เภสัชฯ มน. เรียนกันอย่างไร?   ชั้นปีที่ 1-2 ก็เป็นการเรียนวิชาพื้นฐานของมหาวิทยาลัย และมีวิชาคณะบ้างเล็กน้อย  ส่วนปี 3-4 ก็เรียนวิชาเฉพาะสาขาที่เกี่ยวกับ แพทย์ เภสัช  ส่วนปี 5 ก็ทำโปรเจค และปี 6 สุดท้าย จะเป็นการฝึกงานทั้งปีเลย 6 วิชา วิชาละ 5 หน่วยกิต  ฝึกในแหล่งฝึกที่คณะฯจัดหาไว้ให้ อยู่ทั่วประเทศ นิสิตก็เลือกกันเอง  แต่หลักๆ ตลอดการศึกษานิสิตต้องเกี่ยวข้องอยู่ในหน่วยงาน 2 แห่งนี้ คือ 1.     คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร   หน้าที่หลักคือสร้างความรู้ ความเข้าใจ  สั่งสมองค์ความรู้ทางวิชาการให้กับนิสิต และสร้างบรรยากาศ ทัศนคติ ที่ชวนให้นิสิตเกิดเป้าหมายในการเรียนเพื่อดูแล รักษา ผู้ป่วย มีความภาคภูมิใจต่อวิชาชีพที่สามารถช่วยให้คนมีคุณภาพชีวิตที่ดี รวมถึงระยะเวลาการศึกษาจะช่วยให้นิสิตได้รู้จัก เข้าใจตัวเอง มากขึ้น เป็นการเรียนรู้เชิงทฤษฎี เพื่อให้มีความรู้ ใช้ความรู้ และสร้างความรู้   ICT (Explicit Knowledge) 2.     แหล่งฝึก   มีหน้าที่หลักในการช่วยให้นิสิตเกิดความชำนาญ โดยการนำความรู้เชิงทฤษฎี มาประมวลเชื่อมโยงกับสถานการณ์จริง เพื่อให้เกิดความรู้ที่ชัดแจ้ง (Combination)  ซึ่งกระบวนการฝึกงานช่วยให้นิสิตเรียนรู้จากประสบการณ์ตรง โดยนิสิตจะได้เผชิญกับสภาพจริง หรือสภาพคล้ายจริง เพื่อฝึกการวิเคราะห์ ตัดสินใจ และแก้ไขปัญหา ในสถานการณ์นั้นๆ ได้  แต่ยังอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของอาจารย์แหล่งฝึกอย่างไรก็ตาม ทั้ง 2 หน่วยงานมีหลักในการสอนที่สอดคล้องกับ พรบ. การศึกษาที่เน้นบูรณาการความรู้  โดยใช้ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เป็นเครื่องมือ  จัดกระบวนการเรียนการสอนที่เน้นให้นิสิตสามารถนำความรู้ ไปประยุกต์ใช้ได้จริง โดย   Ÿ       เรียนไปปฏิบัติไป (Learning by Doing) ศึกษากรณีศึกษาที่ได้จากสถานการณ์จริง  Ÿ     การสอนบูรณาการแบบสอดแทรก (Infution) ประเด็นต่างๆ ทั้งด้านวิชาการ จริยธรรม คุณธรรม มนุษยสัมพันธ์ จิตวิทยา การสื่อสาร ให้นิสิตคิดแบบองค์รวม กระตุ้นให้นิสิตได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับอาจารย์แหล่งฝึก บุคลากรทางการแพทย์ สหสาขาวิชาชีพ  นิสิตจะได้เข้าสู่ Ÿ     การเข้าสู่กระบวนการทางสังคม (Socialing action) ให้ฝึกงานในแหล่งฝึกเพื่อใช้ชีวิตประจำวันที่ต้องพบปะกับบุคคลหลากหลาย สภาพแวดล้อม สถานการณ์ ความกดดัน ความรับผิดชอบ เพื่อให้เกิดการคิด วิเคราะห์ ทำความเข้าใจ หาเหตุ และหาผล  เกิดเป็น Ÿ     การถ่ายโยงการเรียนรู้ (transfer of learning) จากทฤษฎีสู่การปฏิบัติจริง และเกิดเป็นนวัตกรรมในบริบทของการให้บริบาลของเภสัชกร ในประเทศไทย