GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

วัฒนธรรมอินเดีย : ทางชีวิต 6

วัฒนธรรมอินเดียมีมนต์ขลัง

        ผมและนักศึกษารุ่นพี่ได้เที่ยวชมคณะต่าง ๆแปลกใจอยู่ว่า

ที่ B.H.U.นี้  มีคณะหมอดูดัวย  ก่อนกล้บที่พักลองนับสนามฟุตบอลมี  7สนามที่ใช้การได้  มีสนามบินเล็ก ๆ  สำหรับใช้ทำการเกษตรกรรมอีก  1  แห่ง  มีโรงพยาบาล  มีที่ทำการไปรษณีย์ ลักษณะเหมือนกรงขังคนที่ทำงานอยู่  สอบถามทราบความว่า  ป้องกันการแย่งจดหมายของนักศึกษา  ...

        รุ่งขึ้นวันใหม่  ได้พบกัลยาณมิตรหลายท่านจากประเทศไทยไปศึกษาที่นั้นมีบางท่านเรียน ป. เอก อยู่ 13  ปีแล้วยังไม่จบ หลงเสน่ห์อินเดีย  เพราะยิ่งอยู่นานก็ยิ่งรัก  วัฒนธรรมอินเดียมีมนต์ขลัง  เนื่องจากอินเดียเป็นดินแดนถิ่นพระเจ้านั้นเอง

        การต้อนรับน้องใหม่คือการพาไปดื่มรัดซี่  มันเป็นสิ่งวิเศษมาก  มันอร่อยรสชาตเปรี้ยว ๆ หวาน ๆ 

        มันคืออะไรวะ.. ผมนึกคิด  เมื่อได้ฟังรุ่นพี่อธิบาย  พวกเราไปที่ร้านริมถนน  ผมสังเกตุเห็นเนินดินแต่ไกลและเห็นกลุ่มคนที่ยกซดอะไรบางอย่างแล้วโยนเข้าไปที่เนินดินนั้น  เมื่อถึงที่แล้วตั้งใจดูมีชายร่างท้วมนั่งอยู่  มีหม้อดินขนาดเท่ากับบาตรพระ  2 มือปั้นสากที่ปักลงไปกลางหม้อดิน  มีเสียงน้ำแข็งกระทบกันตามแรงหมุนของสากและไส่อะไรลงไปคล้ายแผ่นทอดไข่เจียวแต่เป็นสีขาว เขาเอามาจากหม้อดินอีกที่หนึ่ง  แล้วคนได้ที่ก็ยกเทลงในถ้วยดินแล้วส่งให้ผู้ซื้อ  ผู้ซื้อรับแล้วก็ยกซดเสียงแต่ละคนแม่เจ้าโว้ย..ซู่ซ่า ๆๆๆ

        หวืด...โผล้ะ ๆๆๆ เป็นเสียงโยนลงดินของถ้วยรัดซี่ครับ ฮา ๆๆๆ

        ผมถึงบางอ้อ...มันคือหัวนมเปรี้ยว ( นมบูด ) มีน้ำตาลน้ำแข็งและมีสูตรแต่ละร้านที่ใส่ลงไป  เราดื่มถ้วยละ 10 รูปีครับ  ลักษณะเหมือนเราดื่มนมเปรี้ยวครับ  พอกลับที่พักได้ผลคือ  สุขาอยู่หนใดตลอดคืน  แฮ่ๆๆ  ตาลายจะเป็นลม  เกลี้ยงท้องเลย  เป็นอยู่อย่างนี้  3  ครั้งครับแต่นั้นมา  เรามักจะชอบไปดื่มอย่างว่านี้  เหมือนจะบอกว่า  เราเกลียดสิ่งใดเราจะได้สิ่งนั้น  ฮา ๆ เอิก ๆ

        วันใหม่กัลยาณมิตรพาไปพบครูชื่อ โควินท์  เป็นชาวอินเดียรูปร่างสูงชอบนุ่งชุดขาวเหมือนพราหมณ์  โกนผมไม่โกนคิ้วม้กใส่แว่นกันแสงแดด  เป็นการเรียนรู้ภาษาอังกฤษสำเนียงแขกครับ  เขาพาขี้นไปเรียนบนดาดฟ้าของตึกสูง  8 ชั้น  บางวันมีกระรอกไต่มาตามสายไฟฟ้าครูโควินท์มักจะใช้เสียงเรียกมันมากินข้าวสาลีในอุ้งมือ  ดูชาวอินเดียทั่วไปก็รักสัตว์อยู่กันแบบกลมกลืนครับ

         ผมเรียนวันละ  1  ช.ม.  เดือนละ  500  รูปีในช่วงนั้น  การฟังภาษาอังกฤษสำเนียงแขกยากมาก  กว่าจะฟังรู้เรื่องใจเกือบถือลูกท้อ

ครับ 

        ผมฟุ๊ก (บังเอิญ ) ได้ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ดีมีเมตตาธรรมสูงจึงสามารถเข้าเส้นชัยได้กลับบ้านเร็วครับ 

        ทีนี้ตอนเช้ามืดผมไปออกกำลังกายพอพ้นจากกำแพงมหาวิทยาลัยเท่านั้น  มองเห็นก้นหลายขนาดแต่ไกล  มีเสียงคุยกันสนุกสนาน  บางที่ก็อยู่กันเป็นกลุ่มแต่ละคนก็มีกระป๋องน้ำอยู่ข้างกาย  เขาไม่เขินอายนะครับ  เราอายแทน แฮ่ ๆเสร็จแล้วใช้มือซ้ายล้างก้น

        พวกเขาถ่ายทุกข์แบบโอเพ้นแอครับ  เวลาเราเดินไปถ้าไม่ระวังก็โดนกับระเบิดที่ว่านี้แหละครับ  นี้คือวัฒนธรรมของเขาที่ปฏิบัติกันมายาวนาน  หรือท่านมีความเห็นอย่างไรครับ .? ฮา ๆ เอิก ๆ.

                              ด้วยความปรารถนาดี

                                          จาก...umi

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 41224
เขียน:
แก้ไข:
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (0)