เห็นและเชื่อในกฎแห่งกรรม ใครทำอะไรเรา เขาก็ได้รับกรรมตอบแทนแน่นอน ไม่ต้องคอยซ้ำคอยเติมให้เขาตกต่ำ เพราะเมื่อเขาตกต่ำเพราะเรา เราเองก็ต้องตกลงไปต่ำพอๆกัน

  มีหลายคนเล่าให้ผู้เขียนฟังว่า ขณะที่เข้าระยะคับขัน จวนเจียนจะหมดโอกาสอยู่บนโลกนี้ กลับได้เห็นกรรม หรือการกระทำอันเป็นเหตุให้ต้องถูกกระทำเช่นนี้ด้วย

  ดังตัวอย่างพี่ผู้หนึ่ง ได้เดินทางไปทัศนาจรด้วยรถบัส จู่ๆรถเกิดอุบัติเหตุพลิกคว่ำ พี่เขาไม่ทันระวังตัว จึงถูกแรงเหวี่ยงไปมา อย่างควบคุมการทรงตัวไม่ได้ สุดท้าย ก้านคอของพี่เขา ก็ฟาดกับเหล็กเข้าเต็มเปา เจ็บปวดไปทั่วสรรพางค์ ก่อนหมดสติ เห็นภาพหนึ่งปรากฏ เหมือนกำลังฝันย้อนอดีต เห็นว่าตัวเอง กำลังล้อมวงกับเพื่อน ไล่ต้อนสัตว์เลื้อยคลานชนิดหนึ่ง แล้วสัตว์ตัวนั้น ก็ร้อนรนหนีมาทางพี่เขา ได้จังหวะพอดี จึงฟาดไม้เข้าที่ ก้านคอของสัตว์นั้นพอดี ทำให้มันถึงกลับหยุดการเคลื่อนไหว อย่างหมดแรงเจ็บปวด แล้วคนอื่นๆ ก็พากันเข้ามารุมตี จนสัตว์นั้นตาย

  แปลกที่พี่บอกว่า ภาพที่เห็นในมโนจิตก่อนจะสลบนั้น ไม้ที่ตัวเองฟาดลงไปยังต้นคอสัตว์เคราะห์ร้าย กลับทำให้พี่เขารู้สึกเจ็บปวด เท่าเทียมกับมัน ราวกับหวดต้นคอตัวเอง สำนึกหนึ่งที่ตามมาคือ เขามาเอาคืนแล้ว!

    แม้จะล่วงเลยมาหลายปีแล้ว ที่เกิดอุบัติเหตุ แต่ทุกวันนี้ อาการที่ปวดกระดูกสันหลังเป็นประจำ ก็ไม่หายเลย พลังกรรม ยังให้ผลต่อเนื่อง แม้จะทำบุญสุนทาน ขออภัย แผ่เมตตาให้เสมอก็ตาม และเชื่อว่าคู่เวรคงจะได้รับผลบุญไปแล้ว รับทราบถึงการสำนึกผิด การขอโทษด้วยใจอ่อนโยน และไม่โกรธเคืองตอบกลับไป และที่สุด เขาทั้งสองอาจอโหสิกรรมกันแล้ว แต่กฎแห่งกรรม เที่ยงตรงเสมอ นั่นคือ เมื่อให้ความเจ็บปวด ก็ย่อมได้รับความเจ็บปวดตอบแทนมา พี่เขากำลังรับกรรมในสิ่งที่ตนทำ

 

 

   การอาฆาตแค้นกันมีมากน้อยเพียงใด ไม่มีใครเดาใจใครได้ และการให้อภัยด้วยใจจริง ยอมรับโทษทันฑ์ทุกสถาน เป็นจริงแน่หรือ แน่ใจและกล้ารับประกันหรือเปล่า ว่าจะไม่โกรธตอบ ทั้งที่ตัวเองผิดเต็มประตู แล้วถูกเอาคืน

  เพราะมนุษย์มีอารมณ์ผันแปรตลอดเวลา ซ้ำสังขารก็มีคุณสมบัติพิเศษ สามารถรับความเจ็บปวดได้อย่างทรมานถึงใจ จนสามารถสงสารตัวเอง แล้วลืมทุกสิ่งอย่างไป เมื่อเป็นเช่นนี้ จึงดูจะต้องตกอยู่ในบ่วงเวรซ้ำซาก ผลัดกันจองล้างอีกต่อไป

  มองไม่เห็นทางอื่นเลย นอกจากว่าเราจะต้องฝึกใจให้เข้มแข็ง แล้วมองโลกตามความเป็นจริง เห็นและเชื่อในกฎแห่งกรรม ใครทำอะไรเรา เขาก็ได้รับกรรมตอบแทนแน่นอน ไม่ต้องคอยซ้ำคอยเติมให้เขาตกต่ำ เพราะเมื่อเขาตกต่ำเพราะเรา เราเองก็ต้องตกลงไปต่ำพอๆกัน หากวันใดคิดได้แบบนี้ การจองเวรก็จะเริ่มขาดตอนลง บางทีการส่งผลให้ต่างก็็อยู่ห่างกันไปทุกที หมดแรงติดตาม

 

 

  ผู้เขียนเขียนบันนี้ เป็นไปตามความเข้าใจ และความเชื่อส่วนบุคคล ของผู้เขียนเอง และคิดว่าทุกสิ่งที่เราต้องการยุติ ไม่มีใครทำได้ดีเท่ากับเริ่มต้นที่ตัวเราเอง หยุดโต้ตอบ แรงสะท้อนก็จะไม่มี

ขอให้โชคดีกันทุกท่าน แม้จะมีคู่เวรมากมาย แต่เราก็มองเห็นทางหย่าศึกได้บ้าง เพื่อลดแรงกระทบที่เขาส่งมา เวลาของเรามีค่ามาก ยังจะต้องทำสิ่งดีๆในชีวิต เพื่อเป็นกำไรให้ชีวิต สิ่งใดผ่อนหนัก ผ่อนเบาได้ ก็ทำเถอะค่ะ