เคยคิดว่า ภาควิชาพยาธิ ซึ่งเป็นภาคขนาดใหญ่ มีเจ้าหน้าที่จำนวนมาก เป็นข้อได้เปรียบ  เรามีคนเก่ง  มีคนที่มีความสามารถุหลากหลายจำนวนมาก และ เมื่อจะ ทำการสิ่งใด เราก็ไม่ขาดปัจจัยด้านนี้  แต่เมื่อคุณนัยนา มาช่วยประเมินการเตรียมการขอรับรอง ISO และ พบว่า เรายังต้องปรับปรุงอะไรอีกมาก โดยเฉพาะใน ส่วนเอกสารที่เรียกว่า คู่มือคุณภาพ หรือ quality manual (QM) ซึ่งเป็นคู่มือหลัก ยังไม่มีรายละเอียดเลย   ความรู้สึกดังกล่าวกลับเป็นตรงกันข้าม  รู้สึกว่า การ เป็นภาคใหญ่ มีหน่วยงานแยกย่อยมาก กลับเป็นอุปสรรคอันใหญ่หลวง แล้วก็เริ่มโทษโน่น โทษนี่ ว่า ทำไมจึงทำแบบนี้ ทำไมไม่ทำแบบนี้  ทำไม  ทำไม  แล้ว ก็ทำไม

ก็รู้สึกสับสน และหมดพลังไปพักหนึ่งเหมือนกัน  แต่ในใจก็คิดว่า เราต้องเดินหน้าต่อ เพราะ หนทางนี้เราเลือกเอง และ เราก็ยังมั่นใจว่า หนทางนี้ เป็นสิ่งที่ จะก่อให้เกิดผลดีต่อองค์กร สิ่งที่ต้องทำอย่างเดียวคือ ลุย

ก็เริ่มเดินหน้าต่อ โดยลงมาลุยเอง ร่วมกับทีมที่มีขนาดเล็กลง (พี่เม่ย กานต์ พี่ดา และ อ.ปลื้มจิต)  เริ่ม ที่การเขียน QM  ทบทวนหัวข้อและแบ่งกันเขียนคนละ 1-2 หัวข้อ ระหว่างนั้นก็ศึกษาข้อกำหนดของ ISO ให้เข้าใจลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น  ศึกษาแนวทางของ อ. นวพรรณ จากจุฬา   หาตัวอย่าง QM ของหน่วยงานอื่นๆ มาดูเป็นแนวทางทั้งจากหนังสือ จาก web   ศึกษาจากหลายๆ แหล่ง ก็ได้แนวคิด และ แนวทางการเขียน ที่ต้องการมา  ส่งให้ทีมดูว่าแนวทางการเขียนที่ต้องการเป็นแบบนี้ หลังจากนั้น ก็พบว่าทีมทะยอยส่งการบ้านมาให้ในเวลาอันรวดเร็ว     

แนวคิดหนึ่งที่ทำให้ตัวเองกระจ่างมากขึ้นในเรื่อง QM ก็คือเจ้ากานต์ หรือ คุณ mitochondria นั่นเอง  เจ้ากานต์บอกว่า QM เปรียบเสมือน รัฐธรรมนูญ ส่วน QP ( quality procedure, ระเบียบปฏิบัติ) เปรียบเหมือนกฎหมายลูก  เห็นภาพเลยค่ะ  ที่ผ่านมาเราเขียนกฎหมายลูก โดยที่ไม่ได้เขียนรัฐธรรมนูญเลย  ซ้ำร้าย เรายัง ให้หน่วยงานต่างๆ ไปเขียน กฎกระทรวงรอไว้แล้วอีกต่างหาก !!

แล้วตัวเองก็ได้คำตอบสำหรับคำว่า ทำไม ทำไม ทำไม ที่เป็นแบบนั้นว่า เพราะว่า ที่ผ่านมา เราไม่ได้ให้ "ใจ" กับ ISO นั่นเอง

ตอนนี้ ก็โล่งอกไปพอสมควร เริ่มเห็นแสงสว่างที่ปากถ้ำเป็นเลาๆ แล้ว