เมื่อสมัยที่ฉันยังเป็นเด็กและอยู่ที่บ้านนอกซึ่งเป็นบ้านเกิด ดิฉันมีความสุขและเพลิดเพลินกับบรรยากาศตลอดจนธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของที่นั่นมาก ที่นั่นมีต้นไม้ หนองน้ำ มีทุ่งนาที่เขียวขจี มีปลา มีกุ้งให้ช้อนกันอุดมสมบูรณ์ เวลาหน้าฝนทีไรจะเป็นที่สนุกสนาน น้ำในคูหน้าบ้านและท้องนาจะเจิ่งนองอุดมไปด้วย กุ้ง หอย ปู ปลา มีทั้งดอกบัวหลวง บัวที่มีดอกเล็กๆ สีขาว สีเหลือง เต็มท้องนา ทั้งยังมีแพงพวย ผักตบชวา ออกดอกสีม่วงพรืดไปหมด เป็นธรรมชาติที่งดงามประทับใจมาก
ตามสวนข้างๆ บ้านก็มีละมุด มะไฟ มะปริง ชมพู่ น้อยโหน่ง น้อยหน่า และต้นนมแมวที่พวกเด็กๆ ชอบปีนป่ายเก็บมากิน มันทั้งหอมทั้งหวานอย่าบอกใคร และยังมีต้นไม้อีก 2-3 ต้นที่พวกเด็กๆ สนใจคือ ต้นหม่อน ยามที่มันออกผลเป็นช่อๆ สีแดงปนดำนั้นเป็นที่หมายตาของเด็กๆ อย่างพวกดิฉัน จนต้องเก็บเอามาจิ้มเกลือกินกันให้อร่อย มันมีรสชาติอมเปรี้ยวอมหวานน่ากินยิ่งนัก ดังนั้นยามใดที่ต้นหม่อนออกผลมันจะไม่มีวันได้เหลืออยู่กะต้นจนเหี่ยวแห้งเป็นอันขาด เรียกว่า พรึ่บเดียวไม่มีติดต้นว่างั้นเหอะ
ในสมัยเด็กๆ ก็เก็บมากินอย่างงั้นๆ แหละค่ะ ไม่เคยรู้ว่าเจ้าต้นไม้ต้นนี้ ที่จริงมันคือ “สมุนไพร” ต้นหนึ่งที่ใช้ประโยชน์ทางยาได้ตั้งแต่ ใบ กิ่ง ก้าน ราก กระทั่งผลทีเดียวเชียวแหละ
ต่อมาเมื่ออายุย่างเข้าวัยรุ่นจึงค่อยรู้ คือ เห็นอาแปะข้างบ้านซึ่งแกรู้เรื่องสมุนไพรหลายอย่าง ได้เอากิ่งหม่อนมาตากแห้ง แล้วนำมาชงกับรากหญ้าคา ดื่มต่างน้ำชา ถามไถ่ก็ได้ความว่า “มันช่วยขจัดความร้อนให้ออกจากร่างกาย แก้ไข้จากลมร้อน ทำให้ปัสสาวะคล่อง ทั้งยังแก้เหน็บชาได้”
ก็ฟังมา จนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้ ดิฉันได้ไป “แม๊ะ” กับซินแสจีนท่านหนึ่ง เนื่องจากว่าระยะนั้นสุขภาพไม่สู้จะดีจากการตรากตรำงานหนักเกิดการเลือดลมเดินไม่สะดวก ตับไตไส้พุงพาลจะไม่ปกติ ดิฉันสังเกตในเทียบยามี “กิ่งหม่อน” รวมอยู่ด้วย ถามซินแสว่าท่านใช้รักษาอะไรท่านบอกว่า “กิ่งหม่อนนี้ช่วยในการทะลุทะลวงลมปราณ ช่วยไม่ให้หลอดเลือดแข็งตัว และทำให้เลือดลมไหลเวียนสะดวก ทั้งยังรักษาอาการปัสสาวะเป็นสีเหลืองมีกลิ่นฉุน อันเกิดจากความร้อนที่คั่งค้าง แก้ไอ มีเสลด มีน้ำมูก หรือเสลดข้น ช่วยให้ลำไส้ทำงานได้ดี ขจัดความร้อนในปอดและกระเพาะอาหาร ขจัดอาหารที่หมักหมมในกระเพาะลำไส้ และเสลดที่คั่งค้างในปอด”
และจากนั้น ดิฉันก็ได้เจอหนังสือเกี่ยวกับสมุนไพรจีนอีกหลายเล่ม ก็ซื้อหามาอ่านด้วยความสนใจ ก็พบสรรพคุณอีกมากมายของต้นหม่อน ซึ่งพอจะถอดความมาเล่าสู่กันฟังได้ดังนี้ กิ่งหม่อนใช้รักษาโรคปวดเจ็บ มือเท้าเป็น ตะคริว เหน็บชา โคนต้นเก่าๆ ถ้าได้มาให้ตัดมันเป็นท่อน ผึ่งไว้ให้แห้งเก็บไว้ใช้ยิ่งนานยิ่งเก่าก็ยิ่งดี เพราะตามตำราเภสัชศาสตร์ของจีน กล่าวไว้ว่า โคนต้นหม่อนที่เก่าและแก่จะลดความเย็นลง หากผู้ที่มีร่างกายอ่อนแอ ก็ใช้เป็นยาได้แม้กระทั่งเด็กเล็กที่เกิดความร้อนคั่งค้างในกระเพาะอาหารและปัสสาวะสีเหลืองมีกลิ่นเหม็น ไอ เสลด และน้ำมูกข้นก็นำมาใช้ต้มดื่มหรือต้มกับข้าวเป็นโจ๊กให้ทานก็สามารถขจัดโรคดังกล่าวได้
นอกจากกิ่ง ก้านแล้ว ใบก็ยังสามารถนำมาปรุงยาได้ จีนยังนำใบหม่อนและกิ่งหม่อนมาทำสบู่ได้อีกด้วย
นอกจากนี้ “ผลหม่อน” ยังมีประโยชน์ทางยามากมายเช่นกัน ในตำราเภสัชศาสตร์ของจีน ระบุว่า ผลหม่อนมีสรรพคุณ รักษาโรคท้องผูก เป็นยาบำรุงโลหิต ขจัดลม บำรุงไต บำรุงสายตา ทำให้ตาสว่าง มีประโยชน์ต่อข้อกระดูก รักษาโรคไขข้อ บำรุงหัวใจ ลดอาการบวม บำรุงผมให้ดกดำ แก้พิษสุรา
เลี่ยวฮียัง นักแพทย์ศาสตร์สมัยราชวงศ์เหม็ง กล่าวถึงผลหม่อนว่า “ผลหม่อนมีรสหวานเย็น มีพลังความเย็น สีที่แรกแดงแล้วกลายเป็นสีม่วงภายหลัง รสเข้มข้น หวาน เย็น มีคุณต่อโลหิต ทำให้โลหิตเย็นขจัดความร้อน บำรุงโลหิต มีคุณต่อธาตุตัวเมีย(ตามข้อวินิจฉัยของแพทย์จีนนั้น หากธาตุตัวเมียในร่างกายไม่เพียงพอก็จะทำให้เลือดลมในกระดูกไม่ผ่านโลหิตเกิดเต็ม ถ้าพลังธาตุตัวเมียเพียงพอ เลือดลมก็จะผ่านไปได้) เมื่อขจัดความร้อนออกจากร่างกายได้ ธาตุตัวเมียก็จะเกิดจะทำให้ตับไม่มีไฟ หัวใจกลายเป็นร้อนรุ่ม เส้นประสาทตาก็แจ่มใส ร่างกายก็จะสบาย
นอกจากนี้ผลหม่อน ยังนำมาแช่เหล้าดื่มบำรุงโลหิตทำให้เจริญอาหาร ดวงตาแจ่มใส หลับสบาย ผิวพรรณชุ่มชื่นไม่แห้ง และทำให้ผมหงอกกลายเป็นดำได้
สำหรับเด็กที่พุงโร ก้นปอด ผอมแห้ง โลหิตน้อย เขาให้เอาผลหม่อนมาแช่น้ำผึ้งรับประทาน ปัจจุบันมีทำออกมาขายแล้วค่ะ ผลหม่อนแช่น้ำผึ้ง ยาขนานนี้เหมาะสำหรับเด็กและคนชรายิ่งนัก
คนเลือดน้อย ชอบปวดตามกระดูก และข้อ กระเพาะอาหารไม่ปกติ ให้แช่ผลหม่อนกับเหล้าโรง วิธีทำ เอาผลหม่อนแก่สุกสีม่วงจัด ประมาณ 1 ตำลึง ใส่ไว้ในโหลแก้วที่สะอาดปราศจากเชื้อโรคแล้วเติมเหล้าขาว 1 ชั่งแช่ไว้ 2 เดือน ก็นำมาดื่มได้ ดื่มก่อนอาหาร เช้า-เย็น ติดต่อกันจะช่วยขจัดอาการกะเพราะเย็น ม้ามเย็น ปวดตามข้อและกระดูก ช่วยให้สายตาดี เลือดลมเดินสะดวกและทำให้เส้นผมดกดำ
ในประเทศหนาว ผลหม่อนมีมากมาย ในภาคเหนือ ในกรุงเทพฯนี้ หาผลหม่อนยากสักหน่อย ดิฉันเคยพบมีขายในซุปเปอร์มาร์เก็ตตามห้างเขาใส่กล่องมาขายกล่องละ 10 บาท ในหน้าออกผลและไม่ทราบว่าเขาปลูกหม่อนไว้เลี้ยงไหมแล้ว ยังนำมาใช้ทำอะไรอีกบ้าง ปัจจุบันเราหาซื้อกิ่งหม่อน ใบหม่อน และผลหม่อนแห้งได้ตามร้านขายยา สมุนไพรจีนบางร้าน เนื่องจากจีนเขารู้วิธีใช้และนำมาปรุงยาตั้งแต่โบราณนับพันๆปีมาแล้ว บ้านเราก็น่าจะลองศึกษาพืชนี้ดูบ้างนะค่ะ
ที่มา : คอลัมน์ “ของฝากจากบ้านนอก “ โดย แม่แช่ม ในนิตยสาร “สาวสยาม” ปี 2553 ซึ่งเป็นบทความที่ ทำให้ผมนำมาศึกษาวิจัยการใช้ประโยชน์จากใบหม่อนและผลหม่อน เพื่อเป็น “เภสัชโภชนาภัณฑ์” อาหารและเครื่องดื่มอันทรงคุณค่าในปัจจุบัน