การที่SHA เอามิติจิตใจมาผสมผสานในงานคุณภาพนี้เป็นจุดเด่นเพราะว่า ทุกอย่างทีเราทำได้เพราะว่าเราอยากช่วยเหลือ ตรงนี้คนต่างประเทศ อาจจะไม่เข้าใจ”

รพ.ราธิบดี “ โรงพยาบาลของประชาชน”

แม่ต้อยอยากจะเกริ่นนำบทความนี้ตามภาพฝันของทีมผู้บริหารรพ.ราธิบดี ที่นายแพทย์ ธันย์ สุภัทรพันธ์ ได้แสดงความมุ่งมั่นและความปราถนาอย่างแรงกล้าไว้ในโอกาสที่ร่วมให้สัมภาษณ์ร่วมกับทีมสรพ.ในงานSHA Conference& Contest ที่ผ่านมานี้

เมื่อปีที่ผ่านมา หากใครที่มีโอกาสได้เข้าร่วมประชุม HA National Forum ก็คงที่จะได้เห็นนิทรรศการขนาดใหญ่ ซึ่งทางสรพ.ได้เชิญรพ.รามาธิบดีมาร่วมแสดงในประเด็น “ สิ่งแวดล้อม เพื่อการเยียวยา “

แม่ต้อยอยากถือโอกาสนี้อีกสักครั้ง ที่จะยกย่องในฐานะผู้นำในการใช้มิติที่ละเอียดอ่อน มิติทางจิตใจ การเยียวยามาผสมผสานในการรักษาพยาบาลอย่างมืออาชีพของที่นี่  โดยเป็นตัวอย่างที่ดีในการจัดสิ่งแวดล้อม และสุนทรียนศาสตร์ ในการดูแลผู้ป่วยในหน่วยงาน ICU   การแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากรพ.รามาธิบดีนี้ ได้กลายเป็นแรงบันดาลใจก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเรื่องนี้อย่างกว้างขวางทั้งประเทศ

มาในปีนี้ ทางรพ.รามาธิบดีได้เข้าร่วมในโครงการ SHA อย่างสมบูรณ์ แม่ต้อยจึงได้มีโอกาสเข้าร่วมเรียนรู้กับทีมผู้บริหาร และทีมทำงานของรพ.นี้ในเร็วๆนี้นี่เอง

การเข้าไปเยี่ยมรพ. ระดับมหาวิทยาลัย ที่มีผู้เชี่ยวชาญจำนวนมาก มีความรู้ที่ทันสมัย และลักษณะของงานที่มีความรับผิดชอบสูงมีความจำเป็น ที่ต้อง ขยับตามให้ทันเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว อีกทั้งการที่มีผู้ป่วยจำนวนมาก เวลาการทำงานอาจจะเป็นเวลาที่มีค่า  ทำให้แม่ต้อยมีความกังวลเล็กน้อยว่า เรื่องราวของมิติจิตใจ เรื่องราวของวัฒนธรรมจะพอมีโอกาสได้แทรกในงานในโอกาสใด เป็นความท้าทาย และเป็นความกระหายใคร่รู้เป็นอย่างยิ่ง

แต่ราวกับว่าสิ่งที่ดีดี ได้กำหนดไว้แล้ว ทำให้วันหนึ่งในการประชุมหลักสูตรผู้เยี่ยมสำรวจ แม่ต้อยได้มีโอกาสเข้าไปร่วม และได้มีโอกาสบรรยายแนวคิดของโครงการ SHA ในเวลาสักเสี้ยวหนึ่ง จำได้ว่าในวันนั้นได้เล่าเรื่องราวการทำคุณภาพแบบมิติจิตใจจากเรื่องคุณหมอชัช ให้ที่ประชุมฟัง ยังจำได้ว่าในห้องประชุมนั้นเงียบกริบ คล้ายๆเรื่องเล่านี้จะไปกระทบสิ่งบางสิ่งบางอย่างในใจของแต่ละคน

ในที่ประชุมแห่งนี้เองแม่ต้อยได้มีโอกาสที่ดีที่สุดที่ได้พบกับกัลยาณมิตร  สองท่าน คือรศพญ.รพีพร    และรศ.พญ.ยุวเรศมคฐ์ สิทธิชาญบัญชา  ทั้งสองท่านนี้รับผิดชอบในงานห้องอุบัติเหตุและฉุกเฉินของรพ. รามาธิบดี  เราคุยกันถึงเรื่องนี้ และเป็นที่มาของ Rama reality ในการเปิดการแสดงในวันแรกของ SHA Conference& Contest และ Rama reality “ one stop service in Palliative care “ ที่เรียกน้ำตาและเรียกศักดิ์ศรีของบุคคลาการด้านการแพทย์ กลับคืนมาอย่างเต็มภาคภูมิ

ดังนั้นเมื่อเราไปเยี่ยมรพ.รามาธิบดี จึงได้รับการต้อนรับที่อบอุ่นจากทีมผู้บริหาร ที่มานั่งคอยต้อนรับในห้องประชุม

ท่านผู้อำนวยการ ได้กล่าวต้อนรับและแสดงความรู้สึกกับพวกเราที่ไปเยี่ยมว่า

“ ตอนแรกไม่ทราบว่า SHA คืออะไร แต่หลังจากนั้น เรามาค้นพบว่า กิจกรรมหลายๆอย่างสอดคล้องกับแนวคิดของเรา เช่นการเอาวัฒนธรรมไทย อย่างน้อยๆ คือการขอโทษ ที่ทำให้เกิดดุลยภาพในงาน”

และบางคนให้ความรู้สึกว่า

“ เมื่อเราเอามาทำ ทุกคนมีความลื่นไหล ทุกคนอยากทำ อยากเข้าร่วม เรามีความมั่นในในการทำงานของเรามากขึ้น..

สำหรับคุณหมอรพีพร นั้นได้ให้ความเห็นอย่างนี้

“ เราทำงาน เราเรียนที่อเมริกา สิ่งที่เราได้ทำคือ low touch High Tech. ใช้กฎหมายมายุ่งเกี่ยวกับความผูกพันของมนุษย์ “

“ การที่SHA เอามิติจิตใจมาผสมผสานในงานคุณภาพนี้เป็นจุดเด่นเพราะว่า ทุกอย่างทีเราทำได้เพราะว่าเราอยากช่วยเหลือ ตรงนี้คนต่างประเทศ อาจจะไม่เข้าใจ”

“ เราเริ่มทำกิจกรรม คนดี ศรีรามา เป็นเรื่องที่เราต้องชื่นชมยินดีสำหรับ คนที่ทำความดี “

มีสิ่งที่น่าแปลกใจอีกอย่างคือ ศูนย์ Pallative care ของที่นี่เกิดจากการรวมตัวของคนเพียงไม่กี่คนในER  ที่เห็นความทุกข์ร้อนของผู้ป่วยระยะสุดท้ายที่ไม่สามารถไปหาหมอได้ตลอด ๒๔ ชั่วโมง จึงรวมตัวกันจัดตั้งโดยไม่มีสถานที่ ไม่มีหน่วยงาน

“แต่ที่ ER คนไข้เขาสามารถมาหาเราได้ตลอด ๒๔ ชั่วโมง” คุณศากุน พยาบาล ที่รับผิดชอบเล่าถึงที่มาที่ไป

“ ที่พวกเรานี่ เราได้นะคะ เราได้ความสุขใจ เราได้ความปิติ และคนไข้ก็ได้หากจากความทรมาน...”

นี่คือ SHA แท้ๆ เลยนะคะ เพราะว่า หากเราเริ่มจากใจเรา ใจที่อยากให้ ทุกอย่างก็ตามมา “เป็นการบริการที่เหนือชั้น”

เมื่อตอนที่เริ่มทำ มีแต่คนบอกว่าไม่มีทางทำได้เพียงแค่ สามสี่คน เป็นไปไม่ได้ แต่เราก้สามารถทำให้เป็นที่ประจักษ์ว่า “ เราทำได้” ปัจจุบันเราสามารถให้บริการมากกว่า๒๐๐ คนแล้ว”

คุณหมอ ยุวเรศมคฐ์ เสริมให้เห็นภาพความมุ่งมั่น และความลำบากในการทำงานในระยะแรกอย่างแจ่มชัดมากขึ้น

แม่ต้อยมีโอกาสไปเยี่ยมชน หน่วยบริการชุมชนของรพ.รามาธิบดี ที่บริเวณใต้สะพานด่วน เป็นชุมชนแขวงทุงพญาไท แม้ว่าจะเป็นบริเวณแคบๆ แต่ร่มไม้ สนามเด็กเล่น สนามฟุตบอลเล้ก ก็คล้ายกับแหล่งที่พักผ่อนของชุมชนที่นั่นเป็นอย่างดี มีหน่วยบริการปฐมภุมิเล็กๆของรพ.ที่สร้างไว้เพื่อทำงานเชิงรุกร่วมกับชุมชน และทำกิจกรรมต่างๆร่วมกับชุมชนแห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นเด็ก หรือผู้สูงอายุ

กิจกรรมส่วนใหญ่คล้ายๆงานชุมชนทั่วไป เช่นการ ทำผังชุมชน การทำ family foder

น้องกรรณิการ์ พยาบาลชุมชน เล่าให้แม่ต้อยฟังว่า

“ พอมาทำงานในชุมชนนี้ เรารู้สึกผูกพันกับชุมชนมากยิ่งขึ้น เราเข้าใจชีวิตมากขึ้น “

“ ได้เรียนรู้ว่าบางครั้งผู้พิการ เขาพิการเพียงร่างกาย แต่จิตใจเขานั้นแข็งแกร่งและไม่ยอมแพ้”

 

วันนั้นเราลาทีมงานของรพ.รามาธิบดี ด้วยความรู้สึกที่ปลื้มปิติ และภาคภูมิใจอย่างไม่มีคำใดใดที่อธิบายได้

ภาคภูมิใจในศักดิ์ศรี ของรพ.ที่เป็นแม่แบบสำหรับ นิสิต นักศึกษา

ภาคภูมิใจในความเป็นมืออาชีพ ความเชียวชาญ

ภาคภูมิใจในความเป็นไทย และวัฒนธรรมไทยในรามาธิบดี

ภาคภูมิใจแทนผู้ป่วย รายแล้วรายเล่าที่ในชีวิตอยากมาฝากผี ฝากไข้กับรพ.แห่งนี้

“ รพ.รามาธิบดี “ รพ.ของประชาชน

สวัสดีคะ