เด็กกับนิทานนั้นเข้ากันได้ดี  ไม่มีเด็กคนไหนที่ไม่อยากฟัง หรือไม่อยากอ่านนิทาน
แม้แต่ครูเองก็ยังชอบอ่านนิทานเหมือนเด็กๆ  เคยหานิทานหลายๆ ประเภทมาให้เด็กอ่าน
ทั้งแบบเป็นเล่มรวมหลายๆ เรื่อง และเล่มละเรื่อง ซึ่งก็เกิดปัญหาว่าไม่เพียงพอกับความต้องการ  สุดท้ายครูก็แก้ปัญหาโดยฉีกออกเป็นแผ่นๆ แล้วเคลือบพลาสติค ทีนี้ล่ะ เหลือเฟือเชียว

                             

เห็นเด็กๆ ส่วนใหญ่ชอบอ่านเหมือนกัน แต่พอครูถามว่าเรื่องราวเป็นอย่างไรกลับตอบไม่ได้ (ดังใจครู)  ต้องไปอ่านทวนใหม่ ก็ใช่ว่าจะตอบได้ทั้งหมด  แต่พอครูถามไปทีละขั้น ทีละตอนก็ยังตอบได้อยู่ หากให้เล่าใหม่เองก็ยากที่จะทำได้

ครูก็นั่งสำรวจนิทาน  ใคร่ครวญไปวันละหน่อย  อืม....บางเรื่องก็ยืดยาวไป ไม่ชัดเจน  บางเรื่องก็ห้วนกุดจนไม่รู้เรื่อง  บางเรื่องก็เขียนไม่เป็นประโยค บางเรื่องก็เน้นบทสนทนากัน อ่านจบแล้วคืออะไรล่ะ  เออ!..............สารพันปัญหาเหมือนกัน

สุดท้ายมาจบที่นิทานอีสป  สั้นๆ เข้าใจง่าย แต่แทนที่จะให้เด็กอ่านเช่นเดิม  ครูก็นำมาเป็นบทเรียนโดยยึดหลักการ "วรรณคดีเป็นฐาน" และใช้ "วิธีวิทยา" ประกอบกัน และจัดทำแบบฝึก/กิจกรรม  ตอนนี้ใช้ไปได้สามเรื่อง  จะลองใช้ไปสักสิบเรื่องว่าจะได้ผลไหม

    ลองดูและนำไปใช้ได้ค่ะ  นำมาเป็นตัวอย่าง ๒ เรื่อง เป็นโปรแกรม Power point

                นิทานเรื่องแพะกับสิงโต    

                                 นิทานเรื่องแม่กวางกับลูก    

 

 

                               

                     (ขอบคุณภาพจากอินเทอร์เนต)