ปี ๒๕๕๓ เป็นปีที่มีความวุ่นวาย ยุ่งเหยิง ทุกข์ยากสำหรับคนจำนวนมากจากเหตุการณ์บ้านเมืองและภัยธรรมชาติ ซึ่งผู้เขียนก็เป็นหนึ่งในนั้นเช่นกัน แต่เมื่อพิจารณาให้ดี ในความยุ่งเหยิง วุ่นวาย ทุกข์ยาก นั่นแหละก็ได้เห็นสิ่งเล็กสิ่งน้อยที่อาจมองข้ามคุณค่า ความดี ความงามที่มีอยู่ในสรรพสิ่ง ด้วยมัวไปปรุงแต่งซ้ำเติมทุกข์ที่เกิดขึ้นแล้วให้ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ทับท่วมทวีคูณจนแทบหายใจไม่ออก
เมื่อตั้งสติได้ ความทุกข์ก็ค่อยๆลดลง มองเห็นสิ่งสวยงามเล็กๆที่มีอยู่รอบตัว
น้ำที่ท่วมบ้านปีนี้ถึงสองระลอก แต่ละครั้งสร้างความเสียหายมากมาย ยาวนาน แต่สิ่งดีที่เกิดขึ้น คือ คนข้างกายและผู้เขียนปรึกษากันว่าเราต้องทำชีวิตให้อยู่ที่บ้านนี้ให้มีความสุขให้ได้ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการขนย้ายของและความเสียหายที่จะมากับน้ำท่วมแต่ละครั้ง ซึ่งเราคิดว่าความผิดปกติของธรรมชาตินับวันจะมีความรุนแรงและมีความถี่ยิ่งขึ้น
ทุกข์ครั้งนี้จึงเกิดปัญญา และ คิดพึ่งตนเอง ไม่รอพึ่งเขื่อนและการบริหารน้ำฝีมือมนุษย์ เพราะเขื่อนและฝีมือมนุษย์หรือจะสู้ฤทธิ์แม่ธรรมชาติ
คนข้างกายจึงจัดการหาทีมช่างมา “ดีดบ้าน” ซึ่งทรุดอยู่มุมหนึ่ง เทคาน ลงเสากันใหม่เสริมให้แข็งแรง เห็นการทำงานของช่างแล้วทึ่ง เป็นคนวัยยังหนุ่มแน่น เขาเล่าว่าก็ได้ทำงานกับเถ้าแก่ของเขาเรียนรู้งานจนชำนาญจึงแยกคณะออกมา คณะนี้ผ่านงานดีด-ยกอาคารพวกโบสถ์มาหลายงาน ถึงขนาดบอกว่าจะดีด-ยกอาคารหมุนกลับสามร้อยหกสิบองศายังได้ เครื่องมือที่ใช้ก็ไม่เห็นมีอะไรไฮเทค
ตอนนี้บ้านก็ตั้งตรง มั่นคงเรียบร้อยแล้ว คนงานกำลังทำเขื่อน และขุดหลุมลงเข็มเรือนครัวใหม่ที่จะสร้างแยกจากบ้านออกไปให้อยู่ในความสูงเท่ากับชั้นสองโดยมีทางเดินเชื่อมต่อจากชานด้านบน
ดีดบ้าน-ดีดใจ ไปพร้อมๆกัน เราจะไม่ใช้ชั้นล่างอย่างที่เคยใช้ จะทุบ รื้อผนังให้เป็นห้องโล่ง อาจกั้นแค่มุ้งลวดให้ลงไปนั่งเล่นใต้ถุน และเป็นที่เก็บเรือ เหมือนที่ชาวบ้านฉลาดๆเขาทำกัน
คนข้างกายบอกว่าหากไม่สามารถทำให้บ้านเป็นที่อยู่ร่วมกับธรรมชาติได้ก็เสียชาติเกิดเป็นคนอยุธยา ที่ “น้ำหลาก” เป็น ฤดูกาล ไม่ใช่ “ภัยธรรมชาติ” หากน้ำมาคราวหน้าเขาบอกให้ชวนเพื่อนฝูงกรุงเทพมานอนเล่นชมความงามยามน้ำมากให้ชุ่มใจไปเลย
ผู้เขียนจึงขอทำตัวให้สบาย รอรับอานิสงค์ จะเป็นอย่างไรก็ดีทั้งนั้น
คนงานคณะนี้ทำงานแบบเหมาค่าแรง เขาขยันกันมาก ใกล้ๆเจ็ดโมงเช้าเขาก็เข้ามาทำงานกันแล้ว แปดโมงพักทานข้าว กว่าจะเลิกงานเย็นก็ห้าโมงครึ่ง
ตอนเช้าผู้เขียนจะได้ยินเสียงเด็กที่ยังพูดไม่ค่อยชัดนัก แต่พูดแจ้วๆ โผล่ไปดูจึงเห็นเด็กผู้ชายหน้าตาน่าเอ็นดู ป้วนเปี้ยนอยากช่วยพ่อ หยิบโน่น ยกนี่อย่างแข็งขัน ทั้งๆที่ตัวนิดเดียวแต่ก็อยากมีส่วนร่วมในสิ่งที่ผู้ใหญ่กำลังทำ เขามีชื่อที่ใครได้ยินต้องยิ้ม คือ
“นับตังค์”
ท่ามกลางความอึกทึกในการทำงานของคนงาน ซากหักพังหลังน้ำไปหมด สองสามวันที่ได้อยู่บ้านแบบปลอดโปร่งไม่มีงานนอกบ้าน ผู้เขียนจึงได้มีโอกาสใช้สิ่งเหล่านี้พิจารณาธรรม เห็นความไม่แน่นอนมากมาย ในขณะเดียวกันก็เห็นความหวังมากมายเช่นกัน เพราะ ผลจากความไม่แน่นอน จึงได้มีการเริ่มต้นใหม่ ได้ซ่อม ได้ปรับปรุงบ้านให้เหมาะสมกับ “ภูมิ” หรือ แผ่นดิน และ ปัญญา ที่ยังมีอยู่

ได้เห็นความงามของผู้คนที่แม้ใช้แรงงานเขาก็มีความหมาย มีภูมิปัญญา มีศักดิ์ศรี ได้เห็นความน่ารักของเด็กน้อย “นับตังค์” ที่มีความสุข สนุกสนานอยู่กับพื้นที่อาชีพของพ่อแม่ตน ไม่ต้องรอมีความสุขเมื่อได้ไปเที่ยวสวนสนุก
ความสุข สำหรับผู้เขียนจึงอยู่แค่ปลายจมูกนี่เอง
มีสติรู้ระลึกตนอยู่กับปัจจุบันขณะได้เมื่อใด ใจไม่คิดปรุงแต่ง ความสุขเกิดขึ้นได้ทันที เมื่อใจสงบ มีความเป็นปกติ เป็นความสุขเล็กๆที่ให้ตนเองได้ ไม่ต้องรอขอจากใคร

ในปีพุทธศักราช ๒๕๕๔ ขออาราธนาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลกอำนวยพรให้ทุกท่านมีความสุขกาย สบายใจ ให้ปีใหม่นี้เป็นปีที่เต็มไปด้วยความหวังอันรุ่งโรจน์ในการเกื้อกูลกันระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ มนุษย์กับธรรมชาติ และ มนุษย์กับสิ่งเหนือธรรมชาติ จนเกิดเป็นความสำเร็จดังใจหวังทุกประการนะคะ

สวัสดีค่ะ
หนูรีแวะมาเยี่ยมด้วยความคิดถึงค่ะ คิดถึงทุกคราที่เก็บผีเสื้อได้...
ส่งกำลังใจให้ทุกอย่างผ่านพ้นด้วยความเรียบร้อยและมีความสุขน่ะค่ะ
สวัสดีค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ ขอเป็นกำลังใจให้นะคะ ยังไงธรรมชาติก็คงไม่เลวร้ายเสมอไปไช่ไหมคะ สู้สู้ค่ะ
สวัสดีค่ะคุณหนูรี ขอบคุณสำหรับกำลังใจนะคะ พี่ก็เชื่อว่าทุกอย่างก็จะผ่านพ้นไปได้ดีค่ะ เพียงแต่เราต้องใจเย็น ไม่รุ่มร้อน เร่งรัดให้ทุกอย่างเป็นไปตามใจที่ปรุงแต่ง ความอยาก พอมองเห็น เข้าใจแล้วก็เบาสบายใจค่ะ อากาศวันไหนเย็นมากหน่อยจะมีหมอกลงเหนือแม่น้ำ ดื่มกาแฟเช้าได้บรรยากาศจริงๆเลยค่ะ สายน้ำก็เรียบสงบมาก เมื่อยังไม่มีเรือผ่านมา จะเห็นระลอกน้ำเป็นริ้วเล็กๆจากลมที่พัดเอื่อยๆ นกก็ยังมากมาย แต่ช่วงนี้ผีเสื้อน้อยมากค่ะ
ฝีมือคุณหนูรีเก็บภาพผีเสื้อได้ยอดเยี่ยมจริงๆ ตัวนี้สมบูรณ์มาก หนังสือผีเสื้อ ลงภาพแทบจะมุมเดียวกับที่คุณหนูรีถ่ายเลยค่ะ นี่คือ ผีเสื้อแพนซีฟ้า Blue Pansy: Junonia orithya เพศผู้ ค่ะ เพศเมียไม่สวยเท่า เพราะเพศเมียมีพื้นปีกสีน้ำตาล ไม่ใช่สีฟ้าสดใสอย่างเพศผู้ หนังสือยังบอกว่าพบเพศผู้บ่อยกว่าเพศเมีย สงสัยรู้ตัวว่าหล่อเลยโชว์ตัวบ่อย เพศเมียไม่สวยเท่าเลยต้องเก็บตัว^_______^
สวัสดีค่ะคุณtew ขอบคุณที่มาแวะทักทายทำความรู้จักกัน ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันค่ะ
ธรรมชาติเป็นไปตามเหตุปัจจัย เลวร้ายหรือไม่เป็นการกำหนดด้วยใจของเราเอง หากเราเข้าใจ ยอมรับและจัดการวิถีชีวิตให้อยู่อย่างสอดคล้องเกื้อกูลกันก็สามารถมีความสุขได้อยู่ค่ะ
อรุณสวัสดิ์ค่ะพี่นุชสุดสวาทบาดใจ
ส่งกำลังใจให้พี่นุชและคนข้างกายพี่นุชนะคะ เชื่อว่าความรักจะชนะอุปสรรคทุกสิ่งอย่าง
เพิ่งเคยได้ยินคำว่า ดีดบ้าน .. บ้าน ไม่ว่าจะอย่างไรก็ยังเป็นวิมานในใจเรานะคะ
ธรรมชาติ ดอกไม้ สายน้ำ น้องหมา ยังสดใส สวยงามจัง ชอบน้อง นับตังค์ น่ารักจัง
(แหมทำให้คิดถึงเจ้า เก็บตังค์น้อย เลยทีเดียว) เด็กๆ มีความสุขได้ทุกสถานที่นะคะ
มาทายทัก ในวันครอบครัว วันป้องกันอุบัติภัยแห่งชาติ สุขสันต์กับธรรมชาติเจ้าค่ะ
อรุณสวัสดิ์ค่ะน้องปูจ๋า
ขอบคุณสำหรับกำลังใจค่ะ คนข้างกายพี่นั้นงานมากมายแต่ก็จดจ่อดูให้ช่างทำงานที่บ้านเราแบบตามติด เขาไม่เพียงให้บ้านเป็นที่อยู่อาศัยสุขสบายแค่เราเท่านั้น เขาคิดถึงขนาดให้ที่บ้านเราเป็นสถานที่ผู้คนได้มาแวะ ได้เห็นการอยู่ร่วมกับธรรมชาติ การใช้ชีวิตที่แม้ไม่หรูหราด้วยวัตถุแต่ร่ำรวยด้วยธรรมชาติและสุนทรีย์แห่งวัฒนธรรมความเป็นคนไทยค่ะ ตามประสาคนมีวิญญาณความเป็นครูบาอาจารย์ค่ะ
การดีดบ้านเป็นภูมิปัญญาช่างจริงๆค่ะ มหัศจรรย์ ระหว่างที่เขาทำงานที่ชั้นล่าง เราสามารถอยู่บนบ้านได้ตามปกติและไม่ต้องขนย้ายข้าวของด้วยค่ะ
ช่วงปลายปีว่าจะอยู่บ้านไม่ไปไหนไกล กลัวไปพานพบพวกไร้สติ มึนเมา ขับรถไร้ความรับผิดชอบ แต่ก็มีเหตุจำเป็นให้ต้องไปเชียงใหม่ในวันสองวันนี้ค่ะ
สวัสดีค่ะ
แวะมาส่งความระลึกถึงค่ะ...เป็นกำลังใจนะคะ...
น้องกลับมาบ้านรับปีใหม่ค่ะพี่นุช
นั่งอ่านบันทึกนี้อย่างช้า ๆ
ดีดบ้าน-ดีดใจ
มีสติรู้ระลึกตนอยู่กับปัจจุบันขณะได้เมื่อใด ใจไม่คิดปรุงแต่ง ความสุขเกิดขึ้นได้ทันที เมื่อใจสงบ มีความเป็นปกติ เป็นความสุขเล็กๆที่ให้ตนเองได้ ไม่ต้องรอขอจากใคร
ได้ข้อคิดจดไว้เตือนใจ
นับเป็นพรปีใหม่ที่มีคุณค่ายิ่ง ค่ะ
น้องขออาราธนาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากลโลก ดลบันดาล ความสุขสมหวัง สุขภาพแข็งแรงแด่พี่นุช ผู้เปี่ยมสติปัญญา และความเข้าใจในธรรม ธรรมชาติ ค่ะ
สวัสดีค่ะพี่คุณนายฯ
แวะมาอีกรอบพร้อมคำถามค่ะ
ตัวนี้ค่ะ
ขอบคุณน่ะค่ะ
มาขอรับพรจากพี่นุชด้วยค่ะ นานๆจะแว๊บๆเข้ามา g2k สวัสดีปีใหม่นะคะ
*พี่ใหญ่ขอชื่นชมการ "ดีดใจ" ให้พ้นจากความทุกข์ที่มาแล้วและผ่านไปแล้วค่ะ..นี่คือตัวอย่างที่ดีของการเข้าถึงแก่นพุทธธรรม ในการเกิดปัญญารู้แจ้ง..รู้เท่าทัน ในความไม่เที่ยงแท้ของสรรพสิ่งในโลก..
*พี่ใหญ่ขอส่งความสุขดีๆในปีใหม่ที่กำลังจะมาถึงนะคะน้องนุชและคนข้างกาย..
เรียน คุณน้า ดร.ยุวนุช
ติดตาม เรื่อง ดีๆ มี คุณค่า มา ตลอด และ ห่วง ใย ยาม ทุกข์ ยาม สุข คุณน้านุช จาก บลอก์.. ด้วย อานิสงฆ์ ที่ น้านุช ใฝ่ ธรรมมะ ปฎิบัติธรรม มีความ น่ารัก มี แต่ ให้ ซึ่ง ความรู้ มา ตลอด ...สิ่ง ที่ เป็น อุปสรรค ก็ แคล้วคลาด เข้า สู่ ภาวะ ปกติ เหมือน เดิม เชื่อ ใน เรื่อง การ ทำบุญ ผล แห่ง บุญ ก็ ได้ กับ ตัว เองและ ครอบครัว ใน โอกาส ปีใหม่ 2011 มา ถึง พี่ติ๋ว พี่วุธ ทิมมี่ ขอ ให้ คุณน้า นุช ที่ มาก ด้วย ความ ความ น่ารัก...มี ความสุข มากๆๆ สิ่ง ที่ ผ่าน มา เชื่อ ว่า เป็น นิมิตร หมาย อัน ดี เป็น ปี ทอง ของ น้านุช และ ครอบครัว คะ ด้วย ความ ระลึก ถึง.....
สวัสดีปีใหม่ ๒๕๕๔ ค่ะ อาจารย์ ดร.ยุวนุช =)
ขอบคุณมากค่ะ สุขสันต์วันปีใหม่๒๕๕ ค่ะคุณพี่นุช
(ปีใหม่ ๒๕๕๔ นะคะ ตกเลข๔ค่ะ)
ปลูกบ้านใหม่หรือยังค่ะถ้ายัง สนใจปลูกบ้านลอยน้ำมั๊ยค่ะ ถ้าน้ำไม่ท่วมก็อยู่บนพิ้นเหมือนบ้านปรกติ พอน้ำท่วมก็ลอยขึ้นได้เลยค่ะ
สวัสดีปีใหม่ค่ะ
ได้มาอ่านบันทึกหลายครั้ง....
ชอบธรรมชาติ...
และประทับใจความเป็นอยู่ที่เรียบง่ายของท่านอาจารย์
ขอให้อาจารย์และครอบครัวมีสุข สงบ สะอาด สมาธิ ทั้งสุขภาพแข็งแรง ตลอดกาลค่ะ
ด้วยความระลึกถึงครับอาจารย์
สิ่งใด ไม่สำคัญ เท่าใจของเราครับ
สวัสดีปีใหม่ครับ
ถ้าให้มีโอกาสทำดีทุกวันนะครับ
ขอบคุณในคำอวยพรและความปรารถนาดีของทุกท่านที่แวะเวียนนำมามอบให้ค่ะ
หลังจากลงบันทึกนี้ไปไม่ทันข้ามวันก็มีเรื่องสะเทือนอารมณ์ให้ได้ทดสอบสติ-สัมปชัญญะส่งท้ายปีกันค่ะ ทำให้ต้องไปดูแล ไปเฝ้าสถานการณ์ นั่นคือ พี่สาวประสบอุบัติเหตุรถยนต์ชนกัน เหตุจากการเมาแล้วขับ พี่สาวผู้เขียนเป็นผู้นั่งด้านหน้า ด้านซ้าย รถมาชนด้านเขาพอดี ข้อมือหัก กระดูกศอกแตกละเอียด กระดูกสะโพกร้าว ที่น่าวิตกกว่าการผ่าตัดกระดูกก็คือ การที่เขามีโรคประจำตัวคือ โรคไตและธัยรอยด์ที่อาจทำให้การผ่าตัดมีอันตรายกว่าปกติ
ได้ผ่าตัดเรียบร้อยก่อนปีใหม่ เขาปลอดภัยดีค่ะ ตอนนี้ไม่มีอะไรให้ต้องกังวลแล้ว
สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ทำให้เห็นคุณค่าของการเจริญสติ เรียนรู้และเข้าใจไตรลักษณ์ ปล่อยวางได้มากขึ้น สามารถรู้สึกสงสาร ห่วงใย ดูแลเขาได้โดยที่จิตไม่หดหู่ เศร้าหมอง
ปี ๒๕๕๓ เป็นปีที่ได้รับบททดสอบมากมาย ใหญ่ๆทั้งนั้น
ปี ๒๕๕๔ จึงจะเป็นปีที่คิดว่าตนเองมีความเข้มแข็งขึ้นด้วยการเรียนรู้จากภายในนี่เองค่ะ
หวังว่าปีนี้จะมีเวลามาเขียน มาอ่าน แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับสมาชิกG2K ได้บ่อยและต่อเนื่องด้วยนะคะ ขอบคุณทุกท่านที่ยังมาแวะเสมอๆค่ะ