ฤดูฝนลูกเห็บในเมืองพาราณสี

        เดือน กรกฎาคม  ของทุกปีที่อินเดีย  เริ่มเข้าสู่ฤดูฝน 

วันหนึ่งขณะผมเดินอยู่ต้องรีบหลบเข้าใต้ต้นไม้ใหญ่  แขกโพกศรีษะเหลียวมองผมแล้วหัวเราะฟันขาว ๆขณะพวกเขาถีบ 3 ล้อต่อไปในเมืองพาราณสี

        คือฝนลูกเห็บโตเท่าผลลิ้นจี่หรือผลลองกองครับ 

 ผมยืนเอามือคลำศรีษะเพราะโดนเข้าอย่างจัง  กว่าฝนจะจางหายไปก็ร่วมชั่วโมงครับ 

ฤดูฝนที่อินเดียนี้  มันตกเอาจริงเอาจังมาก  ตกตลอดวันตลอดคืนประมาณ 2 สัปดาห์ได้  เราไม่เห็นเดือนเห็นตะวันเลยครับ

        เมื่อมองฤดูฝนในประเทศไทยแล้วเหมือนอยู่ผิดฤดู  แต่พระสงฆ์ในพุทธศาสนาก็เข้าอยู่จำพรรษาในฤดูฝนนี้  แว่วเสียงพระเทศน์เรื่องประวัติวันเข้าพรรษาแล้ว  ผมอดที่จะสงสัยมิได้

        คือว่า  สาเหตุที่พระสงฆ์เข้าอยู่จำพรรษาเพราะท่านไปเหยียบข้าวกล้าในนาของชาวบ้าน  อ้างเหตุผลนี้จนกลายเป็นตำนานไปแล้ว

เมื่อไหร่จะมีการสังคายนากันสักทีครับ 

        เรื่องนี้ผมขอมองต่างมุมคือมองในมุมของผมเองครับว่า  ฤดูฝนในอินเดียแดนเกิดพุทธศาสนานั้น  ฝนมันตกอย่างจริงจัง  ผู้คน  นักบวช  ไม่สะดวกในการเดินทางไปไหนมาไหนแน่นอน 

        ด้วยเหตุนี้  จึงมีการกำหนดให้พระสงฆ์เข้าอยู่จำพรรษา  3  เดือนดังกล่าว

        ที่อ้างว่าเป็นเพราะพระสงฆ์ไปเหยียบข้าวกล้าในนานั้น  ผมฟังไม่ขี้น 

        คือว่า  ท่านจะไม่รู้เชียวหรือว่า...สิ่งไหนเป็นหญ้าและสิ่งไหนเป็นข้าว  พระสงฆ์ในยุดโน้นยิ่งเป็นพระอรหันต์ด้วยแล้ว

        ท่านรู้แจ้งแทงตลอดเลยละ  และที่ผมเห็นมา  ขณะนี้ชาวอินเดียปลูกข้าวสาลีกันมากและปลูกมานานแล้ว  ในเรื่องนี้คุณเห็นเป็นอย่างไรครับ ฮา ๆ เอิก ๆ.

         โปรดติดตามตอนต่อไป  ด้วยความปรารถนาดี

                                                 จาก...umi