ผมและนักศึกษารุ่นพี่ได้เที่ยวชมคณะต่าง ๆแปลกใจอยู่ว่า
ที่ B.H.U.นี้ มีคณะหมอดูดัวย ก่อนกล้บที่พักลองนับสนามฟุตบอลมี 7สนามที่ใช้การได้ มีสนามบินเล็ก ๆ สำหรับใช้ทำการเกษตรกรรมอีก 1 แห่ง มีโรงพยาบาล มีที่ทำการไปรษณีย์ ลักษณะเหมือนกรงขังคนที่ทำงานอยู่ สอบถามทราบความว่า ป้องกันการแย่งจดหมายของนักศึกษา ...
รุ่งขึ้นวันใหม่ ได้พบกัลยาณมิตรหลายท่านจากประเทศไทยไปศึกษาที่นั้นมีบางท่านเรียน ป. เอก อยู่ 13 ปีแล้วยังไม่จบ หลงเสน่ห์อินเดีย เพราะยิ่งอยู่นานก็ยิ่งรัก วัฒนธรรมอินเดียมีมนต์ขลัง เนื่องจากอินเดียเป็นดินแดนถิ่นพระเจ้านั้นเอง
การต้อนรับน้องใหม่คือการพาไปดื่มรัดซี่ มันเป็นสิ่งวิเศษมาก มันอร่อยรสชาตเปรี้ยว ๆ หวาน ๆ
มันคืออะไรวะ.. ผมนึกคิด เมื่อได้ฟังรุ่นพี่อธิบาย พวกเราไปที่ร้านริมถนน ผมสังเกตุเห็นเนินดินแต่ไกลและเห็นกลุ่มคนที่ยกซดอะไรบางอย่างแล้วโยนเข้าไปที่เนินดินนั้น เมื่อถึงที่แล้วตั้งใจดูมีชายร่างท้วมนั่งอยู่ มีหม้อดินขนาดเท่ากับบาตรพระ 2 มือปั้นสากที่ปักลงไปกลางหม้อดิน มีเสียงน้ำแข็งกระทบกันตามแรงหมุนของสากและไส่อะไรลงไปคล้ายแผ่นทอดไข่เจียวแต่เป็นสีขาว เขาเอามาจากหม้อดินอีกที่หนึ่ง แล้วคนได้ที่ก็ยกเทลงในถ้วยดินแล้วส่งให้ผู้ซื้อ ผู้ซื้อรับแล้วก็ยกซดเสียงแต่ละคนแม่เจ้าโว้ย..ซู่ซ่า ๆๆๆ
หวืด...โผล้ะ ๆๆๆ เป็นเสียงโยนลงดินของถ้วยรัดซี่ครับ ฮา ๆๆๆ
ผมถึงบางอ้อ...มันคือหัวนมเปรี้ยว ( นมบูด ) มีน้ำตาลน้ำแข็งและมีสูตรแต่ละร้านที่ใส่ลงไป เราดื่มถ้วยละ 10 รูปีครับ ลักษณะเหมือนเราดื่มนมเปรี้ยวครับ พอกลับที่พักได้ผลคือ สุขาอยู่หนใดตลอดคืน แฮ่ๆๆ ตาลายจะเป็นลม เกลี้ยงท้องเลย เป็นอยู่อย่างนี้ 3 ครั้งครับแต่นั้นมา เรามักจะชอบไปดื่มอย่างว่านี้ เหมือนจะบอกว่า เราเกลียดสิ่งใดเราจะได้สิ่งนั้น ฮา ๆ เอิก ๆ
วันใหม่กัลยาณมิตรพาไปพบครูชื่อ โควินท์ เป็นชาวอินเดียรูปร่างสูงชอบนุ่งชุดขาวเหมือนพราหมณ์ โกนผมไม่โกนคิ้วม้กใส่แว่นกันแสงแดด เป็นการเรียนรู้ภาษาอังกฤษสำเนียงแขกครับ เขาพาขี้นไปเรียนบนดาดฟ้าของตึกสูง 8 ชั้น บางวันมีกระรอกไต่มาตามสายไฟฟ้าครูโควินท์มักจะใช้เสียงเรียกมันมากินข้าวสาลีในอุ้งมือ ดูชาวอินเดียทั่วไปก็รักสัตว์อยู่กันแบบกลมกลืนครับ
ผมเรียนวันละ 1 ช.ม. เดือนละ 500 รูปีในช่วงนั้น การฟังภาษาอังกฤษสำเนียงแขกยากมาก กว่าจะฟังรู้เรื่องใจเกือบถือลูกท้อ
ครับ
ผมฟุ๊ก (บังเอิญ ) ได้ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ดีมีเมตตาธรรมสูงจึงสามารถเข้าเส้นชัยได้กลับบ้านเร็วครับ
ทีนี้ตอนเช้ามืดผมไปออกกำลังกายพอพ้นจากกำแพงมหาวิทยาลัยเท่านั้น มองเห็นก้นหลายขนาดแต่ไกล มีเสียงคุยกันสนุกสนาน บางที่ก็อยู่กันเป็นกลุ่มแต่ละคนก็มีกระป๋องน้ำอยู่ข้างกาย เขาไม่เขินอายนะครับ เราอายแทน แฮ่ ๆเสร็จแล้วใช้มือซ้ายล้างก้น
พวกเขาถ่ายทุกข์แบบโอเพ้นแอครับ เวลาเราเดินไปถ้าไม่ระวังก็โดนกับระเบิดที่ว่านี้แหละครับ นี้คือวัฒนธรรมของเขาที่ปฏิบัติกันมายาวนาน หรือท่านมีความเห็นอย่างไรครับ .? ฮา ๆ เอิก ๆ.
ด้วยความปรารถนาดี
จาก...umi