ดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ

ใคร ๆ ต่างก็บอกว่าดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ

  การมองเห็นเป็นของขวัญอันล้ำค่า

 ตัวเองเป็นคนที่สุขภาพดี  ไม่มีโรคใด ๆ มาเบียดเบียน  มีปัญหาเฉพาะเรื่องดวงตามเท่านั้น  เมื่อพฤษภา  2551 ได้ผ่าตัดต้อกระจกตาข้างขวา ประสบการณ์ << การผ่าตัดต้อกระจก>>  และเมื่อพฤษภาคม 2552  ก็มีปัญหาที่ตาข้างขวาอีกหมอบอกวุ้นตาเสื่อม อะไร??...ก็หยุดยั้ง "ความเสื่อม" ไม่ได้  ตลอดเวลาหมอจะให้ยาบำรุงตามทั้งหยอดและกิน  แต่วันนี้หมอบอกตาข้างขวาอีกนั่นแหละเป็นต้อเนื้อลามเข้าไปถึงตาดำแล้ว ตกใจเพราะไม่มีอาการเจ็บ หรืออะไรทั้งนั้น  นอกจากมีอาการเคืองตา  บางครั้งมีน้ำตาไหล  ก็รู้ว่าเป็นต้อเนื้อ ไม่คิดว่าจะถึงตาดำแล้ว

ก่อนที่จะอ่านเรื่องราวของโรคนี้ ท่านควรจะทราบก่อนว่า ต้อเนื้อคืออะไร ?

 ต้อเนื้อ Pterygium 

 

“ต้อเนื้อ” เป็นโรคที่เกิดกับตาชนิดหนึ่ง มีลักษณะเป็นรูปสามเหลี่ยมที่ยื่นจากขอบตาดำเข้าไปบนตาดำ ตำแหน่งที่พบมากคือด้านในหรือด้านหัวตา ทั้งนี้เชื่อว่าต้นเหตุที่จะทำให้เกิด (ซึ่งจะกล่าวต่อไป) กระทบบริเวณหัวตาได้มากกว่าส่วนหางตาอีกทั้งบริเวณหัวตามีเส้นเลือดมาหล่อเลี้ยงมาก เป็นอีกเหตุผลหนึ่ง 

 ต้อเนื้อ จะพบหรือเกิดกับคนที่มีอายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป พบมากในช่วงอายุ 30 ถึง 55 ปี
ไม่ค่อยพบในผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี พบเหมือนกันน้อยมาก ไม่พบโรคนี้เลยในเด็กต่ำกว่า 14 ขวบ  อัตราการเกิดในเพศชาย พอ ๆ กับเพศหญิง  ในประเทศแถบเส้นศูนย์สูตรหรือที่เรียกว่าท๊อปปิคอนโซน พบมากที่สุด กล่าวง่าย ๆว่า ในประเทศเขตร้อนมีโรคนี้มาก ประเทศหรือดินแดนค่อนข้างแห้งแล้ง กันดาร ฝุ่นลมจัด  ประเทศที่มีอาการหนาว ได้แก่ แถบใกล้ขั้วโลกไปทั้งเหนือและใต้พบน้อย ชาติฝรั่งจึงไม่ค่อยพบโรคต้อเนื้อ

ประเทศไทย สถิติที่พอจะค้นมาคุยกันได้บ้าง พบมากแถวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเฉพาะบริเวณจังหวัดบุรีรัมย์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี ฯลฯ เป็นต้น บางหมู่บ้านเป็นกันแทบทุกคน ใครไม่มีต้อเนื้อประดับอยู่ในตาราวกับคน ๆนั้นมีลักษณะลูกตาผิดปกติไม่เหมือนคนอื่น เพียงแต่ว่าของใครจะยาวกว่ากัน หรือของใครจะมีสองตาหรือไม่เท่านั้น
สาเหตุของต้อเนื้อคือ

1.ลม

2.แสงแดด (แสงอัตราไวโอเลต)

3.ฝุ่น

4.ความร้อนจากแสงอาทิตย์ เตาไฟ ฯลฯ

คนที่เป็นโรคนี้ ถ้าโดนสี่ข้อข้างบนเสมอ ๆ ทำให้เกิดต้อลม หรือต้อเนื้อได้มากกว่าคนอื่นๆ จึงพบว่าบุคคลพวกนี้จะโดนลม ฝุ่น แดด หรือความร้อนเสมอ ๆ ได้แก่ ชาวไร่ ชาวนา ชาวสวน คนงานก่อสร้าง ผู้ที่ต้องรับเหมากลางแจ้ง วิศวรกรสร้างทางหรือกรรมกรสร้างทาง ฯลฯ เป็นต้น

แต่บางคนไม่โดนสิ่งดังกล่าวเลยแม้จะทำงานภายในห้องแอร์ และอยู่ในระดับนักบริหารก็ยังเป็น ทั้งนี้เชื่อว่าโรคนี้มีส่วนในทาง “กรรมพันธุ์” เหมือนกัน คือ ถ้าพ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยาย เป็นคนที่มีต้อเนื้อประดับที่ลูกตา ลูกหลานออกมามีความโน้มเอียงที่จะเป็นโรคนี้ค่อนข้างสูง ทั้งนี้สังเกตได้เลย บางคนอายุ 17 หรือ 18 ก็เป็นโรคนี้แล้ว ซึ่งตามหลักสี่ข้อที่กล่าวข้างตันไม่น่าจะเกิดได้เร็วขนาดนี้ แสดงว่ามีส่วนที่เป็นโรคนี้มาตั้งแต่เกิดสืบถามไปทางพ่อแม่ญาติพี่น้อง ปรากฏว่ามีโรคนี้เช่นกัน

 อาการของโรค
ปกติโรคนี้แทบไม่มีอาการอะไรเป็นเพียงเนื้อเยื่อที่ค่อย ๆ ยื่นเข้าไปบนตาดำเท่านั้น ยกเว้นในกรณีที่มีการอักเสบ จะแดง บวม เคือง น้ำตาไหล บางครั้งมีอาการปวดเล็กน้อย อีกประการหนึ่ง ถ้าปล่อยให้ยื่นเข้าไปยาวๆ ถึงกลางตากดำอาจจะบังสายตาให้มัวลงได้

บางคนมีโรคนี้อยู่ ยังไม่ทราบเลยว่า ตัวเองมีต้อเนื้อประดับอยู่ขอบตาดำ เพราะความที่ไม่มีอาการและไม่ทันสังเกต ไม่ค่อยส่องกระจกดูตาตัวเอง พวกนี้มักเป็นผู้ชายที่ไม่ค่อยเอาใจใส่ใบหน้าตัวเอง ผิดกับพวกผู้หญิงพวกนี้ส่องกระจก เขียนตา แต่งตาทุกเช้า มีอะไรเป็นก้อนชนิดเดียว บริเวณขอบตาดำก็ตกใจแล้ว ที่จริงเป็นเพียงต้อลมเท่านั้น

บางคนเป็นจนยาวยื่นเข้าตาดำทั้งด้านหัวตาและหางตาเข้ามากลางตาดำ เกือบจะชนกันอยู่แล้ว ยังเฉย เพราะความที่ไม่มีอาการอะไรนั่นเอง

 การป้องกัน
เลี่ยงจากการโดนลมโกรกเสมอ ๆ หรือมิให้ฝุ่นเข้าตาเป็นประจำ เลี่ยงมิให้โดนแดดจัด ๆ โดยเฉพาะเวลาตั้งแต่ 10 โมงเช้าถึงบ่าย 3 โมงเย็น เป็นช่วงที่แสงแดดจัดมาก อัลตราไวโอเลต ค่อนข้างสูง มีโอกาสเป็นต้อลมมาก เลี่ยงการโดนกระทบไอร้อน ๆ บริเวณใบหน้า ได้แก่ พวกพ่อครัว แม่ครัว ที่ทำอาหารเกือบทั้งวัน ออกนอกบ้าน พยายามสวมแว่นกันแดด จะช่วยได้มาก

 การรักษา
ถ้าไม่อักเสบ และเริ่มเป็นใหม่ ๆ ไม่ต้องทำอะไร เก็บไว้ก่อน รอจนกว่าจะยาวเข้าไปเลยขอบตาดำสักสามหรือสี่มิลลิเมตร ค่อยไปปรึกษาจักษุแพทย์เพื่อผ่าตัดลอกออก

การผ่าตัดต้อเนื้อไม่ยุ่งยาก ผ่าตัดที่คลินิกก็ได้ ใช้เวลาผ่าตัดประมาณ 15 นาทีก็เสร็จ ฉีดยาชาเฉพาะที่เข้าไปบริเวณใต้ต้อเนื้อ ไม่เจ็บไม่ปวดเลย ราคาค่างวดการผ่าตัดและค่ายา แล้วแต่แพทย์ผู้ผ่าตัดจะคิดเป็นรายๆ ไป โรคนี้ไม่จำเป็นต้องนอนโรงพยาบาล เว้นแต่ว่าท่านอยากจะนอนพักในโรงพยาบาลเอง ผ่าตัดเสร็จลงจากเตียงเดินได้ปกติ กินยาแก้ปวดสักครึ่งชั่วโมงก็ทุเลา

 ปัญหามีอยู่ว่า
1.ถ้าไม่ลอก จะใช้ยาหยอดไปกัดต้อให้หลุดได้ไหม ขอตอบว่าไม่มีถ้ามีคงกัดเยื่อตาส่วนอื่นพังพินาศไปด้วย

2.ผ่าตัดแล้วจะมีโอกาสเป็นอีกหรือไม่ ขอตอบว่าโอกาสต้อเนื้อคืนตัวมีอยู่ค่อนข้างสูงถึง 30% หมายความว่าลอกต้อพร้อมกัน 10 คน โอกาสที่จะมีคนที่ต้อคืนตัวใหม่ถึง 3 คน บางครั้งอาจถึง 4 คนด้วยซ้ำ ถ้าเป็นต้อเนื้อในคนหนุ่มสาวและต้อใหม่ หนา แต่ถ้าในคนแก่ ต้อค่อนข้างบาง แบนใส การคืนตัวน้อยกว่าสมัยใหม่มีวิธีลดอัตราการคืนตัวลง โดยที่หลังผ่าตัดเราใช้รังสีเบต้า ไปช่วยทำลายหรือยาหยอดบางชนิดหยอดหลังผ่าตัดกันต้อคืนตัว ได้ผลดีมากอัตราคืนตัวไม่ถึง 1%

3.อีกประการที่มีความสำคัญหลังผ่าตัดลอกแล้ว ควรเลี่ยงต่อการโดนสิ่งที่จะเป็นสาเหตุสี่ประการดังกล่าวไว้ด้วย โดยการสวมแว่นกันแดด มิฉะนั้นแม้จะใช้ยาป้องกันการคืนต้อหยอด การคืนต้อก็มีอยู่เสมอ

4.ถ้าต้อคืนตัวออกมาอีก ต้องผ่าตัดซ้ำหรือไม่ ? ขอตอบว่าควรผ่าตัดซ้ำ การผ่าตัดลอกต้อเนื้อสามารถทำได้เรื่อย ๆ ส่วนมากเท่าที่ผู้เขียนมีประสบการณ์เรื่องนี้ จะผ่าตัดอย่างมากเพียง 2 ครั้ง ก็หายขาด เฉพาะบางคนเท่านั้นที่อาจต้องผ่าตัดครั้งที่ 3

 อันตรายที่เกิดจากโรคนี้
โดยทั่วไป โรคนี้ไม่ถึงกับทำให้เกิดอันตรายต่อตา เพราะก่อนจะถึงขั้นเป็นมากจนปิดตาดำ ผู้นั้นจะไปให้แพทย์ตรวจพบเสียก่อน เว้นในคนแก่ที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ ปล่อยละเลยจนปิดตามิดทั้ง 2 ข้าง ทำให้ตาบอดได้ การผ่าตัดลอกออกทำได้ค่อนข้างยากและคืนตัวง่าย  อันตรายจากการผ่าตัดโรคต้อเนื้อไม่มี ถ้าผู้นั้นไม่แพ้ยาชาเฉพาะที่มาก่อน

ขอบคุณข้อมูลดี ๆ จากหมอชาวบ้าน

ประสบการณ์การผ่าตัดลอกต้อเนื้อ

หมอนัดผ่าตัดวันเสาร์เวลา  17  นาฬิกา  ขึ้นเตียงผ่าตัดหมอฉีดยา๙ที่ดวงตาข้างขวา และทำการลอกต้อเนื้อออก  ใช้เวลาประมาณ  20  นาที  หมอให้ยากลับบ้านได้  ไม่มีอาการเจ็บปวดใด ๆ ถ้าใครเคยถอนฟันก็อาการเดียวกันนั้น  ตาข้างขวาถูกปิดเรียบร้อย

คำแนะนำหลังการผ่าตัดต้อเนื้อ

1. เช้า 09.00 น.ให้แกะผ้าปิดตาออก  (ห้ามปิดตาอีกต่อไป) 

2.  1  สัปดาห์นับจากการผ่าตัด  ห้ามล้างหน้า  ให้ใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำสะอาดเช็ดหน้า  อนุญาตให้ล้างหน้าได้เมื่อผ่าตัดครบ 1  สัปดาห์

3.  หลังจากแกะผ้าเปิดตาออกแล้วให้หยอดยาตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด

     ยาหยอดตาจะมี 2 ขวด หยอกดทุกชั่วโมง 1 ขวด และทุก 2 ชั่วโมง 1 ขวด

4.  รับประทานอาหารได้ตามปกติไม่มีของแสลงและทำงานได้ตามปกติไม่มีข้อห้ามใด ๆ

5.  ครบ 1 สัปดาห์ ไปพบหมอดูแผล

 วันนี้เป็นวันที่ 2 หลังการผ่าตัด หากจะถามว่าเจ็บไหม  เจ็บหลังจากหมดฤทธ์ยาชา ต้องอาศัยกยาแก้ปวด เขาบอก 6 ชั่วโมงครั้ง  แต่ทนไม่ไหวจะใช้ยา 4 ชั่วโมงครั้ง นอนพัก 1 คืน หลังจากเปิดตาแล้วก็ทำอะไรได้ตามปกติ  แต่ตาจะบวมเป่ง  วันนี้เป็นวันที่ 2  ทำงานได้ตามปกติไม่มีอาการปวด นอกจากเคืองตาเท่านั้น

 อ่านเรื่องนี้จบ กรุณาส่องกระจกมองดูตาของคุณในกระจกว่า มีก้อนเนื้อหรือเนื้อเยื่อสามเหลี่ยมหรือยังก่อนที่มันจะยื่นเข้าไปจนน่าเกลียด