การมีภรรยาหลายคน หน้าที่ของบิดามารดาที่มีต่อบุตร หน้าที่ของบุตรที่มีต่อบิดามารดา

การมีภรรยาหลายคน

ตามหลักการของฝ่ายอะฮฺลิสสุนนะฮฺ  วัล-ญะมาอะฮฺไม่อนุญาตให้ชายสมรสกับสตรีเกินกว่า  4  คนในคราวเดียวกัน  ถึงแม้ว่ายังอยู่ในช่วงการครองตน ของภรรยาคนหนึ่งคนใดจาก  4  คนที่ถูกหย่าก็ตาม  ดังนั้นหากชายมีความประสงค์จะสมรสกับสตรีคนที่  5  ก็จำเป็นที่ชายผู้นั้นต้องหย่าภรรยาคนหนึ่งคนใดของตนจาก  4  คนนั้น และต้องรอคอยจนกว่าภรรยาที่ถูกหย่าสิ้นสุดช่วงเวลาการครองตนของนาง  หลังจากนั้นชายผู้นั้นจึงสามารถสมรสกับสตรีที่ตนประสงค์ได้  ดังที่ปรากฏในอัล-กุรฺอานว่า

(#qßsÅ3R$$sù $tB z>$sÛ Nä3s9 z`ÏiB Ïä!$|¡ÏiY9$# 4Óo_÷WtB y]»n=èOur yì»t/â‘ur (

÷bÎ*sù óOçFøÿÅz žwr& (#qä9ω÷ès? ¸oy‰Ïnºuqsù ...... ÇÌÈ

 ความว่า “ดังนั้นพวกท่านจงสมรสกับสตรีที่พวกท่านพึงพอใจ  สอง,  สาม  หรือสี่  แต่ถ้าหากพวกท่านเกรงว่าพวกท่านจะให้ความยุติธรรมไม่ได้  ดังนั้น  (ก็จงสมรสกับสตรี)  เพียงคนเดียว”

(สูเราะฮฺอัน-นิสาอฺ  อายะฮฺที่  3)

                และอิบนุ  อุมัร  (ร.ฎ.) ได้รายงานอัลหะ-ดีษที่ขยายความอายะฮฺนี้ ว่า   :

       "  أَسْلَمَ غَيْلاَنُ الثَّقَفِيُّ  وَتَحْتَهُ عَشْرُ نِسْوَةٍ فِى الجَاهِلِيَّةِ  ،  فَأَسْلَمْنَ مَعَه  ،

   أَنْ يَخْتَارَمِنْهُنَّ أَرْبَعًا  "                فَأَمَرَه النَّبِيُّ

“ฆอยลาน  อัษ-ษะเกาะฟียฺ ได้เข้ารับอิสลามโดยที่เขามีภรรยา  10  คนอยู่ภายใต้การปกครองของเขาในยุคก่อนอิสลาม (اَلجَاهِلِيَّة)  แล้วพวกนางก็เข้ารับอิสลามพร้อมกับเขา  นบี  ( )  จึงใช้ให้เขาเลือกเพียง  4  คนจากพวกนาง” 

(รายงานโดยอะหฺมัด  อิบนุมาญะฮฺ และอัต-ติรมีซียฺ)

การจำกัดไม่ให้มีภรรยาเกิน  4  คนในคราวเดียวกัน  เป็นความพอดีและเป็นทางสายกลาง  ตลอดจนเป็นการป้องกันมิให้สตรีถูกอธรรมซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ ในกรณีมีมากเกินกว่า  4  คน  ซึ่งแตกต่างจากจารีตประเพณีของชาวอาหรับในยุคก่อนอิสลามและชนชาติอื่น ๆ ที่ไม่กำหนดจำนวนของการมีภรรยาและมีการทอดทิ้งภรรยาบางคน  การอนุญาตให้มีภรรยาได้  4  คนในคราวเดียวกันได้กลายเป็นกรณียกเว้นที่เกิดขึ้นน้อยมาก  และไม่ได้หมายความว่า  มุสลิมทุกคนจะต้องมีภรรยามากกว่าหนึ่งคน  แต่ทว่าหลักในการมีภรรยาเพียงคนเดียวถือเป็นหลักการโดยส่วนใหญ่

ศาสนาได้กำหนดเงื่อนไข 2 ประการในการอนุญาตให้มีภรรยามากกว่า  1  คน คือ

1)  ต้องให้ความเป็นธรรมอย่างครบถ้วนสมบูรณ์ระหว่างภรรยาที่มีมากกว่า  1  คน  ซึ่งหมายถึงการให้ความเท่าเทียมกันระหว่างภรรยาในด้านวัตถุ  เช่น  การจ่ายค่าเลี้ยงดู  การครองชีวิตคู่โดยดี  และการร่วมหลับนอน  เป็นต้น

2) มีความสามารถในการจ่ายค่าเลี้ยงดู  (اَلْنَفَقَةُ) 

ระบบของการมีภรรยาเพียงคนเดียวถือเป็นสิ่งที่ดีที่สุด  และเป็นหลักการโดยส่วนใหญ่  ส่วนการมีภรรยามากกว่า  1  คนนั้นเป็นกรณียกเว้นที่อนุญาตให้ในขณะมีความจำเป็นอย่างยิ่งยวดเท่านั้น  และศาสนาไม่ได้ถือว่า การมีภรรยามากกว่า 1 คนเป็นเรื่องที่จำเป็น  (وَاجِبٌ) หรือเป็นเรื่องที่สนับสนุนให้กระทำ อันที่จริงศาสนาอนุญาตเอาไว้เนื่องจากมีบรรดาปัจจัยเหตุทั้ง
โดยรวมและโดยเฉพาะ  กล่าวคือ

ส่วนหนึ่งจากบรรดาปัจจัยเหตุโดยรวมได้แก่  การอนุญาตให้มีภรรยามากกว่า  1  คนถือเป็นมาตรการเยียวยาสภาวการณ์ที่มีผู้ชายน้อยและมีผู้หญิงมาก  ไม่ว่าจะในยามปกติที่มีอัตราจำนวนผู้หญิงเพิ่มมากขึ้น  เช่น  ในกลุ่มประเทศยุโรปตอนเหนือ  หรือภายหลังภาวะสงคราม  ดังกรณีที่เกิดขึ้นในประเทศเยอรมันหลังสงครามโลกครั้งที่  1  เป็นต้น  หรือในบางขณะประชาชาติมีความต้องการเพิ่มอัตราของประชากรเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเข้าสู่สงคราม  หรือเพิ่มแรงงานในภาคเกษตรและอุตสาหกรรม  เป็นต้น

และส่วนหนึ่งจากบรรดาปัจจัยเหตุเฉพาะ  ได้แก่  กรณีที่ภรรยาเป็นหมันหรือมีปัญหาสุขภาพหรือมีนิสัยที่ไม่ตรงกับนิสัยของสามี  เป็นต้น 

หน้าที่ของบิดามารดาที่มีต่อบุตร

ตามหลักการของศาสนาได้กำหนดหน้าที่ของบิดา  มารดา  ที่มีต่อบุตร  ดังนี้

1)            การจ่ายค่าเลี้ยงดูบุตร  ในส่วนของอาหาร  เครื่องดื่ม  เครื่องนุ่งห่ม  และที่พักอาศัย  ทั้งนี้เป็นภารกิจจำเป็นที่บิดาต้องจ่ายค่าเลี้ยงดูในส่วนดังกล่าวแก่บุตรของตนไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิง  หากว่าไม่มีบิดา  ผู้ที่ต้องรับผิดชอบคือ  ปู่  (บิดาของบิดา)  และญาติใกล้ชิดในลำดับถัดไป

2)             การให้นมบุตรในกรณีที่ไม่มีผู้ให้นมบุตรแทนมารดาของเด็ก

3)            อบรมสั่งสอนบุตรให้ดำเนินชีวิตตามคำสอนของอิสลาม  ทั้งในเรื่องหลักศรัทธาที่ถูกต้อง  การประกอบศาสนกิจ  การทำความสะอาด  หะล้าล-หะรอม  และการมีมารยาทตามแบบฉบับของนบี  ( ) 

4)             ให้ความเป็นธรรมระหว่างบุตร 

สำหรับบุตรบุญธรรมนั้น  ให้ผู้ปกครองปฏิบัติหรือเลี้ยงดูเหมือนบุตรคนหนึ่ง  เช่น  ให้การศึกษา  อบรมสั่งสอนเรื่องศาสนา  การประกอบอาชีพ  ถึงแม้ว่าบุตรบุญธรรมจะไม่มีสิทธิเท่าเทียมกับบุตรที่แท้จริงในบางกรณีก็ตาม  เช่น  สิทธิในการรับมรดกในฐานะทายาทผู้สืบสันดาน  เป็นต้น

 

หน้าที่ของบุตรที่มีต่อบิดามารดา

หน้าที่ของบุตรที่มีต่อบิดามารดามีดังนี้  คือ

1)    เชื่อฟังและปฏิบัติตามในทุกสิ่งที่บิดามารดาสั่งใช้หรือห้ามปราม  ตราบใดที่สิ่งนั้นมิใช่เป็นการฝ่าฝืนต่ออัลลอฮฺ  และขัดต่อหลักคำสอนของศาสนา

2)    ให้เกียรติและยกย่องบิดามารดา  มีความอ่อนน้อมถ่อมตนต่อท่านทั้งสอง  ตลอดจนให้เกียรติท่านทั้งสองด้วยคำพูดและการกระทำ  ไม่ขู่ตะคอกหรือใช้คำพูดที่แสดงความไม่พอใจ  ไม่ใช้เสียงดังเกินกว่าเสียงของท่านทั้งสอง  ไม่เดินนำหน้าท่านทั้งสอง  ไม่ถือว่าภรรยาหรือลูกสำคัญกว่าท่านทั้งสอง  และไม่เรียกขานท่านทั้งสองด้วยชื่อ  แต่ให้เรียกว่า  คุณพ่อ  คุณแม่  เป็นต้น 

3)      ให้ปรนนิบัติดีแก่ท่านทั้งสองอย่างสุดกำลัง

4)    ให้เชื่อมสัมพันธ์กับบรรดาเครือญาติทั้งฝ่ายบิดาและมารดา  ตลอดจนบุคคลที่เป็นเพื่อนหรือเป็นผู้ที่รักใคร่สนิทสนมกับท่านทั้งสอง  และขอดุอาอฺต่ออัลลอฮฺ  ( )  ทรงอภัยโทษแก่ท่านทั้งสอง  เช่น     ดุอาอฺที่ว่า  :

"  رَبِّ اغْفِرْلِيْ وَلِوَالدَيَّ وَارْحَمْهُمَاكَمَارَبَّيَانِيْ صَغِيْرًا  "

                ความว่า “โอ้องค์อภิบาลของข้าพระองค์  ขอพระองค์ทรงอภัยโทษแก่ข้าพระองค์ และแก่บิดามารดาของข้าพระองค์ และขอทรงโปรดเมตตาต่อบุคคลทั้งสองเฉกเช่นที่บุคคลทั้งสองเคยเลี้ยงดูข้าพระองค์มาเมื่อเยาว์วัย” 

5)      บุตรมีหน้าที่เลี้ยงดูบิดามารดา  รวมถึงปู่  ย่า  ตา  ยาย  โดยมีเงื่อนไขดังนี้

1.  บุตรมีทรัพย์เพียงพอที่จะเลี้ยงดูบิดามารดา

2.  บิดามารดามีทรัพย์สินไม่เพียงพอในการใช้จ่าย 

3.  บิดามารดามิได้ประกอบอาชีพอันใดหรือไม่มีรายได้

4.  ในกรณีที่บุตรมีความสามารถเลี้ยงดูได้เพียงคนเดียว  ก็ให้เลี้ยงดูผู้เป็นมารดาก่อน

 

กิจกรรมท้ายบท

1.      อภิปรายหัวข้อ  “การเตรียมพร้อมก่อนการนิกาหฺ” 

2.       อธิบายความหมายของการนิกาหฺและขั้นตอนของการนิกาหฺโดยละเอียด

3.       อธิบายความหมายของคำศัพท์ดังต่อไปนี้

        -          อัล-คิฏบะฮฺ

        -          อีญาบและเกาะบูล

        -          มะฮัรฺ

        -          อิดดะฮฺ

        -          อัร-รอจญฺอะฮฺ

4.       งานวะลีมะฮฺที่นักเรียนเคยเข้าร่วม  มีกิจกรรมใดบ้างที่ควรปรับปรุงแก้ไขให้สอดคล้องกับหลักการอิสลาม (อภิปราย)

5.       เขียนรายงานเรื่อง  “อิสลามกับการมีภรรยาหลายคน”

6.       อภิปราย หัวข้อ “หน้าที่ของบุตรที่มีต่อบิดามารดา”