"เรามีแก้วน้ำใบหนึ่ง  ต่อมาเราทำมันแตก  เราเสียใจ  ทำไมเราจึงเสียใจ  เพราะเราไม่รู้จักแก้วน้ำตามความเป็นจริงว่ามันเป็นของที่แตกได้  ไม่วันใดก็วันหนึ่ง  แต่เราไม่ค่อยได้คิดกัน  เมื่อแก้วน้ำแตกจึงเป็นทุกข์  เพราะเราไปยึดว่ามันเป็นของเรา  ทุกข์เพราะเราคิดว่า  มันไม่น่าแตก  ทุกข์เพราะความผิดหวัง"เป็นข้อความที่ปกหลังหนังสือเล่มที่ปรากฏในภาพข้างล่างนี้

         "ทำความเข้าใจเกี่ยวกับภาวนา" โดยพระโพธิญาณเถร (ชา สุภัทโท)  วัดหนองป่าพง จังหวัดอุบลราชธานี  คราวอบรมพุทธบริษัท

        ได้นำหนังสือเล่มนี้ไปถ่ายเอกสาร  เพื่อแจกจ่ายให้ผู้ที่มาเยี่ยมและมีความต้องการที่จะเรียนรู้เกี่ยวกับการภาวนา  เวลานี้มีอยู่ ๑๒  เล่ม  หากท่านใดต้องการโปรดแจ้งในเม้นท์นะคะ  ยินดีจัดส่งให้ถึงมือผู้รับด้วยความจริงใจ และไม่ขอรับสิ่งตอบแทนใด ๆ

        เป็นหนังสือเล่มบาง ๆ ๓๔ หน้า อ่านแล้วเข้าใจง่าย ถึงแก่นถึงใจ โดนใจ  ทำให้มีพลังในความศรัทธาอย่างแท้จริง

        ขอคัดลอกหน้า ๑ และบางตอนมาให้อ่านก่อนว่า "เทศน์ให้ฟังมันก็สบาย  มันไม่ยาก มันยากแต่คนจะทำตาม  ฟังดูซิมันใช่หรือไม่  คนทำตามยาก ทำยากนักก็เลยไม่ทำเสียเลย เทศน์น่ะมันไม่ยาก พูดเอา พูดเอา พวกเราคนฟังซิยาก แต่ก็ยังอยากฟังเทศน์อยู่นั่นแหละ ฟังไป ฟังไป กี่พรรษาก็ปานนั้น (ก็เท่านั้น) ทำเหมือนควายเฒ่ากินฟาง  เอาแต่เคี้ยว ไม่ยอมกลืนสักที อย่างว่าแหละ พูดเรื่องที่คนอื่นมองไม่เห็นด้วย คนทำได้ก็อาจจะเคืองอยู่เหมือนกัน ของอย่างนี้ใครก็รู้ด้วยไม่ได้"

        อีกตอนหนึ่งท่านสอนว่า "เรื่องธรรมะก็เหมือนกัน ธรรมะเป็นเรื่องของเรานี่แหละ  มันไม่มากไปกว่านี้หรอก  จะไปพูดเรื่องอะไรมันถึงจะรู้หากไม่พูดเรื่องของเจ้าของ (ตัวเอง) พระพุทธองค์กล่าวว่าโอปนยิโก ให้น้อมเข้ามา น้อมเข้ามาใส่ในใจของเรา....จึงเป็นเรื่องของเราทั้งหมด"

        เมื่ออ่านเล่มนี้ได้เข้าใจแล้ว  จะทำให้การปฏิบัติได้ง่ายขึ้น  เพราะแรงบันดาลใจถูกกล่าวไว้ในหนังสือเล่มนี้ทั้งหมด

        ฉันเป็นผู้ที่ถูกครอบครัวกำหนดและบังคับให้อ่านหนังสือ "ธรรมะ" และหนังสือที่เกี่ยวกับคำสอนของพระพุทธเจ้า  หรือหลักธรรมต่าง ๆ มาตั้งแต่วัยเยาว์  เข้าใจบ้าง ไม่เข้าใจบ้าง  เคยไปฝึกนั่งสมาธิกับครอบครัวบ้างโดยการบังคับ  แต่ก็ไม่เป็นผลอะไร  นั่งสมาธิไปก็หลับไป 

         ภายหลังเมื่อมีความทุกข์บีบคั้น  ก็หาโอกาสหันหน้าเข้าหาที่พึ่งทางใจ อย่างลองผิด ลองถูก เพราะเหมือนเป็นการหักดิบ และเกิดอาการ "หลงวัด" ไประยะหนึ่งนานพอสมควร  ผลที่ได้คือความอดทนเป็นเลิศ  และทำให้มีพื้นฐานการปฏิบัติที่ได้รับจากการสอนของพระอาจารย์มาพอบ้าง  แล้วลุกขึ้นพยายามใหม่โดย  "การเรียนรู้  การสนทนาธรรมกับผู้รู้  และความพยายามฝึกปฏิบัติไปเรื่อย ๆ จนทุกวันนี้"