ต้องไม่ลืมอย่างยิ่งว่า ที่ผ่านมาระบบอุดมศึกษาไทยเป็นเครื่องมือในการพัฒนาและเป็นสวัสดิการสังคม ไม่สามารถแยกออกจากการเมืองได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มหาวิทยาลัยของรัฐซึ่งต้องอาศัยงบประมาณแผ่นดิน อันเป็นเงินที่มาจากภาษีอากรของประเทศ มหาวิทยาลัยของรัฐจึงมีหน้าที่ที่จะต้องสนองความจำเป็นของสังคมและประเทศชาติ การอ้างความเป็นอิสระ คล่องตัว เป็นแรงกดดันของผู้บริหารมหาวิทยาลัยทุกยุคทุกสมัย ซึ่งอ้างว่าเป็นพลังฝ่ายวิชาการ แท้ที่จริงคนเหล่านี้ประสงค์แสวงหาการทุจริตคอร์รัปชั่นในสถาบันอุดมศึกษาที่แปรรูปนั่นเอง ยกตัวอย่างมหาวิทยาลัยในภาคอีสาน มีงบประมาณให้บริหารจัดการปีละ 3,000 ล้านบาท ใช่ไม่หมดคืนรัฐ แต่เรียกร้องแปรรูป สร้างองค์กรเถื่อเนในมหาวิทยาลัยทั้งๆที่ยังแปรรูปไม่ได้ ใช้อำนาจแก้ พ.ร.บ มหาวิทยาลัยเป็นร้านสะดวกซื้อ อาคารพาณิชย์ ปั๊มนำมัน อื่นมากมาย โดยที่เงินไม่ต้องผ่านกระทรวงการคลัง และก็ไม่เคยเปิดเผยให้ประชากรในมหาวิทยาลัยรับรู้รับทราบกับผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นเข้ากระเป๋าใคร ไม่ค่อิยมีใครพูดถึงการเป็นมหาวิทยาลัยนของรัฐที่เป็นอิสระ มีความคล่องตัว และค่าใช้จ่ายไม่สูง หรือพูดถึงมหาวิทยาลัยทางเลือก มหาวิทยาลัยที่พึงประสงค์ แต่ไอ้พวกผู้บริหารมหาวิทยาลัยหลายคนที่อยากอยู่ในอำนาจนานๆ อยากกอบโกยโกงกิน พูดอยู่อย่างเดียวคือออกนอกระบบ(มหาวิทยาลัยในกำกับ)ทั้งๆที่ข้อเลวของมันมีมากมายท่านคงได้ยินข่าวแล้วว่าขณะนี้ที่ประเทศอังกฤษ เซเบียร์ อิตาลี ฝรั่งเศษ และประเทศยุโรปหลายประเทศกำลังมีการประท้วงใหญ่ ขนาดก่อเหตุจราจล เผาบ้านเผาเมือง ขับไล่รัฐบาลไปทุกหย่อมหญ้า เพราะว่าเมื่อราวๆ 9 ธันวาคม สภาผู้แทนราษฏรของอังกฤษ มันผ่านมติขึ้นค่าเล่าเรียนถึง 3 เท่า (มติที่ลงความเห็น 323 ต่อ302เสียง) ให้ผ่านการขึ้นค่าเล่าเรียนในมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ 3 เท่าในปี 2555 เป็นต้นไป ซึ่งจะทำให้ค่าเทอมปัจจุบัน 3,290 ปอนด์ต่อปี หรือคิดเป็นเงินไทย 155,864 บาท เพิ่มเป็น 6,000 ปอนด์-9,000 ปอนด์ต่อปีเท่ากับ 284,252บาท-426,362บาทต่อปี ผมเห็นว่ารัฐต้องมีเงินอุดหนุนการศึกษา เพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึงการศึกาได้ โดยใช้ทุนน้อยที่สุด ซึ่งจะส่งผลให้ครอบครัวที่ยากจน ครอบครัวเกษตรกรสามารถส่งลูกหลานเข้าถึงการศึกษาได้อย่างไม่เดือดร้อน จบมาแล้วนำความรู้มาพัฒนาชาติ ไม่ใช่จบมาแล้วหารับจ้างบริษัท ถอนทุนเหมือนนักการเมืองชั่ว
การออกนอกระบบราชการและการขึ้นค่าเรียน ใครรับผิดชอบ
เป็นที่น่าห่วงใยกับกระแสการผลักดันมหาวิทยาลัยของรัฐออกนอกระบบราชการซึ่งทำลายปรัญชาการก่อตั้งมหาวิทยาลัยหลายแห่งที่มีความเห็นสอดคล้องตรงกันว่า มหาวิทยาลัยเป็นสถาบันอุดมศึกษาเป็นสถาบันวิชาชีพชั้นสูงที่ประชาชนสามารถเข้าถึงการศึกษาเล่าเรียนในสถาบันวิชาชีพชั้นสูงเหล่านี้โดยไม่เดือดร้อน หลายประเทศซึ่งเคยมีมาตรฐานการเรียนการสอนสูงในอดีต และค่าเล่าเรียนไม่แพงมาก ลูกหลานคนจนก็เรียนได้ ขอให้มีสมองและความุ่งมั่น หว่าวันนี้หันมาเก็บเงินค่าเล่าเรียนกับนักศึกษาที่แพงมหาโหด จนคนจนที่มีสมองเรียนไม่ได้ มหาวิทยาลัยจึงกลายเป็นสถานะที่ชุบตัวของคนมีเงิน ลูกท่านหลานเธอและพวกกอบโกยโกงกินและมหาเศรษฐีเท่านั้น มหาวิทยาลัยไทยก๋เหมือนกัน ใครจะไปรู้บ้างว่ายุคสมัยของนายกสุรยุทธ ได้ใช้สภานิติบัญญัติที่เสียงไม่มากกล่าวกันว่านี่เป็นสภาลากตั้ง ยกมือเป็ยฝักถั่ว ให้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่และที่อื่นๆ แปรรูปออกจากระบบราชการไป ทิ้งความขัดแย้งแตกแยกไว้ภายในอย่างมหาศาล ค่าเรียนมหาแพง คนจนหมดโอกาส จึงเป็นคำถามว่าเรื่องเหล่านี้ใครรับผิดชอบ
ความเห็น
ยังไม่มีความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
wihok · 18 ธ.ค. 2553
พิสูจน์ ใจเที่ยงกุล · 18 ธ.ค. 2553
ครู ป.1 · 18 ธ.ค. 2553
ว่าที่ พ.ต.ดร. ณัฏฐพล ตันมิ่ง · 18 ธ.ค. 2553
Anocha · 18 ธ.ค. 2553