เมื่อวันจันทร์ที่ 13 ธันวาคม 2553 ได้มีโอกาสเข้าร่วมการประชุมวิชาการระดับชาติ ประจำปี ๒๕๕๓ “อุดมศึกษาร่วมสร้างประเทศไทยน่าอยู่”ปฎิรูปอุดมศึกษา ปฏิรูปประเทศไทย จัดโดย สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) จัดขึ้นระหว่างวันที่ 13 – 15 ธันวาคม 2553 ณ ห้องบางกอกคอนแวนชั่นเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลลาดพร้าว
ในช่วงเช้าของวันแรก หลังจาก นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวเปิด และปาฐกถาพิเศษ เรื่อง ปฎิรูปอุดมศึกษา ปฏิรูปประเทศไทย แล้ว ต่อมาในช่วงบ่าย ได้เข้าฟังเสวนาเรื่อง "ครูยุคใหม่" โดย วิทยากรรับเชิญ ๓ ท่านคือ รศ.ดร.วรากรณ์ สามโกเศศ, ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.สมหวัง พิธิยานุวัฒน์ และ รศ.ดร.ชนิตา รักษ์พลเมือง เป็นผู้ดำเนินรายการ สิ่งที่ประทับใจ จึงนำมาฝากให้เพื่อนร่วมวิชาชีพ ครูบาอาจารย์ ได้ตระหนัก ในยุคปัจจุบัน คือ รศ.ดร.วรากรณ์ สามโกเศศ ท่านมีแง่คิด คำคม มาเสนอว่า คุณสมบัติ ๓ ด้าน ของครูยุคใหม่ คือ
๑.อยากเห็นคนอื่นได้ดี หมายถึง “ต้องมีความเชื่อว่าคนเปลี่ยนแปลงได้”
๒.มีความสุขทางใจ คือ “มีจิตวิญญาณแห่งความเป็นครู”
๓.มีความสามารถในการสื่อสาร หมายถึง สามารถสอนให้คนเข้าใจได้ ทั้งภาษาพูด ภาษาเขียน ภาษากาย
“...ถ้าครูไม่สามารถสื่อสารให้ผู้อื่นเข้าใจได้ ก็ให้เปลี่ยนอาชีพไปเถอะ อาชีพครู มันคงจะไม่เหมาะกับท่านต่อไป สิ่งหนึ่งที่ครูต้องตระหนัก คือ การสื่อสารของครูอาจไม่ใช่เนื้อหาการสอน แต่เป็นความกระตือรือร้นที่อยากให้คนได้ดี …. “ นี่คือ ประโยคเด็ด ที่ได้มีโอกาส ร่วมรับรู้ และสืบทอดเจตนารมณ์
หลังจากฟังเสวนา ย้อนกลับมานึกถึงตัวเอง ... จากการได้ร่วมทำงาน ได้ร่วมสังเกตการณ์งานด้านบริหารวิชาการ ที่มีผลกระทบต่อ นิสิตนักศึกษาโดยตรง ของสถาบันอุดมศึกษา(ราชภัฎ)ในเมืองหลวงแห่งหนึ่ง ... ที่เกิดขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ...น่าเศร้าใจอย่างยิ่ง คือ นักศึกษาหลักสูตรปริญญามหาบัณฑิต ผ่านกระบวนการ การเรียนการสอนในห้องเรียนตามหลักสูตร จนกระทั่งเข้าสู่กระบวนการทำวิทยานิพนธ์ การสอบหัวข้อ ,การสอบโครงร่าง ตลอดจน การสอบปิดเล่ม ถูกดำเนินไปตามขั้นตอน ของหลักสูตร จนกระทั่ง นักศึกษาทำเรื่องขอนุมัติจบ จึงทำเรื่องส่งไปยังสภามหาวิทยาลัย พร้อมบทความในการตีพิมพ์ ผลการอนุมัติจากสภามหาวิทยาลัยพิจารณากลับมาว่า ผลงานวิทยานิพนธ์ ดังกล่าว เป็นเพียงกรณีศึกษา ไม่สามารถประเมินว่าเป็นวิทยานิพนธ์ได้ ไม่ได้มาตรฐาน ....
ระยะเวลาที่ผ่านไป มันเกิดอะไรขึ้น นับจาก Advisor และคณะกรรมการสอบวิทยานิพนธ์ ตลอดจนประธานหลักสูตร ... นิ่งเงียบ ... งึมงำ .. งงงวย... ไม่สามารถจะสื่อสารอะไรให้ชัดเจน กับตัวนักศึกษา ให้เข้าใจได้ ... ว่าจะทำอะไร อย่างไร ต่อไปกันดี..... สิ่งที่เห็นทำกันอยู่ คือ ในกระดานโต้ตอบกระทู้ข้อความ ปรับทุกข์ บ้าง ระบายกันบ้าง กระทบกระเทียบเปรียบเปรย ค่อนขอด กัน... หนักบ้าง เบาบ้าง ระหว่าง นักศึกษา และ ผู้ถือว่า เป็น ครูบาอาจารย์ ในมหาวิทยาลัย .... โดยทั้งสองฝ่าย .... ต่างไม่เห็นประจักษ์ชัดในกระบวนการที่ชัดเจน ว่าจะแก้ไขปัญหา และ หรือ ป้องกันปัญหา ให้กับนักศึกษา ในรุ่นต่อๆไป กันอย่างไรดี
นี่คือ “ผลของทักษะการสื่อสาร” ในการบริหารวิชาการของสถาบันอุดมศึกษา ทั้งสิ้น เป็นเพียงตัวอย่างสดๆ ร้อนๆ ให้แง่คิด ฝากไว้ในหน้าที่หนึ่ง ของ ครูบาอาจารย์ ว่า วันนี้ “ เรา” ผู้ถือว่าขอยึดมั่นในอาชีพครูบาอาจารย์ ได้ใช้ทักษะ ๓ ด้านข้างต้น กันแล้วรึยัง......