ปีนังสมเป็นเมืองแห่งจินตนาการ

ในเช้าวันพุธที่ 15 ธ. ค. 2553 เราตื่นนอนก่อนรุ่งสาง ณ วัดพุทไธยาปติฏฐาราม บ้านออละมาดู หลังจากเราทานอาหารเช้าแล้วผู้ใหญ่พรได้ขับรถนำเราล่องลงใต้ไปชมบ้านหมู่เตย แต่ด้วยเส้นทางแคบพอดีล้อรถตู้ที่เรานั่งตรงทางโค้งผ่านไม่ได้  ยอมถอยกลับไปทางใหญ่...

รูปเหมือนหลวงปู่ทวด ( เคยธุดงค์มาที่นี้ )

มุ่งไปวัดราชโพธิหงส์ อ. ปีนังตอนเหนือ

เข้าไปคารวะพระครูอนุรักษ์โพธิกิจ

สมภารวัดราชโพธิหงส์แล้ว พี่พรนำเที่ยวชมเยี่ยมคนสยามรอบ ๆ วัดนี้

อ. อุบลศรีกำลังสนทนากับนางส้มจีน  สวนมณี อายุ 81 ปียังว่าเพลงกล่อมเด็กโบราณให้เราฟังได้

มีรูปปั้นหมอชีวกมีที่อบยาสมุนไพรในวัด  มีการจัดเวรให้คนสยามนับถือพุทธไปจัดอาหารเช้า-เพลให้พระสงฆ์  ทั้งวัดออละมาดู  วัดราชโพธิหงส์ไม่มีพระออกบิณฑบาต

เราไปทานอาหารเที่ยงวันที่วัดนี้

มีเสาธงโบราณเขียนอักษรไทยโบราณที่ยังปรากฏอยู่

ใครอ่านได้บ้างนิ..?

แล้วเราออกเดินทางไปวัดจันทราราม 549 ถ. ตานาเลียต  14000  บูกิต  เมอร์ตายัม  ปีนัง

เข้าไปสนทนากับพระครูจันทธรรมสารคุณท่านบอกว่า...คนสยามที่นี่อพยพขึ้นไปทางเหนือหมดแล้วยังคงมีแต่วัดที่สร้างไว้  บางคนแต่งงานกับคนจีนก็กลายเป็นจีนไป

คนจีนเข้ามาวัดพูดภาษาจีนและมลายูกลางไม่มีคนสยามพูดภาษาไทยแล้วละ...

หลังจากกราบลาสมภารวัดจันทรารามแล้ว พี่พรขับรถนำเราไปบอกเส้นทางขึ้นสะพานยาวข้ามไปยังเกาะปีนัง เราโบกมือลาผู้ใหญ่พรหรือพี่พรคนสยามผู้มีน้ำใจงามแห่งบ้านออละมาดูที่รับไม้ต่อมาจากผู้ใหญ่อ่วมแห่งบ้านปลายระไมแล้วรถเราก็มุ่งหน้าเข้าสู่เกาะปีนังอันลือชื่อในอดีตที่กองทัพเรืออังกฤษมาขอเช่าที่กับสยามเมื่อครั้งโบราณก่อนจะรุกเอาแดนดินถิ่นนี้...

ยามเย็นเราหาข้าวหม้อดินกินกันบนเกาะปีนัง

อร่อย ๆ

ได้ขึ้นไปนมัสการเจ้าแม่กวนอิมบนเกาะปีนัง

มองลงมาจากขุนเขาเห็นสภาพบ้านเรือนที่พัฒนาแบบก้าวกระโดดเลยที่นี่เหมือนเป็นเมืองที่มีคนจีนเชื้อสายมาเลเซียมาอยู่กันเยอะ

เจอมิตรใหม่มาพักผ่อนตากอากาศเขามาจากเมืองลอนดอน อังกฤษ...

เออ...แล้วค่ำวันนี้เราจะนอนไหนละนี่...

แง่คิด...ปีนังสมเป็นเมืองแห่งจินตนาการ...เจริญทางวัตถุมีให้เห็น เดินตามท้องถนนผู้คนใช้ภาษาอังกฤษ เด็ก ๆ พูดภาษาอังกฤษคล่องและชัดเจน...