๑๘ ธันวาคม ๒๕๕๓
เรียน เพื่อนครู ผู้บริหารและผู้อ่านที่เคารพรักทุกท่าน
วันจันทร์ที่ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๕๓ การใช้สว่านเจาะปูนเมื่อวานและการใช้เลื่อยตัดกิ่งไม้มีผลให้แขนปวดร้าวจนนอนไม่หลับทั้งคืน เป็นการปวดกล้ามเนื้อที่ทนแทบไม่ไหว ต้องพึ่งยาแก้ปวดเป็นระยะ ๆ แม้เช้าแล้วก็ไม่มีทีท่าว่าจะทุเลาลง ตัดสินใจลางาน ๑ วัน อยู่บ้านพักแกะกล่องหนังสือและข้าวของที่ย้ายมาครบปีแต่ไม่มีเวลาจัด ออกมาดูเพราะจำไม่ได้ว่าข้างในคืออะไร ของไม่จำเป็นจะได้จำหน่ายจ่ายแจกไปเป็นประโยชน์กับคนอื่น หนึ่งวันช่วยให้อาการดีขึ้นตามลำดับ บ่ายพอขับรถได้แต่ก็ยังปวด
วันอังคารที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2553 ออกจากบ้านแต่เช้าเข้าสำนักงาน เพื่อเปลี่ยนรถไปประชุมที่ สพฐ. ด้วยเจ้าหน้าที่ได้โทรศัพท์มานัดหมายตั้งแต่เมื่อวาน รถค่อนข้างติดเพราะวงเวียนถนนนครอินทร์กำลังขุดอุโมงค์ลอด คงต้องใช้เวลาอีกนานกว่าจะแล้วเสร็จ แต่ก็ถึงที่ประชุมทันเวลา ห้องประชุมอยู่ชั้น ๒ ตึก สพฐ. ๔ เดินเข้าไปเหมือนหมาหลง เพราะหัวโต๊ะมีท่านเลขาธิการ กพฐ. ดร.ชินภัทร ภูมิรัตน เป็นประธาน นอกนั้นเป็นผู้อำนวยการสำนักทั้งสิ้น จะหา ผอ.เขต ด้วยกันไม่มีเลย ที่ร้ายกว่านั้นที่นั่งว่างมีเฉพาะด้านหน้าท่านประธานที่เคารพเท่านั้น จำต้องนั่งฟังการประชุมประจำเดือนของ สพฐ. เหมือนที่เขตประชุมรอง ผอ.เขตและผอ.กลุ่ม แต่ได้ความรู้มากมายที่ท่านเลขาธิการ กพฐ. เล่าให้ฟังว่ามีข้อราชการอะไรบ้างที่ท่านไปรับมาจากการประชุมหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงจากนายกรัฐมนตรี การรับนโยบายที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้สั่งการให้มาดำเนินการ มีบางเรื่องที่ท่านให้เกียรติถามความเห็นของผมในฐานะผู้ปฏิบัติในระดับพื้นที่ เรื่องที่เขาให้มารับทราบจริง ๆ คือการจัดงานศิลปหัตถกรรมนักเรียนระดับชาติ ในเดือนมกราคม ๒๕๕๔ ที่ Impact เมืองทองธานี เขตปริมณฑลทั้งหลายถูกตั้งเป็นคณะทำงานฝ่ายต่าง ๆ ช่วย สพฐ. จัดงาน แต่งานหลัก ๆ ส่วนกลางเขาคิดกันไว้แล้ว เที่ยงมีอาหารจานเดียวมาเลี้ยง พร้อมแกงจืดคนละถ้วย เลิกประชุมเกือบบ่ายโมง กลับสำนักงานเขต ทำงานแฟ้มเอกสาร เมื่อปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาไปสอบคัดเลือกเข้าอบรมหลักสูตรกฎหมายปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครองตามมาตรฐานที่ ก.ศป.รับรอง รุ่นที่ ๒ ซึ่งมีมูลนิธิวิจัยและพัฒนากระบวนการยุติธรรมทางปกครองร่วมกับ สำนักงานศาลปกครองเป็นเจ้าภาพ กำหนดประกาศผลผู้ผ่านการสอบข้อเขียนในวันนี้เพื่อไปสอบสัมภาษณ์ให้เหลือเพียง ๑๕๐ คนเข้าอบรม ดูผลทางอินเตอร์เน็ตแล้วมีชื่อผ่านข้อเขียน หากผ่านสัมภาษณ์ต้องไปชำระค่าลงทะเบียนเรียนแสนกว่าบาท คงต้องของบประมาณจาก สพฐ. ให้ช่วยส่งเรียน กำหนดเรียนเฉพาะเสาร์-อาทิตย์ทุกสัปดาห์ตั้งแต่เดือนมกราคม-กันยายน ๒๕๕๔ หนักหนาสาหัสเอาการ ท่านรองฯ ครรชิต หิรัณยหาด มาเยี่ยม เลยแบ่งไข่ไก่ที่โรงเรียนเอกชนมอบให้ กลับไปทานที่บ้าน ๒๐ ฟอง
วันพุธที่ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๕๓ เช้าเดินทางไปโรงเรียนวัดบ่อเงิน พร้อมด้วยท่านรองฯ ประพฤทธิ์ บุญอำไพ เพื่อร่วมพิธีวางศิลาฤกษ์อาคารเรียน ที่ อบจ.ปทุมธานี จัดสรรงบประมาณสร้างให้ ๑ หลัง เป็นอาคารคอนกรีตสูง ๓ ชั้น ราคา ๖ ล้านกว่าบาท การเดินทางไปโรงเรียนนี้ใช้เส้นทางไปสถานีดาวเทียมไทยคม ลาดหลุมแก้ว ผ่านไทยคมเล็กน้อยเลี้ยวซ้ายเข้าไปก็ถึงวัด ข้ามคลองไปอีกนิดก็ถึงโรงเรียน เคยมาแล้วหลายครั้ง เป็นโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา นักเรียน ๓๐๐ กว่าคน ผอ.จตุพงศ์ คล้ายพุฒ เป็นคนหนุ่มขยันขันแข็งในการพัฒนา ทำให้โรงเรียนทันสมัย มีห้องคอมพิวเตอร์และห้องประกอบอื่น ๆ ที่ได้มาตรฐาน เมื่อได้อาคารหลังใหม่เชื่อว่าจะทำให้นักเรียนเพิ่มขึ้น คุณภาพการศึกษาดีขึ้น พิธีการทำกันในสนามหน้าอาคารเรียนทั้งหลังใหม่และหลังเก่า กางเต็นท์หลายหลัง ผู้บริหารโรงเรียนมาร่วมพิธีกันมาก เช่นเดียวกับผู้บริหารท้องถิ่น ทั้ง อบต.และอบจ. ประธานในพิธีเป็นนายก อบจ.ปทุมธานี นายชาญ พวงเพ็ชร เมื่อประธานมาถึงก็เริ่มพิธีสงฆ์ จบพิธีสงฆ์ก็ต่อด้วยพิธีพราหมณ์คือการวางศิลาฤกษ์ โรงเรียนก่ออิฐสี่เหลี่ยมผืนผ้าไว้หน้าอาคารใหม่สูงประมาณ ๑ เมตรครึ่ง บรรจุทรายไว้ข้างใน ได้เชิญผู้มีเกียรติตอกไม้มงคลกันคนละต้น ไม้มงคลที่ใช้ในพิธีวางสิลาฤกษ์ มี ๙ ชนิด ดังนี้ ๑.ไม้ราชพฤกษ์ หมายถึง ความเป็นใหญ่และมีอำนาจวาสนา ๒.ไม้ขนุน หมายถึง หนุนให้ดีขึ้นร่ำรวยขึ้น ทำอะไรจะมีผู้ให้การเกื้อหนุน ๓. ไม้ชัยพฤกษ์ หมายถึง การมีโชคชัย ชัยชนะ ชนะศัตรู ชนะอุปสรรคต่างๆ ๔.ไม้ทองหลาง หมายถึง การมีทรัพย์สินเงิน มีเงินทองใช้ไม่ขัดสน ๕.ไผ่สีสุก หมายถึง มีความสุขกายสบายใจ ไร้ทุกข์โศกโรคภัย ๖.ไม้ทรงบาดาล หมายถึง ความมั่นคง หรือทำให้บ้านมั่นคงแข็งแรง ๗.ไม้สัก หมายถึง ความมีศักดิ์ศรี ความมีเกียรติ อำนาจบารมี คนเคารพนับถือและยำเกรง ๘.ไม้พะยูง หมายถึง การพยุงฐานะให้ดีขึ้น ๙.ไม้กันเกรา หมายถึง ป้องกันภัยอันตรายต่างๆ หรืออีกชื่อหนึ่งว่า ตำเสา ซึ่งอาจหมายถึงทำให้เสาเรือนมั่นคง เมื่อตอกไม้มงคลเป็นเสาเข็มเรียบร้อยก็วางอิฐเงินอิฐทองเป็นฐาน แล้ววางศิลาฤกษ์ที่เขียนดวงชะตาของอาคารทับไว้บนสุด มีการโปรยข้าวตอกดอกไม้ หรือแก้วแหวนเงินทองตามที่เห็นสมควร มาถวายเครื่องไทยธรรม รับพรพระก็เสร็จพิธี ต้องชมพิธีกรในงานนี้พูดน้ำเสียงดี ใช้ภาษาดี ไม่ยืดยาด ผู้บริหารบอกว่าเป็นอดีตศึกษาธิการอำเภอ เจ้าภาพพยายามให้ทานอาหารที่เตรียมไว้ เห็นยังเช้านักก็บอกปัดเพราะมีงานต้องไปทำต่อ ถึงสำนักงานเขตทำงานเอกสารจนเที่ยง ชวนฝ่ายเลขานุการไปทานข้าวแกงปักษ์ใต้ ถนนพัฒนสัมพันธ์ เคยมาทานหลายครั้งรสชาติพอใช้ได้ มาวันนี้เจ้าของบอกว่ากำลังจะเลิกกิจการกลับไปอยู่บ้านที่นราธิวาส ก็แปลกดี มีแต่คนหนีขึ้นมารายนี้จะกลับลงไป บ่ายมีการประชุมคณะทำงานเพื่อวางแผนจัดกิจกรรมพัฒนาครูทั้งระบบ ด้วยงบประมาณ Sp2 ที่เหลืออยู่ประมาณ ๓ ล้านบาท ท่านรองฯสมมาตร ชิตญาติ และท่านรองฯ กฤษณะ เลิศวิชานันท์ ได้เชิญตัวแทนเขตมัธยมศึกษา ที่ ๔ ศูนย์การศึกษาพิเศษจังหวัดปทุมธานี และประธานเครือข่ายมาช่วยกันคิด กรอบความคิดที่ได้จากการประชุม จะจัดแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ๑ วัน โดยมี Master Teachers เป็นแกน ใช้อุทยานวิทยาศาสตร์เป็นสถานที่ประชุมสัมมนา ด้วยเห็นว่ามีอาคารสะดวกสบาย ที่จอดรถเพียงพอ อาหารการกินได้มาตรฐานแม้ราคาจะแพง แต่ก็สมฐานานุรูปกับความเป็นครู กำหนดจัดงานวันที่ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๕๓ และจะให้ไปศึกษา Best Practice ในงานศิลปหัตถกรรมนักเรียนภาคกลาง ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา วันที่ ๒๗ ธันวาคม ๒๕๕๓ อีก ๑ วัน แต่กิจกรรมระหว่างประถมศึกษากับมัธยมศึกษาดูไม่ค่อยจะลงตัว ฝากท่านรองฯ ผอ.สพม.เขต ๔ ไปปรึกษาหารือกันต่อ ด้านค่าใช้จ่ายให้ท่านรองฯ สมมาตร ชิตญาติ ไปคำนวณอีกครั้งหนึ่ง เย็นท่าน ผอ.สุภาวดี วงษ์สกุล โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยรังสิต มาพบเพื่อติดตามการเบิกจ่ายงบประมาณและรายงานความก้าวหน้าในการพัฒนาโรงเรียน ไม่ได้รายงานในฐานะผู้บังคับบัญชา แต่รายงานเพราะร่วมงานกันมาในอดีต ได้ร่วมแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าจนลุล่วง ประกอบกับผู้ปกครองนักเรียนปรารภให้ฟังว่า โรงเรียนดีขึ้นมาก เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี จะช่วยเป็นกำลังใจในการทำงาน
วันพฤหัสบดีที่ ๑๖ ธันวาคม ๒๕๕๓ เข้าสโมสรดื่มกาแฟและพูดคุยกับท่านรองฯ สมมาตร ชิตญาติ ปรารภให้ฟังว่า ทาง สพม. เขต ๔ ประสงค์จะไปจัดกิจกรรมพัฒนาแยกจากที่กำหนดกันในที่ประชุมเมื่อวาน จึงต่อโทรศัพท์ไปหาท่าน ผอ.กิจจา ชูประเสริฐ ผอ.สพม. เขต ๔ แจ้งให้ทราบว่าหากจะตัดเงินไปให้ ๑ ล้านบาทไปจัดกิจกรรมกันเองจะขัดข้องไหม ท่านก็ตอบรับด้วยดี ก็เป็นอันว่าลงตัวทั้งกิจกรรมและงบประมาณ ไม่ต้องคาราคาซังกัน ชวนศึกษานิเทศก์ และทีมงาน ไปเยี่ยมชมกิจการร้าน OTOP ลาดหลุมแก้ว เขานำตุ่มสามโคกมาหุ้มผ้าแต่งลายจนสวยงาม ขายเป็นของฝากของที่ระลึก เคยอุดหนุนไปหลายใบแล้วแต่ไม่รู้แหล่ง วันนี้มาถึงที่เพื่อเลือกใบที่เหมาะสมที่สุด จะนำไปเป็นที่ระลึกในรายการอวยพรวันเกิด รมว.ศธ. ในวันนี้ตอนบ่าย ขึ้นทำงานเอกสารที่ห้อง ผู้จัดการโรงพิมพ์นำรูปแบบสมุดโทรศัพท์ขนาดพกพามาเสนอเป็นแบบ เพราะประสงค์จะพิมพ์แจกในเทศกาลปีใหม่ ได้ปรับปรุงรูปแบบเล็กน้อยก่อนให้ไปทำตัวอย่างส่งมาให้ดูอีกครั้ง เที่ยงสั่งสุกี้มาทานที่ห้อง ๑ ชาม บ่ายประชุมรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตและผู้อำนวยการกลุ่มที่ห้องประชุมชั้นล่าง ดูบรรยากาศหงอยเหงาเหมือนแมวป่วย ส่วนสาเหตุคงเป็นเพราะภาระงานมากขึ้น คนน้อยลง บรรยากาศทำนองนี้มีให้เห็นทั่วไปใน สพฐ. ทั้งส่วนกลางและส่วนเขต มานั่งทบทวนดูหรืออาจเพราะเราอายุมากขึ้นจึงดูอะไรไม่สดใสเหมือนหนุ่มสาว หน่วยงานไหนมี สว.(สูงวัย) มาก ๆ ยิ่งเพิ่มดีกรีความเซ็งให้เข้มข้นขึ้น คงต้องหาทางแก้ไขให้ความคึกคักฮึกเหิมหวนคืนมา เรื่องที่ประชุมกันวันนี้เป็นการซักซ้อมการทำงานเช่นการแต่งกาย การดูแลความปลอดภัยสถานที่ราชการ การบริการครูและบุคลากรทางการศึกษา ได้มอบหมายให้ท่านรองฯ วิโรจน์ ผลแย้ม ตั้งทีม ICT เพื่อหาโปรแกรมช่วยงาน ไม่ว่าการบริหารการเงิน การหักภาษี การบริหารงานบุคคล การบริหารงบประมาณ หากสามารถทำให้เจ้าตัวใส่รหัสเลขประจำตัวประชาชน แล้วหาข้อมูลตัวเองได้เลยจะยิ่งประเสริฐนัก อีกเรื่องหนึ่งคือการพัฒนาบุคลากรให้ช่วยกันยกระดับของเขตให้เป็น Area Excellence จะนำบุคลากรไปสัมมนากันที่อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี ช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ที่ ๒๕ – ๒๖ ธันวาคม ๒๕๕๓ นี้ โดยคาดหวังว่าจะได้บรรยากาศเงียบ ๆ ของป่าเขาช่วยให้การวิเคราะห์วิจัยถึงแนวทางพัฒนางาน และแก้ปัญหาให้ก้าวพ้นช่วงวิกฤติไปได้ สำหรับงานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ที่อยุธยา ท่านรองฯ มานะ พุ่มบัว รายงานว่าได้เตรียมการไว้พร้อมแล้วทั้งนิทรรศการและการนำนักเรียนไปแข่งขัน การพัฒนาครูทั้งระบบรอบสุดท้ายมอบท่านรองฯสมมาตร ชิตญาติ และท่านรองฯ กฤษณะ เลิศวิชานันท์ เตรียมการให้พร้อม เลิกประชุมแค่ ๑๕ นาฬิกา ขอใช้รถตู้โรงเรียนขจรทรัพย์อำรุง เพราะของเขตเข้าอู่ซ่อมทั้งสองคัน ชวนเจ้าหน้าที่ในเขตได้ ๔-๕ คน ผอ.รร.อีก ๖-๗ คน เดินทางไปกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อคารวะและอวยพรวันเกิดให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ความจริงท่านเกิดวันที่ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๕๓ ปีนี้ตรงกับวันเสาร์ พรุ่งนี้ท่านก็ไม่อยู่เลยนัดหมายเอาบ่ายนี้ ถึงกระทรวงก่อนเวลาได้พบคณะที่มาอวยพรอีก ๑ คณะคือกลุ่มเพื่อนมหาชัย ๑๗ หมายถึงเพื่อนนักเรียนฝึกหัดครู ป.กศ. จากวิทยาลัยครูนครศรีธรรมราช ที่จบการศึกษาปีการศึกษา ๒๕๑๗ ผมเป็นรุ่นน้อง ๑ ปี อดีต ผอ.เขต ท่านสมนึก ศูนย์กลาง นำคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน โรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือมาร้องขอความเป็นธรรมจาก รมว.ศธ. เรื่องการแต่งตั้งผู้บริหารโรงเรียนที่ความเห็นของคณะกรรมการสถานศึกษาไม่ตรงกับคณะกรรมการกลั่นกรอง คิดว่าแยกเป็นเขตมัธยมแล้วจะหมดปัญหากลับไม่เป็นอย่างที่หวัง ไม่พบกันมา ๓ ปีกว่าได้ถามทุกข์สุขกันตามสมควร เมื่อ รมว.ศธ.กลับมาจากประชุมได้เข้าอวยพร มอบของที่ระลึก ท่านนำชมห้องทำงานและมอบพระเครื่องเป็นศิริมงคลกับพวกเราทุกคน ท่านเล่าให้ฟังว่านายกรัฐมนตรีได้ขยับ พรบ.เงินเดือน เงินวิทยฐานะและเงินประจำตำแหน่งมาอยู่ลำดับหนึ่งเพื่อพิจารณาในสมัยประชุมสภาหน้า คาดว่า พรบ.เงินเดือนฯ ต้องผ่านก่อนการปรับเงินเดือน ๕ % ในเดือนเมษายน ๒๕๕๔ ขณะนี้ได้ของบประมาณ ๗ พันล้านบาทจากนายกรัฐมนตรีเพื่อมาจ่ายเงินวิทยฐานะที่ค้างจ่ายให้จบสิ้น และกำลังจะตั้งกองทุนพัฒนาครู ใช้เวลาสนทนาวิสาสะกันประมาณ ๓๐ นาทีก็ลากลับ ขากลับฝนตกหนักตลอดทางและตามมาตกถึงปทุมธานี อยู่ฟังเพลงที่สโมสรถึง ๒ ทุ่มจึงกลับที่พัก
วันศุกร์ที่ ๑๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ ภาคเช้าได้ตรวจโครงการ Area Excellence ที่ให้ศึกษานิเทศก์ช่วยกันปรับจนอนุมัติได้ จะได้ยืมเงินออกมาดำเนินการตามโครงการ ส่วนโครงการพัฒนาครูทั้งระบบทีมงานไปประสานในรายละเอียดอีกครั้งหนึ่ง อยู่ห้องทำงานตลอดวัน ท่าน ผอ. สุนีย์ จอดนอก โรงเรียนวันครู ๒๕๐๒ มาหารายงานแนวทางพัฒนางานของโรงเรียนให้ทราบ ให้กำลังใจในการทำงาน ขอให้เดินช้า ๆ แต่มั่นคง การแก้ปัญหาต้องไม่สร้างปัญหาให้ตนเองจนเกินจะแก้ไหว ท้ายสุดก็ต้องเป็นฝ่ายแพ้ในเกมส์ มีตัวอย่างให้เห็นทั้งใกล้และไกล เที่ยงสั่งข้าวต้มปลามาทานที่ห้อง บ่ายทำงานแฟ้มเอกสารสลับกับการ Clean Virus ไฟล์ต่าง ๆ ใน ptt1.obec.go.thเพราะตรวจพบว่าภาพกิจกรรมในอดีตบางเดือนมีไวรัสปล่อยไว้นานจะลุกลามไปอีก ก่อนเลิกงานหยิบวารสารพุทธธรรม ซึ่งตีพิมพ์เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๘ หน้า ๒๗ – ๓๐ เป็นข้อเขียนของพลตำรวจเอกวสิษฐ เดชกุญชร เรื่อง “ใกล้และไกลพระยุคลบาท” จึงขออนุญาตนำมาถ่ายทอดต่อเพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติเผยแพร่พระเกียรติคุณให้แผ่ไพศาลยิ่ง ๆ ขึ้นไป
“ผมเป็นเด็กอีสานบ้านนอก เพราะฉะนั้น จึงรู้จักพระเจ้าแผ่นดินครั้งแรกจากรูปของท่านที่เขาใช้ทำปฏิทินที่แขวนในโรงเรียน และที่เขาฉายในโรงหนังเวลาหนังจบเรื่อง ตอนนั้นถึงแม้ครูจะบอกว่ารูปพระเจ้าแผ่นดินต้องเรียกเป็นราชาศัพท์ว่า พระบรมฉายาลักษณ์ และครูชมผมว่าออกเสียงได้ถูกต้อง แต่เพื่อนร่วมชั้นร่วมโรงเรียนของผมซึ่งเป็นเด็กอีสานเหมือนกัน และพูดภาษาลาวมาตั้งแต่เกิดก็ออกเสียงคำนั้นไม่ไหว กลายเป็น พะบอลมสาญาลัก (ตัว ญ ออกเสียงขึ้นจมูกเหมือนตัว N ในภาษาสเปน) ทุกที ที่โรงเรียน ครูสอนให้ผมสักการะพระเจ้าแผ่นดิน เพราะพระองค์ท่านทรงเป็นลูกหลานของพระมหากษัตริย์ผู้ทรงสร้างประเทศไทย ครูสอนให้ผมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี ผมเป็นคนร้องเพลงเก่ง สอบขับร้องได้ที่หนึ่งเสมอ เพราะฉะนั้น หลังสวดมนต์เวลามีการร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี ผมจึงได้รับมอบหมายให้เป็นต้นเสียง พระเจ้าแผ่นดินสำหรับผมสมัยนั้น จึงเป็นของสูงศักดิ์ที่อยู่ไกลจนผมเชื่อว่าไม่พึงอาจเอื้อมไปสัมผัส และมีไว้สำหรับกราบไหว้บูชาเหมือนพระพุทธรูปเท่านั้น
ตอนได้เป็นนิสิตเรียนจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผมได้เห็นองค์จริงของพระเจ้าแผ่นดินเป็นครั้งแรก เมื่อท่านเสด็จฯ ไปพระราชทานปริญญาบัตรให้นิสิตรุ่นพี่ สรรพนามของท่านเปลี่ยนจาก “พระเจ้าแผ่นดิน” เป็น “ในหลวง” แต่ถึงจะได้เห็น (ผมเพิ่งรู้เหมือนกันว่าสำหรับในหลวงนั้น เขาไม่ดูหรือเห็น แต่เขา “เฝ้า”) ผมก็ได้แต่ดูอยู่ไกล ๆ ถึงกระนั้น ทุกครั้งที่ได้เห็น (หรือเฝ้า) ผมก็รู้สึกปลื้มใจและอิ่มใจอย่างบรรยายไม่ถูก และเมื่อรู้ว่าผมจบก็จะได้รับพระราชทานปริญญาบัตรจากพระหัตถ์เหมือนกัน ผมก็คอยวันนั้นด้วยความตื่นเต้น วันนั้นมาถึงจริง ๆ ในเดือนมิถุนายน พ.ศ. ๒๔๙๕ รัฐศาสตร์บัณฑิตรุ่นแรกของจุฬาฯ ได้เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับพระราชทานปริญญาบัตร และผมเป็นคนที่สองที่ได้เข้าเฝ้าฯ ผมรับพระราชทานเสร็จ ลงจากเวทีที่ประทับมาแล้วจึงได้รู้ว่า แม้จะได้เข้าเฝ้าฯอย่างใกล้ชิด มืออยู่ห่างพระหัตถ์แค่คืบ แต่ผมก็ไม่ได้เห็นพระพักตร์เลย ไม่รู้จนกระทั่งว่าข้างพระวรกายนั้น สมเด็จพระบรมราชินีนาถก็ประทับอยู่ด้วย
ที่เป็นเช่นนั้นเพราะอาจารย์ผู้ซ้อมการรับพระราชทานปริญญาขู่ผมอีกว่า ขณะที่เข้าเฝ้าฯ อย่ามองพระพักตร์หรือสบพระเนตรเป็นอันขาด ให้มองได้สูงที่สุดได้แค่ที่ดุมฉลองพระองค์(เสื้อ)เม็ดที่หนึ่ง ซึ่งอยู่ใต้พระหนุ(คาง) เท่านั้น ขืนมองพระพักตร์หรือสบพระเนตรผมจะลืมทุกอย่าง เฝ้าฯ รับพระราชทานปริญญาบัตรครั้งนั้นแล้ว ผมก็ไม่มีโอกาสเข้าเฝ้าฯอีก จนกระทั่งราวปี พ.ศ. ๒๕๐๔ หรือ ๐๕ เมื่อผมเป็นตำรวจยศพันตำรวจตรีแล้ว คราวนี้เป็นการเฝ้าฯนอกราชการ เนื่องจากได้แสดงละครหน้าที่นั่ง ละครเรื่องนั้นคือละครเรื่อง “ลูกคุณหลวง” สร้างจากบทประพันธ์ของอาจารย์ ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช เพื่อหาเงินให้มูลนิธิการกุศลซึ่งอยู่ในพระบรมราชูปถัมภ์ ในการแสดงละครเรื่องนั้น(ที่หอประชุมมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระบรมราชินีนาถ เสด็จฯทอดพระเนตรด้วย จึงเรียกว่าแสดง “หน้าที่นั่ง” เดี๋ยวนี้มักเรียกกันเพี้ยนและผิดว่า “หน้าพระที่นั่ง”
คราวนี้ได้เฝ้าฯ ใกล้และทรงมีพระราชปฏิสันถาร (คือทรงทักถาม) ก็จริง แต่ผมเป็นดาราหางแถว หัวแถวเป็นดาราใหญ่ เช่น อาจารย์คึกฤทธิ์ซึ่งเล่นเป็นคุณหลวง คุณสุพรรณ บูรณะพิมพ์ ซึ่งเล่นเป็นเมียคุณหลวงและเป็นแม่ผม คุณอาคม มกรานนท์ และคุณรจิต ภิญโญวณิชย์ ซึ่งเล่นเป็นพี่ต่างแม่ของผม เพราะฉะนั้น พอทรงพระดำเนิน(เดิน) ไปถึงหางแถวที่ผมเฝ้าฯ อยู่ ก็ได้แค่ทรงแย้มพระสรวล(คือยิ้ม)เท่านั้นเอง
หลังจากนั้น หน้าที่ราชการทำให้ผมต้องระเหเร่ร่อนอยู่ตลอดเวลา ผมจึงรู้ว่าผมคงไม่มีโอกาสได้เฝ้าฯ อีกอย่างแน่นอน หน้าที่ราชการที่ว่านี้เกี่ยวกับการตอบโต้คอมมิวนิสต์ ซึ่งสมัยนั้นกำลังคุกคามเมืองไทยอยู่ ผมได้รับมอบหมายให้ฝึกอบรมตำรวจที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ต่อสู้และปราบปรามผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ เพราะฉะนั้น ผมจึงต้องเดินทางไปต่างจังหวัดเป็นประจำ บางช่วงบางระยะก็ได้รับแต่งตั้งให้ไปประจำทำหน้าที่อยู่กับหน่วยที่ตั้งอยู่ต่างจังหวัดเลยทีเดียว ในระยะเวลาที่ทำหน้าที่อยู่ต่างจังหวัดนั้น ผมได้ข่าวว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระบรมราชินีนาถเสด็จพระราชดำเนิน ไปทรงเยี่ยมประชาชนและเจ้าหน้าที่อยู่เสมอ แต่ก็เผอิญไม่เสด็จฯ ตรงที่ผมกำลังทำงานอยู่ ผมจึงไม่มีโอกาสเข้าเฝ้าฯ
จนกระทั่งในเดือนเมษายน พ.ศ. ๒๕๑๐ บุญจึงได้หล่นทับผม ตอนนั้น พระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ แปรพระราชฐานไปประทับอยู่ที่วังไกลกังวล อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และผมได้รับมอบหมายให้ฝึกตำรวจตระเวนชายแดนอยู่ที่พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี บ่ายวันหนึ่ง หลังการฝึก ผมกำลังพักผ่อนอยู่ ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ว่าพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระบรมราชินีนาถจะเสด็จฯไปทรงพักผ่อนพระอิริยาบถที่ชายหาดหน้าพระราชนิเวศน์ หมายความว่า จะต้องเสด็จฯผ่านค่ายฝึกของตำรวจตระเวนชายแดน ผู้บังคับบัญชาจึงสั่งให้เจ้าหน้าที่ของค่าย รวมทั้งครูฝึก ออกไปตั้งแถวรับเสด็จฯ ตามระเบียบและประเพณี รายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องนี้ผมเขียนเอาไว้ในหนังสือชื่อ “รอยพระยุคลบาท” และไม่ขอเขียนถึงโดยละเอียดในที่นี้อีก จะขอบอกแต่เพียงว่าถ้าผมทำงานอยู่ในกรุงเทพฯ ไม่ได้รับหน้าที่ไปเป็นครูฝึกตำรวจอยู่บ้านนอก ผมคงยังไม่มีโอกาสได้เฝ้าฯไปอีกนาน อาจจะไม่มีโอกาสเลยเสียด้วยซ้ำไป
บ่ายวันนั้น เมื่อเสด็จฯ ถึงพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน และทอดพระเนตรเห็นแถวตำรวจคอยเฝ้าฯอยู่ ทั้งสองพระองค์ก็ทรงพระกรุณา เสด็จฯ ลงจากรถยนต์พระที่นั่ง แล้วทรงพระดำเนินไปให้พวกเราเฝ้าฯ ผมนั้นดีใจที่คราวนี้จะได้เห็นพระวรกายอย่างใกล้ชิด แต่ไม่ได้นึกได้ฝันว่าเมื่อเสด็จฯ ไปถึงและทรงหยุดอยู่เบื้องหน้าผม หลังจากที่ พ.ต.อ.ประเนตร ฤทธิ์ฦาชัย ผู้บังคับค่ายกราบบังคมทูลเบิกผมเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท(แปลว่าทรงแนะนำให้ทรงรู้จัก) ด้วยประโยคว่า “ข้าพระพุทธเจ้า พันตำรวจโท วสิษฐ เดชกุญชร” แล้ว ทั้งสองพระองค์ทรงหยุดอยู่ ยังไม่ทรงพระดำเนินต่อไป “มาทำอะไรอยู่ที่นี่?” ผมไม่เคยถูกฟ้าผ่า แต่เชื่อว่าหากฟ้าผ่าลงตรงตัวผมในขณะนั้น ผมก็คงจะรู้สึกอย่างนั้นคือ ชาไปทั่วตัวอย่างแรงจนแทบหมดสติ เมื่อรู้ตัวและรู้ว่ายังประทับอยู่ตรงหน้า ผมจึงแข็งใจกราบบังคมทูลออกไปว่า “มาเป็นครูฝึกตำรวจพระพุทธเจ้าข้า” สุดสัปดาห์ถัดมา ผมได้เข้าเฝ้าฯ อีกครั้งหนึ่งพร้อมกับข้าราชการพลเรือน ตำรวจและทหารที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณเชิญให้เข้าไปรับพระราชทานเลี้ยงอาหารค่ำในวังไกลกังวล คราวนี้ที่มิได้คาดหมายอีกเหมือนกันก็คือ บุญหล่นทับครั้งที่สอง ทรงพระกรุณาให้ผมนั่งโต๊ะเสวย ที่นั่งของผมอยู่เบื้องขวาของสมเด็จพระบรมราชินีนาถ หลังจากนั้น แม้จะยังไม่มีหน้าที่โดยตรง แต่เมื่อเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมประชาชนและเจ้าหน้าที่ทั้งใกล้และไกล ก็ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ผมตามเสด็จฯ อยู่เสมอ จนถึงเดือนเมษายน พ.ศ. ๒๕๑๓ จึงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ผมเป็นนายตำรวจราชสำนักประจำ มีหน้าที่ถวายความปลอดภัยแด่พระยุคลบาท ผมทำหน้าที่อยู่จน พ.ศ. ๒๕๒๔ แล้วจึงกราบถวายบังคมลาออกไปรับตำแหน่งและทำหน้าที่อื่นในกรมตำรวจ
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อได้เฝ้าฯครั้งแรก และที่ได้ประสบหลังจากที่ได้เข้าไปเป็นนายตำรวจราชสำนักประจำ จนกระทั่งถึงบัดนี้ ให้ความรู้แก่ผมหลายอย่าง
อย่างหนึ่ง ก็คือ ผู้ที่อยู่ในท้องถิ่นทุรกันดารและเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่เสี่ยงอันตรายมีโอกาสได้เข้าเฝ้าฯ เร็วและใกล้ชิดกว่าผู้ที่อยู่ในที่สมบูรณ์พูนสุขหรือเจ้าหน้าที่ที่ทำงานสบาย ๆ
ผมเคยเห็นพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระบรมราชินีนาถเสด็จฯ เข้าไปในกระท่อมหลังเล็ก ๆ หลังคามุงหญ้าที่ปลูกบนพื้นดินโดยไม่ยกพื้น แล้วทรงนั่งลงและทรงรับถ้วยน้ำจัณฑ์(เหล้า) ที่ราษฎรชาวเขาเจ้าของบ้านถวายมาเสวย
ผมเคยเห็นนายอำเภอเล็ก ๆ แห่งหนึ่งในจังหวัดน่าน ซึ่งกำลังเผชิญอันตรายจากการก่อการร้ายของคอมมิวนิสต์ ได้รับพระมหากรุณา ไม่แต่จะเสด็จฯไปทรงเยี่ยมจนถึงอำเภอนั้นเท่านั้น แต่พระเจ้าอยู่หัวพระราชทานพระเครื่องพร้อมสร้อยคอ โดยทรงคล้องให้นายอำเภอผู้นั้นด้วยพระองค์เอง
ภาพความใกล้ชิดระหว่างพระมหากษัตริย์และประชาชนที่ผมเห็นแล้วเห็นอีก และยังเห็นต่อมาจนถึงทุกวันนี้ แม้ผมจะออกมาอยู่ไกลพระยุคลบาทแล้ว เป็นภาพที่มีให้ดูได้แห่งเดียวเท่านั้นในโลกคือประเทศไทย ชาวต่างประเทศหลายคนที่เห็นเคยปรารภกับผมว่า King (พระเจ้าแผ่นดิน) อย่างของผมนั้น มีพระองค์เดียวในโลก
แต่สิ่งที่ไม่อาจจะเห็นหรือบรรยายได้ด้วยภาพหรือประโยคใด ๆ นั้น คือ ความผูกพัน ความห่วงใย และความเสียสละที่ไม่มีเงื่อนไข และไม่หยุดยั้งของพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระบรมราชินีนาถ ที่พระราชทานแก่คนไทยโดยไม่เลือกเผ่า เพศ วัย อาชีพ หรือศาสนา ผมพ้นหน้าที่ออกมาอยู่ไกลพระยุคลบาทแล้วเป็นเวลา ๒๔ ปี แต่ไม่เคยรู้สึกว่าอยู่ไกลพระยุคลบาท พระสุรเสียงและพระราชดำรัสถามที่ได้ยินบ่ายวันนั้น เมื่อ ๓๘ ปีมาแล้วที่พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ยังกังวานอยู่ในความทรงจำของผม
“มาทำอะไรอยู่ที่นี่”
พระสุรเสียงและพระราชดำรัสนั้นเตือนผมว่าผมจะอยู่ที่ไหน มีตำแหน่งอะไร หรือไม่ก็ตาม ผมยังจะต้องโดยเสด็จฯทำ “อะไร” ต่อไป จนกว่าจะสิ้นแรงสิ้นกำลัง เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม"
กำจัด คงหนู
ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต ๑ >
"ท่านเล่าให้ฟังว่านายกรัฐมนตรีได้ขยับ พรบ.เงินเดือน เงินวิทยฐานะและเงินประจำตำแหน่งมาอยู่ลำดับหนึ่งเพื่อพิจารณาในสมัยประชุมสภาหน้า คาดว่า พรบ.เงินเดือนฯ ต้องผ่านก่อนการปรับเงินเดือน ๕ % ในเดือนเมษายน ๒๕๕๔ ขณะนี้ได้ของบประมาณ ๗ พันล้านบาทจากนายกรัฐมนตรีเพื่อมาจ่ายเงินวิทยฐานะที่ค้างจ่ายให้จบสิ้น และกำลังจะตั้งกองทุนพัฒนาครู"......เป็นข่าวดีต้อนรับปีใหม่นี้ สำหรับมนุษย์เงินเดือน...ขอบพระคุณท่านผู้อำนวยการ
มึความรู้ดีมาก
สวัสดีค่ะ
ขอบพระคุณท่าน ที่แวะไปเยี่ยมเยียนกันคะ หนูก็ไม่ได้แวะมาอ่านเรื่องเล่าของท่านนานแล้ว ระลึกถึงเช่นกันคะ ตอนนี้หนูได้ย้าย รร. สมใจแล้วน่ะคะ ชื่อ โรงเรียนบ้านนกงาง อ.เมือง จ. ระนองคะ ย้ายเข้ามาใกล้บ้านอีก 20 กม. แต่ก็ยังต้องตื่นเช้าอยู่ดี แต่ไม่เป็นไรคะ ย้ายขยับมาทีละนิด อีกหน่อยคงจะดีกว่านี้คะ มาถึงก็ได้ถ่ายรายการโทรทัศน์ครูเลยน่ะคะ แหม เป็นปลื้มสุดๆคะ แต่ว่ายังไม่ได้ออกอากาศ อยู่ในระหว่างดำเนินการคะ เมื่อไหร่แล้วเสร็จจะส่งข่าวให้ท่านทราบน่ะคะ
ขอบคุณคะ
ขอเรียนถามค่ะ
ในกรณีการเรียกบรรจุแล้วถ้าหากบางสาขาวิชาเอกมีคนสละสิทธิ์ไม่ทราบว่า ทางเขตจะเรียกเพิ่มอีกหรือไม่ค่ะ หรือต้องรอผลการประชุมอีกทีเพราะบางเขตเห็นเพื่อนๆบางคนพูดว่าต้องรอต่อไปก่อนจนกว่าจะมีเรียกอัตราใหม่ไม่เรียกสำรองแต่คิดว่าเขต 1 นี้น่าจะเรียกสำรองต่อไปนะค่ะและเท่าที่ฟังมาก็ไม่ค่อยเชื่อเท่าที่ควรเพราะจากระเบียบก็มีอยู่แล้วว่าต้องเรียกพิ่มเติมสำรองใช่ไหมค่ะท่าน แต่ก็ไม่ทราบว่าจะมีสละสิทธิ์ไหมเพราะทุกคนก็อยากบรรจุทุกคน
ขอเรียนถามค่ะ
ในกรณีการเรียกบรรจุแล้วถ้าหากบางสาขาวิชาเอกมีคนสละสิทธิ์ไม่ทราบว่า ทางเขตจะเรียกเพิ่มอีกหรือไม่ค่ะ หรือต้องรอผลการประชุมอีกทีเพราะบางเขตเห็นเพื่อนๆบางคนพูดว่าต้องรอต่อไปก่อนจนกว่าจะมีเรียกอัตราใหม่ไม่เรียกสำรองแต่คิดว่าเขต 1 นี้น่าจะเรียกสำรองต่อไปนะค่ะและเท่าที่ฟังมาก็ไม่ค่อยเชื่อเท่าที่ควรเกี่ยวกับการไม่เรียกสำรองเพราะจากระเบียบก็มีอยู่แล้วว่าต้องเรียกพิ่มเติมสำรองใช่ไหมค่ะท่าน แต่ก็ไม่ทราบว่าจะมีสละสิทธิ์ไหมเพราะทุกคนก็อยากบรรจุทุกคน ขอขอบพระคุณค่ะ
กรณีนี้ได้ขออนุมัติ อ.ก.ค.ศ. เขต ไว้แล้วว่า หากวิชาเอกใดมีผู้สละสิทธิ์ให้เรียกลำดับต่อไปได้เลยครับ ไม่ต้องเข้าที่ประชุมอีก
ขอบคุณสำหรับการแบ่งปัน เรื่องเล่า "ใกล้และไกลพระยุคลบาท" อ่านแล้วน้ำตาไหลค่ะ
อยากให้ช่วยครูที่ทำผลงานครูชำนาญการพิเศษส่งให้ตรวจผลงานแล้วให้ผ่านเถอะเพราะ ที่ผ่านมาเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 53 ได้มีครูจากโรงเรียนธรรมศาสตร์คลองหลวงที่สอนวิชาภาษาไทยเครียดในการทำผลงานส่ง ถึงกับเสียชีวิตเพราะเส้นโลหิตในสมองแตกแล้วนะ
หลังจากที่ได้เข้ามาอ่านบันทึกของท่าน ผอ. เขต แล้วนะค่ะ ทำให้ดิฉันมีความรู้เพิ่มมากขึ้น และมีกำลังใจในการทำงานมากขึ้น (ตอนนี้อยู่สังกัด สช. )ถ้าเกิดมีโอกาสได้บรรจุที่ เขต 1นี้จะตั้งใจทำงานและจะเขียนบันทึกให้ได้ดีเหมือนท่านค่ะ ว่างๆจากตรวจงานมาอ่านบันทึกของท่านก็ทำให้ได้รู้ถึงภาระกิจมากมายที่แสนเหนื่อยจนทำให้ไม่เหนื่อยค่ะ ถึงแม้จะยังเรียกบรรจุไม่ถึงก็ไม่เป็นไร ดิฉันจะตั้งใจทำงานและอ่านหนังสือเตรียมสอบเรื่อยไปค่ะ ขอบคุณท่านมากขอเป็นกำลังใจในการทำงานนะค่ะ เอกการประถมค่ะ
สวัสดีครับ ท่าน ผอ
แวะมาเยี่ยมเยือนและติดตามอ่านเรื่องเล่าจากเจ้าพระยาครับ
ขอให้ท่าน ผอ หายปวดกล้ามเนื้อและเป็นปกติไวๆ นะครับ
ขอบคุณครับ
ปลื้มใจกับโรงเรียนวัดบ่อเงินที่ได้รับคำชม สักวันหนึ่งโรงเรียนวัดราษฏร์ฯคงได้มีโอกาสบ้าง
ที่โรงเรียนไม่มีงานอะไร ไม่รู้ว่าจะได้ต้อนรับ ผอ.หรือไม่?