ท่านที่ติดตามอ่านเรื่องการศึกษาประวัติศาสตร์จากของเก่ามาตลอดช่วงสามสี่ปีที่ผ่านมาคงพอจะทราบถึงขั้นตอนพัฒนาการทางความคิดและความรู้ในการศึกษาวัตถุโบราณต่างๆของผม
ที่นำไปสู่การวางแนวทางในการศึกษาสำหรับช่วยเหลือท่านที่เข้ามาใหม่ โดยอาศัยแนวทางการกำหนดเทคนิควิธีการจากบันได ๑๒ ขั้น
หลังจากนั้น ผมจึงได้ลองมาสรุปกระบวนการเรียนรู้ที่เป็นจริง เพื่อนำมาสรุปแนวทางการทำตัวเป็น “ครู”
เป็นตัวอย่างและแนวทางของการพัฒนาการความรู้จากการปฏิบัติจริงๆ
ที่รวบรวมองค์ความรู้จากของจริง จนได้ผลที่เป็นรูปธรรม อย่างมีประเด็นและขั้นตอน ที่เป็นอีกตัวอย่างของการพัฒนาความรู้ที่เริ่มจากความรู้ใกล้ “๐”
โดยเริ่มจากการศึกษาชนิดและการวิวัฒนาการของวัสดุธรรมชาติและการพัฒนาการตามอายุจริงและสภาพแวดล้อมของวัสดุนั้นๆ ที่ทำให้ทราบลักษณะของสิ่งที่ปรากฏจากการแปรรูปและการผุกร่อนภายใต้เงื่อนไขต่างๆ
การอาศัยความรู้จากการศึกษาวัตถุโบราณในสถานที่ต่างๆ และตามพิพิธภัณฑ์ต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศทำให้เข้าใจความเป็นจริงของวัสดุต่างๆที่ทั้งผ่านการใช้และการผุกร่อนตามธรรมชาติ ที่อายุและสภาพแวดล้อมต่างๆ
การอ่านบันทึกและตำราทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีทำให้ทราบแนวคิดและปรัชญาการสร้างวัตถุโบราณแบบต่างๆ ทั้งเพื่อการใช้งานและเครื่องประดับ
ที่ทำให้เข้าใจแนวคิดและการพัฒนาทางศิลปะและวัฒนธรรมในการสร้างสิ่งสักการะของแต่ละชนเผ่า ที่มีทั้งความคล้ายคลึงและแตกต่าง ที่สามารถนำมาอนุมานวิวัฒนาการทางศิลปะ วัฒนธรรม แหล่งกำเนิด และความน่าจะเป็นของศิลปะแบบต่างๆได้ชัดมากขึ้น
จากการศึกษาพัฒนาการทางความเชื่อและศาสนาในขั้นตอนการทำงานกับชุมชนต่างๆ ทำให้สามารถเข้าใจแนวคิดของแต่ละชนเผ่าที่มีวิวัฒนาการที่คล้ายคลึงกันจนสามารถกำหนดแนวคิดในการประเมินพัฒนาการทางศิลปะต่างๆได้ดีขึ้น
ทั้งนี้ยังนำความรู้จากพัฒนาการทางสังคมและวิถีชีวิตเข้ามาร่วมวิเคราะห์ในรายละเอียดของการประเมิน
การศึกษาการพัฒนาการของศิลปะจากหลักฐานและโบราณคดีทำให้เข้าใจความเชื่อมโยงของศิลปะและวิวัฒนาการทางสังคมต่างๆชัดเจนมากขึ้น ทั้งหลักฐานจากหลักการทางภูมิศาสตร์และประวัติศาสตร์
มีการตรวจสอบผลการศึกษาจากตัวอย่างที่มีการยืนยันและบันทึกไว้โดยผู้รู้ ทั้ง
- จากหลักการทางวิทยาศาสตร์และธรรมชาติวิทยา
- จากหลักการทางทรัพยากรธรรมชาติและการจัดการ
- จากการเสวนาและแลกเปลี่ยนความรู้
- จากองค์ความรู้ของแต่ละสังคมและความน่าจะเป็นของค่านิยมในแต่ละสังคม ทั้งเชิงวัสดุ ศิลปะ และวัฒนธรรม
ที่สำคัญที่สุดของเทคนิควิธีการคือ จากการทบทวนและสรุปบทเรียนแบบเป็นวงจรต่อเนื่อง
ทั้ง
- การรวบรวมตามระดับความรู้เดิม(ที่พัฒนามาเป็นขั้นๆ)
- การคัดกรอง
- การกลั่นกรอง
- การสรุปบทเรียน
- นำบทเรียนที่ได้ไปคัดกรองและกลั่นกรองอีกเป็นรอบๆ ตามชุดความรู้ใหม่ที่ได้รับ
การทำซ้ำแบบนี้หลายๆรอบ จะทำให้ได้
- พระกรุเนื้อต่างๆ ออกจากพระโรงงานได้
- พระกรุที่มีระดับความนิยมสูงไปหาต่ำ
- พระกรุที่มีความงดงามเชิงศิลปะในระดับต่าง
- พระกรุที่มีระดับความสมบูรณ์แตกต่างกัน
ที่นำมาให้ชมทั้งใน G2K และที่ “พระกรุโบราณ” ครับ
หวังว่าตัวอย่างการเรียนรู้อย่างมีพลัง จากการปฏิบัติจริง จะเป็นตัวอย่างที่สามารถนำไปปรับใช้ได้โดยทั่วไปครับ