ของขวัญวันเด็กอันล้ำค่า....คือการสอนให้เด็กรู้คิด...เริ่มจากบทเพลงหน้าที่ของเด็ก

 

 

    

   งานวันเด็กแห่งชาติในเมืองไทยครั้งแรกนั้น จัดขึ้นในวันจันทร์แรกของเดือนตุลาคม พ.ศ.2498 และได้จัดติดต่อกันมาเป็นประจำทุกปี จนถึง พ.ศ.2506  และเปลี่ยนไปจัดงานวันเด็ก ในวันเสาร์ที่ 2 ของเดือนมกราคม (เพราะเป็นช่วงที่พ้นจากฤดูหนาวมาแล้ว และเป็นวันหยุดราชการทำให้เกิดความสะดวก)

 

      สถาบันครอบครัว  องค์กรและหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนล้วนให้ความสำคัญกับการจัดงาน เพื่อให้วันของเด็กมีสีสัน และสร้างบรรยากาศให้เป็นวันแห่งความสุขของเด็กๆ  อย่างแท้จริง ... มีกิจกรรมหลากหลาย ที่ช่วยส่งเสริมเด็กให้กล้าแสดงออก  ให้คิดสร้างสรรค์  ให้เกิดประสบการณ์จากการท่องเที่ยว  ซึ่งเริ่มจากกิจกรรมเล็กในครอบครัว   และสังคม ตลอดจนถึงกิจกรรมระดับชาติที่เปิดโอกาสเด็กๆ เช่น ผู้แทนสภานักเรียนซี่งได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับนายกรัฐมนตรี อย่างใกล้ชิด  แม้เด็กๆ ที่อยู่ในเขตแดนที่ห่างไกลและทุรกันดาร ที่ได้พูดคุยผ่าน ผ่านระบบวีดีโอคอนเฟอร์เรนท์  ล้วนเป็นการจุดประกายให้เด็ก  รู้จักคิด...และพัฒนาตนเองให้ก้าวสู่สังคมของผู้ใหญ่ผู้มี วัฒนธรรมแห่งการคิด  ...พลังแห่งการฝึกคิด...เป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ที่จะช่วยแก้ปัญหาและพัฒนาชาติบ้านเมืองต่อไป…

 

      บรรยากาศวันเด็กแห่งชาติทุกปี  จะมีเพลงที่ใช้ขับขานให้ความสำคัญของงานวันเด็กยิ่งขึ้น คือ เพลง "หน้าที่ของเด็ก" หรือที่เรียกกันติดปาก ว่าเพลง "เด็กเอ๋ยเด็กดี"  ซึ่งประพันธ์คำร้อง - ทำนองโดย ครูชอุ่ม ปัญจพรรค์ และครูเอื้อ สุนทรสนาน   เนื้อเพลงอันไพเราะ  มีเนื้อหาเพื่อกระตุ้นให้เด็กตระหนักถึงบทบาทอันสำคัญของตน  ปลูกฝังให้เด็กรู้จักสิทธิ หน้าที่ ความรับผิดชอบ ระเบียบวินัย ที่มีต่อตนเองและสังคม มีความยึดมั่นในสถาบันชาติ และศาสนาเตรียมพร้อมให้ตนเองเป็นกำลังอันสำคัญของชาติ เชื่อว่าทั้งเด็กและผู้ใหญ่จดจำเนื้อร้องได้เป็นอย่างดี

 

เพลง "หน้าที่ของเด็ก"

เด็กเอ๋ยเด็กดี  ต้องมีหน้าที่สิบอย่างด้วยกัน  (ซ้ำ)

หนึ่ง... นับถือศาสนา

สอง... รักษาธรรมเนียมมั่น

สาม ...เชื่อพ่อแม่ครูอาจารย์

สี่... วาจานั้นต้องสุภาพอ่อนหวาน

ห้า... ยึดมั่นกตัญญู

หก ...เป็นผู้รู้รักการงาน

เจ็ด... ต้องศึกษาให้เชี่ยวชาญ  ต้องมานะบากบั่น ไม่เกียจไม่คร้าน

แปด... รู้จักออมประหยัด

เก้า... ต้องซื่อสัตย์ตลอดกาล  น้ำใจนักกีฬากล้าหาญ  ให้เหมาะกับกาลสมัยชาติพัฒนา

สิบ... ทำตนให้เป็นประโยชน์  รู้บาปบุญคุณโทษ สมบัติชาติต้องรักษา เด็กสมัยชาติพัฒนา จะเป็นเด็กที่พาชาติไทยเจริญ

เด็กเอ๋ยเด็กดี ต้องมีหน้าที่สิบอย่างด้วยกัน

เด็กเอ๋ยเด็กดี ต้องมีหน้าที่สิบอย่างด้วยกัน  (ซ้ำตั้งแต่ต้นอีกครั้ง)

    เพลง "หน้าที่ของเด็ก" เป็นของขวัญวันเด็กอันล้ำค่าสำหรับเด็ก....ถ้าผู้ใหญ่จะช่วยกันสอนเสริมเพื่อให้เด็กรู้คิดและปฎิบัติตนตามเนื้อหาของบทเพลง “หน้าที่ของเด็ก” ได้ เพราะบทเพลงนี้มีเนื้อหาสอดคล้องกับคุณลักษณะอันพึงประสงค์ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งมีจุดเน้นให้เด็กๆ สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างมีความสุขในฐานะเป็นพลเมืองไทยและพลโลก  คือ  ๑.  รักชาติ  ศาสน์ กษัตริย์  ๒.  ซื่อสัตย์สุจริต  ๓.  มีวินัย  ๔. ใฝ่เรียนรู้  ๕. อยู่อย่างพอเพียง  ๖.  มุ่งมั่นในการทำงาน  ๗.  รักความเป็นไทย ๘.  มีจิตสาธารณะ

   ผู้เขียนได้จัดกิจกรรมการเรียนการสอน  ให้แก่นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3  ซึ่งเป็นวัยเด็กระยะสุดท้ายได้ฝึกการคิดด้วยกิจกรรมการพูดอภิปราย ในหัวข้อ หน้าที่ของเด็ก โดยเน้นให้เด็กพูดถึงหน้าที่ของตนให้สอดคล้องกับหน้าที่ทั้ง 10 ข้อในเนื้อเพลง"  เป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ กับเพื่อนร่วมชั้นเรียนในช่วงวันเด็กของทุกๆปี พบว่า เด็กๆสามารถสะท้อนเรื่องราวอันเป็นสื่อให้เพื่อนได้พัฒนาการคิดต่อไปได้  นอกไปจากความสนุกสนานกับการฟังเพื่อนๆพูดและได้คิดตาม คาดว่าแนวคิดของบางคนอาจอาจส่งผลให้เพื่อนๆได้คิด ได้เห็นแบบอย่างที่ดีแล้วนำไปใช้เป็นแนวทางในการะฒนาตนเองด้วยก็ได้….

 

        วันเด็ก....เป็นวันที่ผู้เขียนไม่อยากพบไม่อยากเห็นเด็กไทย... พูดจาหยาบคาย ... ไม่เชื่อฟังครู... อกตัญญูต่อพ่อแม่...ท้อแท้กับการทำงาน...เกียจคร้านเรื่องการศึกษา  ทำตัวเป็นปัญหาและเพ้อฝัน  เหยียดหยันภูมิปัญญาไทย  ไม่ใส่ใจเศรษฐกิจพอเพียง.

 

สุดท้ายขออวยพรให้เด็กไทยได้รู้คิด รอบคอบในการพัฒนาตนเอง...ให้ก้าวไกลไปสู่มาตรฐานสากล และบำเพ็ญตนให้มีจิตสาธารณะ ให้สอดคล้องกับคำขวัญวันเด็ก

 ปี 2554 ที่ว่า... “รอบคอบ  รู้คิด  มีจิตสาธารณะ”

 

สุขสันต์วันเด็กกันทุกคนนะคะ...เด็กไทย