บางคนใช้เวลาไปกับการเฝ้าดูเวลา ทำให้ตกเป็นทาสของมัน หลายคนกลับชอบวิ่งแข่งขันกับเวลา เพื่อจะได้ชื่อว่าไม่เป็นคนเสียโอกาส

Computer


    L058  

 

          ทุกวินาทีของชีวิตคนเราต้องเดินทางเคลื่อนไปข้างหน้าตามจังหวะเวลาของธรรมชาติ เราไม่เคยเห็นตัวตนของเวลา รู้แต่เพียงว่า 1 วันมี 24 ชั่วโมง 1 ปีมี 12 เดือน ถ้าระบุแยกย่อยเป็นวันมี 365,366 วัน โดยใช้นาฬิกาและปฏิทินเป็นเครื่องมือแสดงถึงความเที่ยงตรง และเมื่อมันสิ้นสุดมันก็วกกลับเป็นอยู่อย่างนี้ตลอดมา 

            บางคนชอบใช้เวลาไปกับการเฝ้ามองดูเวลาและผลักดันให้ชีวิตตกเป็นทาสของมัน ไม่รู้จุดหมายของชีวิตที่แท้จริงของชีวิตว่าทำเพื่ออะไร แต่ละวันคงทำได้แค่อาศัยแอบอิงความฝันของคนอื่น และอีกหลายคนคิดว่า ใครไม่แข่งขันกับเวลาจะกลายเป็นคนเสียโอกาส

            ในยุคสังคมปัจจุบันผู้คนส่วนใหญ่มักประเมินค่าความเป็นคนที่การมีข้าวของเงินทอง ในตารางชีวิตประจำวันเวลาจึงถูกใช้อย่างคุ้มค่า ซึ่งล้วนแต่เป็นกิจกรรมที่มุ่งสนองต้องการของตนเอง ไม่ว่าเป็นความต้องการด้านพื้นฐานเพื่อความมีชีวิตรอด ความสำเร็จในหน้าที่การงาน และการเป็นที่ยอมรับ,ยกย่องของผู้คนในสังคม ทำให้บางจังหวะชีวิตของบางคนกลายเป็นคนเหงา หวาดกลัวเปล่าเปลี่ยว อ่อนแอ ท้อแท้ ฯลฯ ไม่กล้าแม้กระทั่งการก้าวย่างแรกออกไปเผชิญกับโลกภายนอก

           เหนื่อยนะ…กับการมุ่งเดินทางไปสู่เป้าหมายที่ไหนสักแห่งและมุ่งไปที่จุดหมายเดียวโดยไม่สนใจธรรมชาติและสรรพสิ่งรอบข้างที่ล้วนเตรียมพร้อมให้เราได้ดื่มด่ำและสร้างความอิ่มเอมใจในยามที่ชีวิตเหนื่อยล้า 

           คนเรามีเวลาจำกัดที่ได้สัมผัสธรรมชาติอันแสนงดงาม ความเร็วหรือช้าคงไม่มีผลต่อเรามากนักถ้าเรารู้จักการชะลอ,ผ่อนแรงในการวิ่งแข่งกับเวลาลงบ้าง พอใจกับปัจจุบัน และมุ่งทอฝันในสิ่งที่พอจะเอื้อมถึงชีวิตคงไม่ต้องยุ่งเหยิง ระหกระเหินไปตามการหมุนของโลกและเกิดเป็นภาพลวงตา ลวงใจในเวลาต่อมา เหมือนข้อความบางส่วนของโดม วุฒิชัยเขียนไว้ในคอลัมภ์ริมรั้วหัวใจในนิตยสารขวัญเรือนว่า

 โลกนี้มองไปคล้ายโรงแรม ไม่ว่าใครก็มีสิทธิ์อยู่ได้เพียงชั่วคราว

ไม่ว่าเตียงเดี่ยวหรือเตียงคู่ ไม่ว่าสั้นหรือยาว 

ไม่ว่าหรูหราหรือซอมซ่อที่สุดแล้วก็ต้องจากไป 

เราพากันมาอยู่เพียงชั่วคราวในโลกนี้

แต่เรากลับทำราวกับว่าจะมีชีวิตไปชั่วนิรันดร์

           เวลาไม่สามารถกลับมาเริ่มต้นใหม่ได้ การใช้ชีวิตของเราจึงควรเป็นไปอย่างมีสติและสัมปชัญญะอยู่เสมอ รักตัวเอง รักครอบครัว รักการทำงาน และตั้งใจทำกับทุกเรื่องในชีวิต เพราะภาระหน้าที่เหล่านี้เป็นตัวกำหนดมาตรฐานชีวิตและคุณค่าของคน เต็มใจที่จะอ้าแขนรับสิ่งท้าทายขณะที่โอกาสหรือจังหวะเข้ามาทักทาย มุ่งทำในสิ่งดี มีประโยชน์ต่อตัวเองและสังคม เพราะ

คุณค่าของคนก็เช่นคุณค่าของดอกไม้ 

มิได้อยู่ที่ระยะเวลาของความสด

แต่อยู่ที่ความทรงจำระหว่างที่มันยังสด

(วินทร์  เลียววาริณ   ความฝันโง่ๆ)

            เมื่อถึงวันจบของชีวิตมาถึงเราจะได้ไม่ต้องมานั่งครำครวญเสียใจกับวันเวลาและชีวิตที่ผ่านมา สมควรจะเป็นผู้ที่ถูกกล่าวถึงและถูกจดจำ ถ้าไม่คิดเพื่อตัวเอง อย่างน้อยอาจจะทำเพื่อรอยยิ้มคนรอบข้างที่เรารักและรักเรา...ก็คงไมุ่่เป็นการเปลืองพื้นที่ความสุขของสมองและหัวใจมากมายนัก

  

 ขอบคุณ :

 ภาพจากอินเตอร์เน็ต

ข้อความโดม วุฒิชัยและวินทร์  เลียววาริณ