หน้า 14A ของ นสพ. เดอะ เนชั่น วันที่ ๑๕ พ.ย. ๕๓ เรื่อง Overhaul system to solve education's cry for help ลงเรื่องราวในการสัมมนา วาระประเทศไทย ฉลอง ๔๐ ปีของเนชั่นกรุ๊ป  สรุปสาระของวิทยากร ได้แก่ รศ. ดร. วรากรณ์ สามโกเศศ, ศ. ดร. ยงยุทธ ยุทธวงศ์, ดร. อมาวิชช นาครทรรพ ปีละ ดร. มัทนา สันติวัฒน์ น่าอ่านมาก

          แต่ในบทความมีตอนหนึ่งที่ผมไม่เห็นด้วย ที่กล่าวว่า "The structural weak point in the first 10 years of implementing the National Education Act of 1999 and the failure in upgrading the input (meaning teachers) resulting in weak output (meaning students) has resulted in a second decade of educational reform from 2009 - 2018,"

          ส่วนที่ผมไม่เห็นด้วยคือมุมมองแบบ input - output   โดยมองครูเป็น input และมองการ upgrading ครูเป็นปัจจัยหลัก

          หนังสือ Visible learning : A synthesis of over 800 meta-analyses relating to achievement เขียนโดย John Hattie บอกชัดเจนว่า วิทยะฐานะของครูมีผลน้อยมากต่อผลสัมฤทธิ์ของนักเรียน   ปััจจัยด้านครูที่มีผลต่อผลสัมฤทธิ์ของเด็กสูงมากคือ Professional Learning  ซึ่งหมายถึงการเรียนรู้ของครูในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ครู

          ความสามารถในการเป็นครูที่ดีเชื่อมโยงกับการเรียนรู้ระหว่างเป็นครู มากกว่าการเรียนปริญญาตรี และมากกว่าอย่างเทียบกันไม่ได้เลย นี่คือผลการวิจัยจากหลายประเทศ ที่วงการศึกษาไทยละเลย

          ใน นสพ. ฉบับเดียวกัน หน้า 15A มีเรื่อง School-university partnerships : Co-mentor for teacher education เขียนโดย ปรียากร ปุสสวิโร แห่ง มจธ.   อ่านแล้วชื่นใจ และเห็นแนวทางของการทำโครงการ ๑ จังหวัดหนึ่งมหาวิทยาลัย หรือโครงการสร้างสรรค์วิชาการสายรับใช้สังคมไทย

          ผู้เขียนบอกว่าตนเป็น learning scientist และสิ่งที่ท่านเสนอก็คือ professional learning ของครูประจำการ  โดยมีอาจารย์มหาวิทยาลัยเข้าไปร่วมเรียนรู้จากการปฏิบัติ ซึ่งในมุมหนึ่งมองได้ว่าเข้าไปทำหน้าที่ mentor หรือ co-mentor   ผมเห็นด้วยว่านี่คือแนวทางไปสู่การปฏิรูปการศึกษา หรือปฏิรูปการเรียนรู้ ที่จะได้ผลอย่างแท้จริง

 

วิจารณ์ พานิช
๑๘ พ.ย. ๕๓
สิงคโปร์