สวัสดีค่ะ วันก่อนได้นำเสนอแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่อง บุญ ทาน และศีล วันนี้ขอแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่อง ภาวนา..ทางมาแห่งคุณสมบัติ
ภาวนา เป็นบุญอย่างหนึ่งในบุญกิริยาวัตถุ 10 ประการ เรียกว่า ภาวนามัย เป็นบุญที่ยิ่งใหญ่กว่าทานและศีล เพราะนำไปสู่หนทางมรรคผงนิพานได้
การทำสมาธิภาวนา หมายถึง การทำจิตให้สงบ และทำให้ปัญญาเกิดขึ้นด้วยการิจารฝึกฝนอบรมจิต
การทำสมาธิภาวนาแบ่งเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือ
- สมถภาวนา คือ การอบรมใจให้สงบ ให้หยุดนิ่งเป็นอารมณ์เดียวโดยใช้สติเป็นหลัก
- วิปัสสนาภาวนา คือ การอบรมปัญญาให้เกิดขึ้นโดยการปฏิบัติธรรมและใช้ปัญญาพิจารณาสภาวธรรม ทำให้เกิดความรู้แจ้งจนจิตเป็นอิสระ ไม่ถูกครอบงำด้วยกิเลสและความทุกข์
ทราบนะว่า การทำสมาธิภาวนามีกี่ประเภท ที่นี้มาดูซิว่าจะออกแบบชีวิตด้วยภาวนาอย่างไร
การออกแบบชีวิตด้วยภาวนา
จากการศึกษาทางวิทยาศาสตร์พบว่า การทำสมาธิภาวนาอย่างสม่ำเสมอจะช่วยพัฒนาศักยภาพของสมองให้ดีขึ้นซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเรียนและการทำกิจการงานต่างๆ ได้มากขึ้น เพราะโดยปกติแล้วคนเราดึงเอาความสามารถที่มีอยู่ออกมาใช้ได้ไม่เกิน 10 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น
พบความสุขที่แท้จริงในตัวเราด้วยสมาธิ
ความสุขที่เกิดจากการทำสมาธินี้ มีถึง 3 ชั้น คือ
1.ความสุขในปัจจุบัน
เมื่อฝึกสมาธิในระดับเบื้องต้น เพียงแค่ปลอยวางใจให้ผ่อนคลายจากเรื่องราวต่างๆ ก็จะทำ ให้ใจเป็นสุขได้ในระดับหนึ่ง
2. ความสุขในสัมปรายภพ
ผู้ที่หมั่นเจริญสมาธิภาวนา ทำจิตให้ผ่องใส ห่างไกลจากกิเลสอาสวะอยู่เสมอๆ เมื่อละจากโลกนี้ไปจะได้ไปเสวยสุขในสวรรค์ต่อไปอีก
3.ความสุขอย่างยิ่ง คือ นิพพาน
การเจริญสมาธิภาวนายังเหตุให้หลุดพ้นจากกิเลสอาสวะ บรรลุถึงความสิ้นทุกข์ เข้าถึงสุขที่แท้จริงในนิพพาน ไม่ต้องเวียนว่ายตายเกิดอีกต่อไป
ดิฉันคิดว่าถ้ามนุษย์ธรรมอย่างเรา ๆ แค่ขั้นที่ 1 ก็ขอให้ทำให้ได้ เพราะมันยากมาก วันนี้ ก็ขอแค่นี้ก่อนนะค่ะ โปรดติดตามต่อไป
อนุโมทนาสาธุด้วยครับ
อนุโมทนาบุญด้วยนะ คุณครูจินตนา จริงอย่างที่ครูจิ๋วว่า เมื่อจิตเข้าสัมผัสสุขระดับหนึ่งในองค์สมาธิ นั้นคือลักษณะของความดับจากอารมณ์ ที่ฟุ้ง อันเป็นเหตุให้ตั้งอยู่ได้ไม่นาน -อาการที่ตั้งอยู่ได้ไม่นานนี้เองที่เรียกว่าทุกข์ เมื่อจิตเข้าสัมผัสกับอาการที่ไหวตัวอยู่ตลอดเวลาของสิ่งต่างๆรอบตัวเรา เราจึงทุกข์ แต่จะทำยังถ้าจะต้องประสบกับมัน ก็คงต้องใช้สมาธิเข้าสยบระงับ