ก่อนการเตรียมการต้อนรับนักจักรยาน พวกเราได้ประชุมหารือกันระหว่างเจ้าอาวาส ชาวบ้าน และคณะครูในการจัดอาหารกลางวันต้อนรับนักจักรยาน ผู้มาเยี่ยมโรงเรียนรวมทั้งผู้มาร่วมงานคุณครูและเด็กโรงเรียนอื่น ๆ อีก ๘ โรงเรียน
ที่ประชุมได้ตกลงให้มี "ข้าวหม้อแกงหม้อ" ซึ่งหมู่บ้านห้วยกอกเป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ มีประชากรเพียง ๘๙ ครอบครัว บางครอบครัวก็เป็นคนแก่คนเฒ่าอาศัยดูแลบ้านเรือน หรือเลี้ยงหลานตัวเล็ก ๆ แทนพ่อแม่ที่ไปทำงานในเมืองใหญ่
บ้านห้วยกอกแบ่งตามการดูแลปกครองของคนในชุมชนออกเป็น ๓ คุ้มตามลักษณะภูมิประเทศ จึงตกลงกันทำอาหารแบบข้าวหม้อ แกงหม้อ คุ้มละ ๑ อย่าง อาหารที่นำมาวันนั้นมีแกงหน่อไม้ แกงเห็ด มาในหม้อขนาดใหญ่ และน้ำพริกกะปิหน่อไม้ต้ม ส่วนโรงเรียนได้ทำอาหารเพิ่มเติมคือน้ำพริกปลาทู และปลาทูทอด มีผักต้ม ผักสดสำหรับน้ำพริกด้วย
ผู้ใหญ่ใจดีที่มาร่วมงาน ส่วนมากมาจากต่างถิ่นต่างท้องที่ ได้นั่งล้อมวงกันรับประทานอาหารกลางวันอย่างมีความสุข และชื่นชมติดใจกับรสชาติอาหาร มีทั้งข้าวเหนียวข้าวจ้าว
เจ้าภาพทั้งชาวบ้านและคณะครู (ที่เป็นครูผู้ชายรวมทั้งผู้อำนวยการโรงเรียนมีเพียง ๓ ท่าน) ยิ้มอย่างสดชื่น เบิกบานและมีความสุขที่ได้มีส่วนร่วมในการต้อนรับผู้ใหญ่ใจดีและผู้มาเยือน
การแสดงออกแบบนี้ มาจากความรัก ความสามัคคีของคนในชุมชนที่ร่วมมือร่วมใจกัน ทำให้เกิดการมีส่วนร่วมในการ "เป็นผู้ให้และเป็นผู้รับ" สมกับเจตนารมย์ของโครงการจักรยานเพื่อน้องในครั้งนี้ ซึ่งไม่ได้มีความประสงค์ที่จะทำเพื่อหาเงินมาซื้อจักรยานให้ได้มาก ๆ แต่เป็นการกระทำเพื่อต้องการ "การมอบความรักและการมีส่วนร่วมในการแบ่งปัน" และทำด้วยใจรัก
เพื่อนฝูงและญาติมิตรหลายท่านได้สอบถามว่า "วัฒนธรรมข้าวหม้อแกงหม้อ" ยังมีให้เห็นอยู่หรือ เรื่องเล่าและภาพที่ปรากฏในบันทึกนี้เป็นสิ่งยืนยันได้ว่า "ความรัก ความดี ความงาม และการแบ่งปัน" ในสังคมยังมีอยู่มากมาย ขอให้หาโอกาสเดินทางไปให้ถึง และค้นหาให้เจอความงดงามเหล่านี้
ชาวบ้านห้วยกอก
คณะนักปั่นและผู้ใหญ่ใจดี
คณะแม่บ้านทหารอากาศกองบิน ๔๖
รองผู้อำนวยการ สพป.พิษณุโลก เขต ๓
คณะผู้บริหารโรงเรียน และนักจักรยาน
พ.อ.อ.หญิงเฉลิม ชมภูศรี (เสื้อ GotoKnow)
น.อ.มงคล และ น.อ.อนันต์
ผู้อำนวยการโรงเรียน /นายก อบต.ห้วยเฮี้ย /ผู้ใหญ่บ้านและกรรมการหมู่บ้าน


บรรยากาศเช่นนี้ เป็นกิจกรรมที่เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกของชาวบ้านห้วยกอก ผู้อำนวยการโรงเรียน คณะครู ไม่เคยต้อนรับผู้คนหมู่มากมาก่อน ภายหลังที่เสร็จกิจกรรมแล้วชาวบ้านบอกว่า "มีความภูมิใจมากที่ได้ร่วมการต้อนรับในครั้งนี้"
ผู้มาเยือนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า "ประทับใจมาก โอกาสหน้าจะหาโอกาสกลับมาเยี่ยมเยือนอีก และขอเป็นกำลังใจให้ทำเพื่อเด็ก"
คำนี้ยิ่งใหญ่มากครับครูคิม "ทำเพื่อเด็ก" ในโลกนี้ หรือในประเทศไทยนี้ไม่ควรมีเด็กสักคนที่เราจะปล่อยให้เขาเติบโตเองตามยถากรรม
หากเป็นเช่นนั้น ไม่นานสังคมจะเดือดร้อนเพราะเด็กคนนั้นเอง
เราคือผู้เดินทางอยู่ในก้อนเมฆ.....
....
.
กระผมเห็นโลกนี้กว้างไกลมากบนยอดภูเขาสูง ภูเขาใหญ่มากในป่าดงไพร สองขาที่ย่างย่ำไปบนเทือกภูสูงนั้น เมื่อเคลื่อนตัวพาร่างกายที่บอบช้ำขึ้นสันเขา ขุนเขาได้ส่งต่อให้ดวงใจของนักปั่นล่องลอยอยู่ในภวังค์ ทำให้ภาพที่เห็นบนยอดดอยสูง คือภาพของน้องสองคน ที่พยายามปั่นจักรยานข้ามเทือกดอยสันภูอันสูงตระหง่าน ....
.....
น้องเขาปั่นบนสันภูสูง ฉันมองเห็นจากตีนดอย มองเห็นว่า ภูเขาได้ช่วยส่งให้ร่างกายที่บอบช้ำเมื้อยล้า ส่งให้สองนักปั่นสูงกว่ายอดดอยภูผาชัน
.....
ฉันเห็นความศรัทธาที่แรงกล้า
....
ฉันบอกกับน้องว่า ฉันเห็นแล้ว ฉันเห็นแล้ว
....
ขุนเขาสูงตระหง่านยักษ์ยืนทะนง ยังช่วยยกศรัทธาชองใจมนุษย์ให้สูงส่ง
.....
ฉันเห็นความศรัทธาแล้ว ใหญ่กว่าขุนเขา ลึกกว่าท้องทะเล กว้างไกลกว่าจักรวาล
.....
พ่อ
เห็นรอยยิ้มพิมพ์ใจในภาพแรก มาด้วยใจ ให้เพื่อเด็ก ขอบคุณค่ะพี่คิม :)
มาร่วมมีความสุขกับกิจกรรมดีๆนี้ด้วยค่ะ
บัตรอวยพรปีใหม่ของมูลนิธิสายใจไทยฯ
กับข้าวอร่อยมากครับ โดยเฉพาะน้ำพริกปลาทู แกงเห็ด....
สวัสดีค่ะพี่ครูคิม
มาชมภาพบรรยากาศดีๆ สุขใจที่ได้ให้และชื่นใจที่ได้รับ
ขอบคุณที่แบ่งปันค่ะ
สวัสดีค่ะอาจารย์โสภณ เปียสนิท
สวัสดีค่ะคุณเนิ่ม ขมภูศรี
สวัสดีค่ะน้องpoo
สวัสดีค่ะคุณพี่ใหญ่นาง นงนาท สนธิสุวรรณ
สวัสดีค่ะจ่าเยิ้ม
สวัสดีค่ะน้อง✿อุ้มบุญ✿
สวัสดีค่ะน้องถาวร
สวัสดีค่ะพี่คิม
*** ความสุขอยู่ที่ใจ ทั้งผู้ให้และผู้รับ
*** โลกสวยด้วยการแบ่งปันค่ะ....แม้จะเป็นเพียงรอยยิ้ม
สวัสดีค่ะน้องกิติยา เตชะวรรณวุฒิ
สวัสดีค่ะพี่คิม
มาชื่นชมยินดีกับความสุขที่เอ่อล้นไปถึงโคราชเลยค่ะ คล้ายๆกับที่ในหลวงท่านเคยตรัสไว้ว่า "ปิดทองหลังพระต้องอดทนปิดไปเรื่อยๆ วันหนึ่งทองจะล้นออกมาหน้าพระเอง" ขอให้พี่คิมมีความสุขใจและกายค่ะ
ราตรีสวัสครับ
สวัสดีค่ะพี่คิม
มาชมบันทึกกิจกรรมดีๆค่ะพี่คิม...อ่านแล้วมีความสุขค่ะ....คิดถึงเสมอนะคะ