วมที่เข้าใจและสามารถนำไปใช้ในหน่วยงานของตนเองได้ต่อไป  (เป็นตัวคูณที่ดีของ KM ต่อไปอีก)  โดยเฉพาะโครงการที่มีลักษณะเป็นเครือข่ายอยู่แล้วซึ่งเราหวังผลค่อนข้างสูง  แต่หากจัดแบบเตรียมการค่อนข้างน้อย (คิดน้อย) จะทำให้ผู้เข้าร่วมเกิดความคิดด้านลบและไม่ศรัทธากับ KM โครงการล้มเหลว สิ้นเปลืองงบประมาณ  ดังนั้นคุณอำนวยและวิทยากรกระบวนการก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่จะส่งผลสำเร็จดังกล่าวข้างต้น 
    
     ซึ่งโครงการที่มีผู้เข้าร่วมค่อนข้างมากดังกล่าวข้างต้นเราจึงแก้ปัญหาโดยการแบ่งห้องประชุมออกเป็น 2 ห้อง โดยแต่ละห้องจะมีคุณอำนวยประจำห้องทั้ง 2 ห้อง  และมีกลุ่มย่อยประมาณ 5-6 กลุ่มโดยแต่ละกลุ่มจะมีวิทยากรกระบวนการประจำกลุ่ม  ซึ่งก็จะต้องใช้จำนวนวิทยากรฯ ค่อนข้างมาก เราจึงได้ใช้โอกาสในการประชุมเตรียมการโครงการ “สัมมนาเชิงปฏิบัติการ การจัดการความรู้ของเครือข่ายการพัฒนาบัณฑิตอุดมคติไทยเขตภาคเหนือ”  (วันอังคารที่ 2 ส.ค. 49) เพื่อเป็นการเริ่มต้น "โครงการการฝึกอบรมคุณอำนวยและวิทยากรกระบวนการจัดการความรู้มหาวิทยาลัยนเรศวร รุ่นที่ 1" ซึ่งในวันนี้จะเป็น การอบรมภาคทฤษฎี ให้กับบุคลากรที่เราเห็นว่ามีหน่วยก้านดีและเคยเข้าร่วมโครงการด้าน KM มาแล้ว  จำนวน 21 คน  เพื่อเข้ามาอบรมกับในภาคทฤษฎี  (แต่เนื่องจากผู้เข้าร่วมอบรมยังมีข้อสงสัยและอยาก ลปรร. กันค่อนข้างมากจึงทำให้ วันเดียวไม่พอ ขอพบกันต่ออีกครั้งในช่วงเย็นของวันพุธที่ 3 ซึ่งผลก็ทำให้เกิดความเข้าใจและคลายความกังวลในการเข้าทำหน้าในกลุ่มที่เราจะขอใช้คำแทนตัวเองว่า observer ประจำกลุ่มแทนคำว่าวิทยากรประจำกลุ่ม  เพื่อเข้าไปทำหน้าทีพร้อมกับเรียนรู้กระบวนการในกลุ่มซึ่งจะต้องแสดงตัวตนน้อยที่สุดแต่ก็พร้อมที่จะเข้าช่วยเหลือหรือแนะนำสมาชิกในกลุ่มในส่วนของกระบวนการและเครื่องมือ KM ได้ตลอดเวลา แบบ อยู่ห่างๆ อย่างห่วงๆ
)  และหลังจากนั้นแต่ละท่านที่ได้ผ่านการอบรมในวันนี้ก็จะได้เข้าอบรมภาคปฏิบัติ  ซึ่งจะได้ปฏิบัติงานในสถานการณ์จริง (Learning by working)  กับโครงการที่กำลังจะมีขึ้นทั้ง 3 โครงการข้างต้น  ซึ่งเมื่อผ่านการอบรมทั้ง 2 ภาคแล้ว  ผู้เข้าร่วมฝึกอบรมมีความรู้ ความเข้าใจในแนวคิด  หลักการ  และสามารถปฏิบัติหน้าที่คุณอำนวย และวิทยากรกระบวนการในกิจกรรมด้านการจัดการความรู้ทั้งในและนอกมหาวิทยาลัยนเรศวร  โดยมีการประกาศรายชื่อผู้มีความสามารถปฏิบัติหน้าที่คุณอำนวยและวิทยากรกระบวนการด้านการจัดการความรู้โดยอาศัยกระบวนการดังกล่าว   ซึ่งจะส่งผลให้การขับเคลื่อนด้านการจัดการความรู้ภายในมหาวิทยาลัยนเรศวจะมีพลังมากยิ่งขึ้น