เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา อาตมากลับมาที่วัดก็ต้องเรื่องต้องทุกข์ใจ ก็คือว่า ที่วัดที่อยู่เป็นสำนักเรียนพระปริยัติธรรมแผนกธรรม-บาลี มีสามเณรที่ศึกษาอยู่จำนวนมากพอสมควร กฎของทางวัดมีอยู่ว่า สามเณรที่เป็นนักเรียนจะต้องอยู่(พักอาศัย) รวมกันในศาลา ทั้งหมด แต่วันนั้น มีสามเณรอยู่กลุ่มหนึ่ง ที่ไม่ค่อยจะมีระเบียบนัก มาทำท่าทางประชดใส่ รวมกลุ่มกันเพื่อเรียกร้องสิทธิบางอย่าง ตอนแรกก็สถานการณ์ค่อนข้างรุนแรงมีการจะรวมตัวกันทำร้ายครูอาจารย์และผู้ดูแล อาตมากลับมาถึงพอดี (ลืมบอกว่าสามเณรเหล่านี้ อาตมาเป็นผู้พามาเอง) เหตุการณ์จึงค่อยเพลาลงหน่อย อาตมาก็เลยเรียกสามเณรทั้งหมดมาถามว่าเรื่องอะไร สอบสวนพบว่า สามเณรเหล่านี้ ไม่อยากนอนในศาลา แต่อยากอยู่ห้องส่วนตัว ครั้งแรก อาตมาก็ไม่ยอมเพราะผิดกฎวัด แต่สามเณรก็มีท่าทีเข็งขึ้น ยื่นคำขาดว่า จะย้ายออกจากวัด หากไม่ยอม อาตมาก็คิดหนักอยู่นาน เพื่อรักษาผลประโยชน์ของสามเณร ที่จะต้องเรียนหนังสือ และอยู่ในช่วงกำลังเรียน และอีกอย่างช่วงนี้เป็นช่วงเข้าพรรษา หากออกไปตอนนี้ คงไม่มีที่อยู่แน่นอน อนาคตคงหยุดแค่นี้ ก็เลยจำใจยอมทำตามข้อเสนอของสามเณร ให้อยู่ห้องได้ แต่มีข้อแม้ ว่า ห้ามขาดเรื่องกิจวัตรเด็ดขาด สามเณรทั้งหมดก็รับคำ และแยกย้ายกลับ ชัยชนะครั้งนี้ ถือว่าเป็นชัยชนะของสามเณร แต่ก็เป็นชัยชนะที่อยู่บนความทุกข์ใจของครูอาจารย์ อาตมานำเรื่องนี้มาเสนอ ไม่ใช่ว่าจะด้วยเหตุผลอย่างอื่น แต่ต้องการจะบอกว่า การเป็นครูบาอาจารย์ บางครั้งก็ต้องจำใจทำในบางสิ่งที่ฝืนใจ เพื่อรักษาผลประโยชน์ของนักเรียน หวังว่าสักวัน เขาเหล่านี้ จะเติบโตมาเป็นคนดีต่อไป

สักวันหนึ่งคงจะรู้ว่าครูรัก

สักวันหนึ่งคงประจักษ์เป็นสักขี

สักวันหนึ่งคงจะรู้ว่าครูดี

สักวันหนึ่งคงได้ดี เพราะเชื่อครู..เจริญพร