สวัสดีค่ะ
วันนี้จีราพัชร นำบันทึกเกี่ยวกับการฟัอย่างลึกซิ้งมาให้เพื่อนทุกคนได้อ่าน เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการฟังลึกซึ้ง Deep Listening อ่านดูนะคะมันเป็นอย่างไร ดีหรือไม่ดียังไง ติ ชมกันได้ค่ะ
การฟังอย่างลึกซึ้ง : Deep Listening
ยกตัวอย่าง
การอยู่ด้วยกันไม่ใช่เป็นเพราะเราอยู่บ้านเดียวกันไม่ใช่เพราะว่าเราเป็นพุทธศาสนิกชนเหมือนกันเราจึงสามารถรักกันได้ เพราะชาวพุทธด้วยกันทะเลาะกันก็มีและ
ไม่ใช่ว่า ชาวปาเลสไตน์กับอิสราเอลจะอยู่ร่วมกันไม่ได้ ในหมู่บ้านพลัมเราได้เคยนำชาวปาเลสไตน์กับชาวอิสราเอล มาปฏิบัติร่วมกัน อยู่ร่วมกันกับพวกเราในช่วงแรก ต่างฝ่ายต่างก็ไม่เชื่อถือกันทั้งสอง ต่างก็มีความกลัว ความเกลียด ความระแวงสงสัยทั้งสองฝ่ายไม่สามารถมองหน้ากันและกันได้
ในช่วงแรก เราให้ทั้งสองฝ่าย ปลดปล่อยความตึงเครียดด้วยการอยู่กับลมหายใจ มีสติในการเดินและการนั่ง เพื่อตระหนักรู้ในความทุกข์ และ ความเจ็บปวด
ในสัปดาห์ที่ 2 เราเปิดโอกาสให้เขาได้ฝึก “การฟังอย่างลึกซึ้ง (Deep Listening)” ใช้วาจาแห่งสติ วาจาแห่งความรัก เพื่อให้เขาได้รับฟังความทุกข์ ความยากลำบากของอีกฝ่าย นำความโกรธ ความกลัว มาบอกเล่าว่าเขาระแวงสงสัยอะไรบ้าง
การฟังอย่างกรุณาจะช่วยให้อีกฝ่ายมีความทุกข์น้อยลงมีผู้คนมากมายที่มีความทุกข์ใหญ่หลวง แต่ไม่มีใครฟังเขาอย่างลึกซึ้ง นั่นจึงเป็น เหตุผลว่า ทำไมเขาจึงต้องหันไปหานักจิตบำบัด เพื่อหาใครสักคนที่จะรับฟังเขาอย่างลึกซึ้ง
การฟังอย่างลึกซึ้งจะช่วยให้อีกฝ่ายระบายความทุกข์ออกมา การฟังอย่างลึกซึ้งมีจุดมุ่งหมายเพียงประการเดียวคือ เพื่อปลดปล่อยให้อีกฝ่ายมีความทุกข์น้อยลงการฟังอย่างลึกซึ้ง คือความเมตตา กรุณา เราควรบ่มเพาะความเมตตากรุณาในสวนแห่งจิตใจของเราเสมอ ในขณะที่เราฟัง เราอาจได้ยินถ้อยคำที่เต็มไปด้วยการตำหนิ วาจาเหล่านั้นอาจ รดน้ำเมล็ดพันธุ์แห่งความโกรธ ความไม่พอใจของเรา จนเรารู้สึกว่าจะไม่สามารถทนฟังต่อไปได้ เพราะวาจาเหล่านั้นเต็มไปด้วยข้อมูลที่ผิด เขาเข้าใจผิด ขอให้เราตระหนักรู้ เรียนรู้การฟังอย่างลึกซึ้ง ตามลมหายใจเข้าและออก รักษาจิตใจแห่งความกรุณา บอกกับ ตนเองว่า เรากำลังอยู่ในชั่วโมงการฟังอย่างลึกซึ่ง ฟังอีกฝ่ายที่มีความทุกข์ ให้เขาได้ ระบายออก หากเราฝึกสิ่งเหล่านี้ได้ เราก็จะได้รับการปกป้องจากความเมตตา กรุณา เช่นกันุ
สรุป แล้วข้าพเจ้าคิดว่าฟังเพื่อให้คนพูดได้ระบายความทุกข์ออกมาบ้าง ช่วยฟังเขาเถอะค่ะ จะได้ให้เขาปล่อยความทุกข์ของเขาออกมาบ้าง ได้บุญนะคะ ...
การฟังอย่างลึกซึ้ง จัดเป็นสุนทรียสนทนาไหมครับ
การฟังเป็นเรื่องที่ดี เรามีแต่ได้ การไม่ฟังคนอื่นเป็นการปิดบังตนเองครับ
สวัสดีค่ะ ผอ.พรชัย และศน.เฉลิมชัย
การฟังอย่างลึกซึ้งกับสุนทรียสนทนา เป็นเรื่องเดียวกันค่ะ แต่แยกหัวข้อออกมาเพื่อที่เนื้อหาในสุนทรียสนทนาจะได้ไม่ยาวมากค่ะ ขอบพระคุณค่ะที่เข้ามาทักทาย
เรียน ศน.เฉลิมชัย ที่ทำงานเขาห้ามพูดกัน เวลาประชุมก็ห้ามพูด ห้ามเสนอแนะ ให้ฟังเขาอย่างเดียวค่ะ
สวัสดีค่ะ
ค่ะก็ได้ปฏิบัติรับฟังอย่างลึกซึ้งบ้างแล้วค่ะ กับคนที่เขาเครียดมากๆ เมื่อเรารับฟังเห็นใจไปด้วยกับเขา เขาก็จะรู้สึกดีขึ้นชัดเจน ค่ะขอเพียงแต่ตั้งใจ อย่างเดียวก่อนเมื่อเขาพูดจบ หรือ ร้องไห้ จนหยุดร้อง เราค่อยพูดก็ได้นะคะ ขอบคุณค่ะ ที่ทำให้เข้าใจมากขึ้นอีก
สวัสดีค่ะคุณครู
ขอบคุณทุกท่านที่แวะเข้ามาทักทายกันค่ะ
การฟังอย่างลึกซึ้งดีมากค่ะ ทำให้ผู้พูดได้ระบายความทุกข์ในใจ