"...อยากเชิญชวนให้ทุกคนมาแบ่งปันชีวิต และใจที่ดีงามให้แก่กัน ไม่มีสิ่งใดดำรงอยู่ด้วยตนเอง ทั้งหมดอิงอาศัย และเป็นอวัยวะของกันและกัน
ชีวิตที่ยิ่งใหญ่ คือความพอใจและยินดีในชีวิตของเรา แล้วความสุขที่ลึกซึ้งก็จะตามมา ความสุขอันเกิดจากใจที่ไม่มีศัตรู แม้แต่ความตาย เอาความเข้าใจนี้เป็นฐานของการใช้ชีวิต ถ้าเราเข้าใจชีวิตความสุขก็จะตามมา
อิทัปปัจยตา และ ไตรลักษณ์อยู่ในทุกสิ่ง เข้าถึงสัจจะ และธรรมชาติของชีวิต
ไม่มีใครเป็นเจ้าของสิ่งใดได้ มีจิตใจที่มีปัญญา จนความเข้าใจที่ถ่องแท้เกิดขึ้นกับเรา อกุศลเป็นอาคันตุกะที่มาแล้วก็ไป
ฉันมีชีวิตอยู่ในแบบของฉัน ต้นไม้บอกเรา ...ไม่ต้องทำมากขึ้น แต่ยินดีกับสิ่งที่เราทำอย่างเต็มที่ ต้นไม้ต้องเผชิญกับแสงแดดหนัก พายุฝนฟ้าคะนอง และคืนอันมืดมิด แต่เราก็มีผืนดินเป็นเพื่อน
โลกนี้มีความงามอันไม่จำกัด แต่ใจที่ถูกกักขังกลับมองไม่เห็น เพราะเรามองเห็นได้ไม่เต็มตา จึงไม่ได้พบความกับสงบล้ำลึกในหัวใจ
เพียงมีความยินดีกับชีวิต ความสุขก็แผ่ซ่านออกไปสู่ผู้คนรอบข้าง โดยที่เราไม่ต้องเรียกร้องอะไร
ถ้าเราเป็นหิ่งห้อย จงยินดีที่เราได้เป็นหิ่งห้อย เต็มที่กับชีวิตที่เราเป็นอยู่ นอบน้อมต่อสรรพสิ่งที่ได้ให้ชีวิตเป็นของขวัญแก่เรา
ภาวนาด้วยการเดินทางไปในที่ที่ไม่มีเสียง ไปพบกับความสุขที่ลึกล้ำ... ให้ลมหายใจดับเสียงในใจของเรา จนเราได้สัมผัสกับความเงียบที่ลึกซึ้ง"
: รศ.ดร.โสรีย์ โพธิ์แก้ว
จบปริญญาเอกสาขา Counselor Education จาก Northern Illinois University ด้วยทุนFulbright ใช้เวลาปีละ ๒ - ๓ สัปดาห์ที่สวนโมกขพลาราม เพื่อซึมซับความรู้เรื่องพุทธธรรมจากท่านพุทธภิกขุ ปัจจุบันทำหน้าที่สอน วิจัย เผยแพร่ และบริการงานด้านจิตวิทยาการศึกษา และจิตวิทยาแนวพุทธ ที่คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และเป็นที่ปรึกษาหลักสูตรจิตตปัญญาศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล
ขอบคุณคติดีๆเพื่อชีวีเป็นสุข..พี่ใหญ่เคยร่วมการอบรมกับ รศ.ดร.โสรีย์ โพธิ์แก้ว..ประทับใจในวิถีคิดของท่านมากค่ะ..
บัตรอวยพรปีใหม่ของมูลนิธิสายใจไทยฯ