จากบันทึก
"ห้องเรียนพัฒนบูรณาการศาสตร์ข้างตลาดโต้รุ่งเมืองกาฬสินธุ์ ความสำเร็จแห่งการเขียนบันทึก.."

กับการนำสิ่งที่เกิดขึ้นในแบบธรรมดาสามัญนำมาบันทึกในแบบเล่าสู่กันฟังในที่นี้

กับข้อสังเกตของเด็กตลาดโต้รุ่งเมืองกาฬสินธุ์ ที่อาจจะไม่ใช่บุคคลสำคัญไม่ใช่บุคคลที่มีวุฒิการศึกษาในระดับที่สูง แต่ด้วยคุณค่าความเป็นมนุษย์ที่ทุกคนเท่าเทียมกัน นายบอนจึงนำมาบันทึกไว้

และทำให้นายรักษ์สุข และคุณพิไล "หญ้าแพรก" ปลื้มใจมาแล้ว

เมื่อพูดถึงรางวัล โดยปกติจะต้องมีการมอบรางวัลให้กับผู้ได้รับรางวัลอันทรงเกียรตินั้นๆ นายบอนเลยถามพวกเขาแบบทีเล่นทีจริงว่า รางวัลขวัญใจเด็กตลาดโต้รุ่ง เป็นยังไงนะ อยากเห็นจัง

นายบอนกลับไปดูบันทึกที่เขียนนั้นอีกครั้ง หรือจะเป็นประโยคสำคัญข้างล่างนี้

"ถึงแม้ว่า จะไม่ได้ไปนั่งเรียนปริญญาเอกด้วย หากเขียนบันทึกเรื่องราวต่างๆไปเรื่อยๆจนเรียนจบ ก็เหมือนกับคนอ่านได้ซึมซับความรู้จากห้องเรียนปริญญาเอกไปด้วย"

ประโยคนี้ บอกนัยสำคัญได้หลายอย่างทีเดียว
แต่บรรดาน้องๆเด็กตลาดโต้รุ่งกลับบอกว่า นั่นไม่ใช่รางวัลนะครับ รางวัลที่เตรียมจะมอบให้พี่ๆชาวพัฒนบูรณาการศาสตร์ทั้ง 2 ท่าน มีอยู่แล้ว

หา!! พูดเล่นรึเปล่า จะลงทุนควักตังค์จัดทำรางวัลกันเลยหรือ

"แล้วพี่คิดว่าเด็กโต้รุ่ง จะสามารถทำอะไรที่ดีที่สุด เพื่อที่จะเป็นรางวัลได้บ้างล่ะ"

อะไรล่ะครับ ที่ดีที่สุด จะลงมือทำโล่รางวัล หรือทำของขวัญชิ้นพิเศษมอบให้งั้นหรือ??

"เฉลย........   เด็กโต้รุ้งทำงานขายอาหารทุกวัน หากมีโอกาสได้ไปมอบรางวัลที่ ม.อุบล พวกเราจะไปแสดงฝีมือทำอาหารให้พี่ทั้ง 2 คนได้ทานกันแบบสดๆที่นั่นเลย ซึ่งเป็นอาหารที่ทำให้เป็นพิเศษสำหรับพี่เขาโดยเฉพาะ แล้วก็อยากจะไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับพี่เขาด้วย นอกจากจะอิ่มอร่อยกับอาหารแล้ว เมนูมื้อนั้นคงเข้มข้นด้วยสาระหลากหลาย กับประเด็นที่อยากจะพูดคุยด้วย"

ไอเดียดีจริงๆครับ รางวัลขวัญใจเด็กตลาดโต้รุ่งคือ การทำอาหารให้ทาน และนั่งทานกันด้วยบรรยากาศแห่งมิตรภาพ นี่เอง!!!!!

ถ้ามีการมอบรางวัลนี้เมื่อไหร่ นายบอนคงไปร่วมเป็นสักขีพยานในการมอบรางวัล ซัก 1 มื้อ ด้วยคนแหงๆ......