บทกวีในบันทึกนี้เป็นบทกวีที่คัดลอกมาเพื่อเผยแพร่ มิได้แต่งเองนะคะ

คิดย้อนหลังไปสักช่วงประมาณปี 2525 -2533
สมัยนั้นหนังสือที่ชอบอ่านมาก ๆ คือ นวนิยายเล่มใหญ่ ๆ
ของโสภาค สุวรรณ เพราะมีความรู้สึกว่า
เหมือนได้เป็น ลูกสาวท่านทูต เดินทางท่องเที่ยวไป
ในแดนทะเลทรายอันไกลโพ้น
ถึงช่วงปี 2534 - 2546 ช่วงนั้นถ้าถามว่า ฉันชอบอ่านหนังสืออะไร
ตอบได้โดยไม่ลังเลว่า นอกจากจะอ่านนวนิยายเล่มใหญ่ ๆ ดังกล่าวแล้ว
ความเป็นผู้ใหญ่ขึ้น ทำให้ฉันเริ่มสนใจเรื่องของเหตุการณ์บ้านเมือง
"มติชนสุดสัปดาห์" จึงเป็นหนังสือที่อ่านเป็นประจำ เพราะถูกใจนักเขียน
หลาย ๆ ท่าน และแน่นอนคนรักบทกวีอย่างฉัน ไม่เคยละสายตาจาก
ชื่อ "โสตถิเทพ แสวงประเทือง"
ทุกวันนี้กลิ่นไอของบทกวีของนักเขียนผู้นี้ยังคงคุกรุ่นอยู่ในใจ
แต่ไม่ชัดเจนเท่าไรนัก แม้ว่าจะพยายามเสาะแสวงหา จะมีบ้างมั้ยนะ
จะหาอ่านได้จากที่ไหนนะ วรรคทองของกวีผู้นี้ ก็มีหลาย ๆ สำนวน
แต่ก็กระท่อนกระแท่นเหลือเกิน วันนี้โชคดีด้วยความบังเอิญ
เจอวรรคทอง ตอนที่ฉันเคยชอบและประทับใจมาก ๆ
อดที่จะนำมาบันทึกไว้ไม่ได้ ก็หามานานแล้วนี่นะ
‘...ดุ่มเดินเดียวดายในสวนกว้าง ใจวังเวงเคว้งคว้างในสวนศรี
บรรจงทาบทบประสานก้านมาลี ไม่อาจต่อคืนที่หลังพลีเดน
ฝังศพดอกไม้ในสวนกว้าง ษมาซากชืดจางที่มือเข่น
ตระหนักแน่นแก่นใจในกฎเกณฑ์ เดินตระเวนเซโซ...ขอ
อโหสิกรรม”**
"โสตถิเทพ แสวงประเทือง"
คัดลอกจาก http://www.thaiwriter.net/
๑
เหว่....พระยม
(๑)
ปากกูคือปากกา ปากกูกล้าปากกากู
ตาใครได้อ่านดู ก็คงรู้ถึงตาใคร
มึงใดกูร่ายถึง จงรู้ซึ้งชั่งมึงใด
ผิดจิตฤาผิดใจ ก็ไม่สนคนอย่างกู
(๒)
มึงเห็นเช่นไรหว่า จึงเข่นฆ่าเป็นปลาปู
ทั้งเพศเมียที่มีรู และเพศผู้ที่มีลำ
ใจหินทมิฬชาติ ใจอุบาทว์ขาดพระธรรม
ใจชั่วพาตัวระยำ จัญไรจริงทั้งหญิงชาย
(๓)
จากเตาะแตะมาเต่งตึง ถึงวัยรุ่นวัยวุ่นวาย
ใจมารใจร่านง่าย จึงพากายให้ก่อความ
สมเสพกามสุข คลึงเคล้าคลุกจุกน้ำกาม
ลูกเมียผัวใครไม่ถาม เพียงได้ล่อเป็นพอใจ
(๔)
ชีพใหม่ถือกำเนิด แต่การเกิดกำหนดได้
ไอ้อีสัตว์จึงตัดสาย ใยชีวิตที่คิดเกิด
ถูกกำจัดโดยสัตว์ถ่อย กี่ร้อยพันช่างมันเถิด
"พ่อแม่" คำประเสริฐ อย่าเสือกง้อขอพาที
(๕)
บ้าขืนข่มขย่มเด็ก ตัวเล็กเล็กไอ้อัปรีย์
สัตว์หมายังรู้ดี ล่อกันได้เมื่อใดกัน
ใจต่ำจนสุดต่ำ มันระยำสุดจำนรรจ์
รับโทษไปตามทัณฑ์ เถอะไอ้ชั่วตัวกาลี
(๖)
เหว่...พระยมผู้ทรงธรรม หากรู้ความขอถามที
กูมึงถึงไอ้อี ที่เคยชั่วมั่วกามา
สุดท้ายต้องฆ่าเข่น ทารกเป็นเช่นผักปลา
นรกภูมิขุมใดหวา จักพิพากษาให้สาสม
(๗)
ฤาจักรอจนแผ่นโลก น้ำกามโชกหมกอาจม
เหม็นเน่าเคล้าหมักหมม ประสบซากกากเดนคน
พระยมท่านจึงพอใจ ได้นรกใหม่สมใจตน
เถลิงชัยเหมือนนรกชน บนแผ่นโลกที่โชกกาม


อ่านแล้วลึกซึ้งครับ ได้มุมกวีใหม่ๆ ให้เรียนรุ้
บล็อกสวยจัง แต่งอย่างไงเนี่ย
เป็นบทกวีที่ตีแผ่ได้อย่างถึงลูกถึงคน ได้อีกอรรถรสหนึ่ง ขอบคุณค่ะพี่ตาล
สวัสดีค่ะน้อง
poo
สวัสดีค่ะ
สวัสดีค่ะน้อง
✿อุ้มบุญ✿
สวัสดีค่ะพี่คิม
ยายคิม
ขอบคุณครูอิงจันทร์
ที่แบ่งปันปมสังคม
ตีแผ่ความโสมม
ทำแท้งเถื่อนจนเกลื่อนเมือง
สวัสดีค่ะ
ครูปอสอง