ทุกคนมีพลังความสามารถ เพียงให้โอกาสก็เติบโต

 

 

         

 

      วันนี้ขณะที่ผู้เขียนกำลังเลือกซื้อของที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง เด็กสาวคนหนึ่งสวมเสื้อสีชมพูยิ้มเห็นฟันขาว แววตาสดใสยืนอยู่ตรงหน้า “พี่ค่ะ พี่พยาบาลใช่ไหมค่ะ จำหนูได้ไหมค่ะ”

      จากการพูดคุยทราบว่าตั้งแต่ออกจากโรงพยาบาลเธอไปทำงานที่ร้านขายกาแฟและขนมปัง ใหม่ๆมีหน้าที่เก็บและล้างแก้วกาแฟต่อมาได้เลื่อนมารับหน้าที่ใหม่ “ หนูอยู่หน้าร้านแล้วค่ะ เตรียมของเองทำเองค่ะ” พร้อมหยิบขนมปังให้ดู

     ได้บอกเธอถึงความรู้สึกชื่นชม เห็นแววตาสดใสแล้วมีความสุขไปด้วย นึกชื่นชมครอบครัวที่ดูแลเธอเป็นอย่างดี

     เมื่อประมาณ 7-8 เดือนก่อนเธอมีอาการหวาดระแวงเข้ารับการรักษา แพทย์วินิจฉัยว่าเป็นโรคจิตเภท ขณะอยู่โรงพยาบาลผู้ป่วยแยกตัว ดูแลกิจวัตรไม่เรียบร้อย หงุดหงิด  มีกิจกรรมร่วมกับคนอื่นน้อยเพราะมีหูแว่ว ประสาทหลอน หวาดระแวง พูดแปลกๆ ที่บ้านผู้ป่วยอยู่กับ พ่อ แม่และน้อง เมื่อผู้ป่วยได้รับการดูแลรักษาจนอาการดีขึ้นจนเราเตรียมที่จะจำหน่ายออกจากโรงพยาบาล วันหนึ่งขณะที่พยาบาลกำลังดูแลผู้ป่วยเตียงข้างๆ  แอบได้ยินพ่อพูดกับผู้ป่วยเรื่องล่ามขังถ้าหากผู้ป่วยออกนอกบ้านบ่อยๆ อาจเป็นแค่คำขู่หรือจะทำจริงก็มิอาจคาดเดาได้  มองแง่ดีพ่อคงเป็นห่วงลูกสาวจึงขู่ไว้  เราไม่ได้ปล่อยให้ผ่านไป เพราะตอนนี้รัฐมีนโยบายมาให้ปลดโช่ตรวนแล้ว เราเอาเรื่องนี้มาคุยกันในทีมสหสาขาวิชาชีพ จึงตกลงกันให้มีการเยี่ยมบ้านในรายนี้

    เห็นเธอวันนี้แล้ว ทราบเลยว่าคุณภาพชีวิตเธอดีขึ้น เธอภูมิใจที่สามารถมีงานทำหารายได้ด้วยตนเอง

   ชื่นใจค่ะ เวลาที่เห็นผู้ป่วยจิตเวชมีอาการดีขึ้น เป็นความรู้สึกดีๆในฐานะทีมผู้ดูแล 

    ทุกอย่างย่อมมีหวัง ตั้งใจรักษา ไม่ขาดยา มาหาหมอสม่ำเสมอ แม้จะเจอปัญหา อุปสรรคใดๆ ขอเพียงอย่าท้อ สิ่งดีๆรอเราอยู่ข้างหน้าคือสิ่งที่เราย้ำกับผู้ป่วยและญาติบ่อยๆ

   ปลดโซ่ตรวน ให้อิสระและดูแลให้กำลังใจในการดำเนินชีวิต ทุกคนมีพลังอำนาจ พลังความสามารถอย่างน่าทึ่ง มีอิสระที่จะคิดฝัน สร้างสรรค์สิ่งดีงาม

    ขอเพียงเราให้โอกาสค่ะ