การบ่มเพาะ "สภาวะเปี่ยมพลังกายและใจ" นั้นสำคัญไฉน ?


"สภาวะเปี่ยมพลังกายและใจ" สามารถบ่มเพาะขึ้นมาได้ด้วยตนเอง ดึงพลังศักยภาพได้ และควบคุมได้ด้วยตนเองด้วย !

สวัสดีครับ คนเรานั้นในบางครั้งจะเปี่ยมด้วยพลัง จะทำอะไรก็รู้สึกคล่องตัวดีไปทั้งหมด เช่น สมองแล่น คิดได้รวดเร็ว ความจำแม่นยำ พูดได้คล่องปาก รู้สึกยินดีและภาคภูมิใจจากภายใน อีกทั้งเปี่ยมด้วยพลังชีวิตชีวาอีกด้วย

           แต่ทำไมบางครั้งจึงมีความรู้สึกตรงกันข้าม กล่าวคือ ท้อถอย เบื่อหน่าย เจ็บปวด หนดเรี่ยวแรง ซึมเศร้า ซบเซา ถอดใจยอมจำนน ฯลฯ

           ที่เป็นเช่นนี้เพราะเกิดการเปลี่ยนแปลงสภาวะกายและใจ ที่ไม่สามารถควบคุมได้ด้วยตนเองนั่นเอง ทุก ๆ ท่านที่ไม่ได้ผ่านการฝึกไม่ว่าจะฝึกเอง หรือไม่มีครูฝึกสอนก็ตาม ....

           ความสามารถในการฝึกดึงพลังศักยภาพ เพื่อบ่มเพาะให้เกิด "สภาวะเปี่ยมพลังกายและใจ" มีอยู่แล้วในทุก ๆ ท่าน ตั้งแต่เกิดครับ เป็นไปได้ทุกคนที่จะฝึกการบ่มเพาะสภาวะพลังดังกล่าว ซึ่งเป็นทั้งการฝึกศิลปะการควบคุมตัวเองอยู่ในตัวด้วย เมื่อได้ผ่านการฝึกฝนเตรียมความพร้อมไว้แล้ว ก็สามารถดึงพลังศักยภาพจากภายใน อันเกี่ยวกับพลังสภาวะดังกล่าว ได้ตามต้องการทุก ๆ ครั้งที่ต้องการ อีกทั้งเป็นการฝึกให้ตนตื่นตัวมีชีวิตชีวาและพร้อมด้วยพลังอยู่เสมอในระดับที่มากกว่าบุคคลธรรมดาทั่วไป ตามแนวทางการฝึกดังต่อไปนี้

           1. สร้างสภาวะผ่อนคลาย ด้วยจินตภาพ และการฉายภาพยนตร์ทางใจ 

                  เริ่มปฏิบัติโดยเข้าสู่สมาธิ "ผ่อนคลายกายและใจ" ในสภาวะที่กายและใจกำลังผ่อนคลายอยู่นั้น ให้กำกับการสร้างภาพยนต์ในใจด้วยตนเอง ให้เป็นไปในบทบาทที่ต้องการ ทำซ้ำหลาย ๆ รอบก็ยิ่งดี ทำต่อเนื่องสักระยะหนึ่งก็จะเกิดการตกผลึกในสมอง แล้วสมองจะได้รับการปลูกฝังพลังไว้ในใต้สำนึก ให้เป็นไปตามอัตโนมัติเชิงพฤติกรรมตามที่ต้องการ ซึ่งเป็นการบ่อเพาะอุปนิสัยให้เป็นไปตามที่ต้องการนั่นเอง

           2. ดึงพลังความรู้สึกดี ๆ หรือความสำเร็จประทับใจจากภายใน

               ดึงเอาความรู้สึกดี ๆ ที่เก็บสะสมไว้อยู่ในใจแล้วนั้นออกมาใช้สมทบให้เป็นประโยชน์ด้วย แล้วหาโอกาสขยายผลด้วยการทำกิจกรรมสัมพันธ์ให้เกิดผลสำเร็จมากยิ่งขึ้น สมองก็จะหลังสารความสุขสมทบพลังอีกด้วย ทำให้อยากทำซ้ำอีก ซึ่งเกื้อหนุนให้ผลที่ได้รับได้รับการขยายพลังเพิ่มมากขึ้นเป็นทวีคูณ ซึ่งทำให้พลังที่ได้รับนั้นเพิ่มมากขึ้น ๆ อย่างต่อเนื่องด้วย 

           3. ขับเคลื่อนขยายผลด้วย Power Move เพื่อเพิ่มพลังระดับหนึ่ง

               ได้แก่การขับเคลื่อนร่างกายประกอบไปด้วยการใช้เสียงดังทำไปด้วยพร้อมกับความรู้สึกในตอนกระทำประกอบไปด้วย ซึ่งเป็นการปลุกสมองให้ดึงพลังในส่วนที่เป็น "สภาวะเปี่ยมพลังกายและใจ" ออกมาใช้ให้เป็นประโยชน์ ซึ่งเป็นการเสริมแรงซึ่งกันและกันให้ทวีความแรงกล้ายิ่งขึ้น ๆ ตามลำดับ

           4. ขับเคลื่อนขยายผลด้วย ด้วยภาษาจิตสมอง ภาค แสง เสียง และสัมผัสความรู้สึก (VAK)

                  กิจกรรมที่ทำให้ข้อนี้เป็นการสร้างพื้นฐานพลังด้าน "พลังรวมแห่งความเป็นคน" ซึ่งหมายถึงพลังสมอง ร่างกาย และจิตใจ รวมเข้าด้วยกัน กิจกรรมที่ทำคล้าย ๆ กับในข้อ 3 ต่างกันอยู่ที่ค่อยทำค่อยไปอย่างสุภาพ ไม่เข้มข้นฉับพลังอย่างในข้อ 3 เท่านั้นเองครับ 

           5. ฝังขุมพลังแห่งความรู้สึกดี ๆ ด้วยการมุ่งสู่เป้าหมายใหม่ที่ท้าทาย และบ่มเพาะต่อเนื่องสะสมไว้ พลังก็จะมีมากขึ้น ๆ เรื่อย ๆ อย่างไร้ขีดจำกัด ครับ

               กิจกรรมนี้กระทำอย่างทันท่วงที ข้อสำคัญคือต้องทำเดี๋ยวนั้น ในขณะที่เกิดความรู้สึกดี ๆ ถึงจุดสุดยอดพอดี ซึ่งเป็นการฉลองความรู้สึกดี ๆ ให้แก่ตนเองนั้นเอง โดยการกำหมัดชีขึ้น หรือกระโดดขึ้นสูงพร้อมส่งเสียงแสองความยินดี หรือคุกเข่ากราบพื้นดิน หรืออื่น ๆ แล้วผู้ฉลองนิยม และทำได้สะดวก ณ ขณะนั้น ก็ถือว่าใช้ได้ครับ ...

               สรุป เมื่อทำดังนี้จะเป็นผลดีสุด ๆ สำหรับผู้ที่หมั่นฝึกฝนเตรียมความพร้อมสำหรับผู้ที่หวังดีต่อตนเอง และเป็นแบบอย่างที่ดีสำหรับผู้คนเมื่อพบเห็น เพราะว่าในสภาวะปกติ จะเป็นคนตื่นตัว ตื่นใจ และพลังวังชาชีวิตชีวาดีกว่าบุคคลธรรมดา และในภาวะที่สำคัญ ก็เกิดความสามารถพิเศษที่จะดึงออกมาเป็นสภาวะเปี่ยมพลังกายและใจได้ตามที่ต้องการ ..... ดูในตอนต่อไป "การเปลี่ยนอารมณ์ท้อถอย หดหู่ ให้เป็นความเบิกบาน เปี่ยมด้วยพลังสู้"

หมายเลขบันทึก: 418730เขียนเมื่อ 7 มกราคม 2011 06:58 น. ()แก้ไขเมื่อ 12 กุมภาพันธ์ 2012 17:56 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (1)

สวัสดีครับท่านผู้สนใจ .....

บทความนี้ใช้ร่วมกับ การเปลี่ยนอารมณ์ "ท้อถอย หดหู่" ให้เป็น "ความเบิกบาน ฮึกเหิม สู้งาน" ครับ เมื่ออ่านบทความนี้แล้วขอแนะนำให้ท่านอ่าน บทความการเปลี่ยนอารมณ์ด้วยครับ จึงจะสมบูรณ์

ด้วยความปราถนาดี

Brain Switch

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี