ชีวิตนมีแต่ทุกข์ใช่หรือไม่ อันที่จริงก็ใช่ แต่พระสอนว่า เจ็บ ป่วยไข้............

จิตไม่หวั่นไหวในโลกธรรม-4

โสภณ เปียสนิท

...........................    

 

                           สมานชื่นชมชายชราคนนี้ที่มีความรู้สมเป็นครูอาจารย์โดยแท้ แต่ไฉนคนอื่นจึงว่าลุงเป็นคนบ้างในวัดร้างไปได้ “ชีวิตคนมีแต่ทุกข์ใช่หรือไม่” “อันที่จริงก็ใช่ แต่พระสอนว่า เจ็บ ป่วยไข้ คนทั่วไปทุกข์กาย ทุกข์ใจ แต่ผู้เข้าถึงพระนิพพานทุกข์กาย แต่ไม่ทุกข์ใจอีก” ลุงลากเข้าเรื่องนิพพานจนได้ คนหนุ่มถามต่อว่า “เข้าใจสุขทุกข์แล้วดีอย่างไร” “ทั่วโลกพิสูจน์แล้วว่าผู้มีอายุยืนส่วนมาก เวลาดีใจก็ไม่ดีใจจนเกิน เวลาเสียใจก็ไม่เสียใจจนเกิน จิตใจปกติธรรมดาๆ ไม่สูงไม่ต่ำ”

 

                           “อ๋อ แสดงว่าจิตไม่หวั่นไหวทำให้อายุยืนได้” “จริงตามนั้น ดีใจแค่ยิ้มนิดๆ เสียใจแค่นิ่งๆ เสียใจให้คิดถึงวันอันแสนสุข ดีใจให้คิดถึงวันอันแสนเศร้า” “ลุงคิดว่าควรเอาแง่คิดเชิงบวกมาช่วย” “ถูกอีก ฟ้าหลังฝนย่อมสวยงาม ยิ่งมืดยิ่งใกล้สว่าง นี่เป็นแง่คิดเชิงบวก” “จิตไม่หวั่นไหวในโลกธรรมได้อย่างไร” “ได้....แต่ว่า ต้องทำตามขั้นตอน ชอบทำทานเสมอ มีความเคารพในพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ นึกถึงความตายเป็นอารมณ์ มีศีลอย่างน้อย 5 ข้อเป็นปกติ มีจิตเป็นสมาธิตั้งมั่น”

 

                         “จิตเป็นสมาธิตั้งมั่นต้องทำอย่างไร” ชายหนุ่มถามเรื่อยๆ “ต้องรู้ประโยชน์ของสมาธิก่อน ทำใจให้รักในการทำสมาธิ มีความเพียร จิตจ่อกับการทำสมาธิ หมั่นใคร่ครวญพิจารณาเสมอ” “ทำอย่างนี้พอแล้วหรือยัง” “ยัง ต้องมีปัญญาเข้าใจความเป็นจริงของโลกตามหลักไตรลักษณ์ ดังที่กล่าวมา” “คราวนี้พอได้หรือยัง” “ยัง ต้องมีความรัก และพึงพอใจต่อพระนิพพานเนืองนิตย์” “น่าคิดนะครับลุง คนธรรมดาเข้าถึงพระนิพพานได้ในปัจจุบันหรือไม่” ลุงตอบยิ้มๆ แปลกใจที่เห็นชายหนุ่มอายุน้อยถามเรื่องนี้ “ได้..ถ้าสามารถละสังโยชน์ได้ 3 ประการ” “โถ ลุง อะไรกันครับ ผมไม่รู้จัก” “ก็การละการถือตัวตน เรียกว่า สักกายะทิฐิ การสงสัยในพระรัตนตรัย เรียกว่า วิจิกิจฉา และการถือศีลแบบยึดมั่นถือมั่นว่าเป็นของขลัง เรียกว่า สีลพตปรามาส”

 

                             ใบไม้ไหวยวบเบื้องบนซู่ซ่าเกรียวกราวเหมือนลมพัดแรง แต่แปลกที่เหมือนพัดจากเบื้องบนลงข้างล่าง ชายหนุ่มนิ่งงัน ชายแก่พึมพำแผ่วเบา “รู้แล้วๆ เดี๋ยวไปพบที่กระท่อม” ว่าแล้วเร่งรีบหันมาทางหนุ่มน้อย “มีแขกมาพบ วันหน้าค่อยคุยกันใหม่” ชายหนุ่มนั่งมองลุงคว้าผ้าขาวม้าเดินไปที่กระท่อมอย่างเร็ว