เล่าเรื่อง NKM5 ตอนที่ ๑ 

เล่าเรื่อง NKM5 ตอนที่ ๒

 

     ผมผละจากกลุ่มที่กำลังพูดคุยกันอย่างสนุกสนานเพื่อไปเข้าร่วมกิจกรรมในโซนบึงบูรณาการ ซึ่งเป็นช่วงสุดท้ายของวันนี้ กว่าจะรู้ว่าผมตัดสินใจผิดพลาดในการเลือกเซคชั่นนี้ เวลาก็เลยไปกว่าครึ่ง และทำให้ผมพลาดโอกาสในการพูดคุยและเรียนพับกระดาษกับพี่ชิว-ดร.บัญชา ธนบุญสมบัติ ดังที่สมาชิก gotoknow ล้อมวงเรียนกันหน้าห้แงประชุมหลังออกมาจากการเสวนาของ gotoknow

     โซนที่ผมเข้าไปเรียนรู้เป็นการทำกิจกรรมของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ดูเหมือนว่าจะเป็นบริษัทที่ปรึกษาเกี่ยวกับการทำ KM ใช้ชื่อเซคชั่นนี้ว่า “I knew U know”

     ผมเข้าไปนั่งในช่วงที่วิทยากรกำลังเริ่มต้นพูดคุยซักถามถึงที่มาของผู้มาเข้าร่วม ซึ่งมีมาจากหลากหลาย ทั้งครู แพทย์ พยาบาล พนักงานบริษัท ผู้ประกอบการ ฯลฯ

     กิจกรรมเริ่มจากการแจกชาร์ทให้ผู้เข้าร่วม บางคนก็ได้หนึ่งแผ่น บางแผ่นสองคน และบางคนก็ไม่ได้ ผมคือกลุ่มหลังที่ไม่ได้รับแจก

     ในการ์ดเหล่านั้นบ้างก็เป็นคำศัพท์ บ้างก็เป็นข้อความ ทั้งหมดมีเนื้อหาเกี่ยวกับการจัดการความรู้

     หลังจากที่ได้รับการแจกการ์ดแล้วก็ให้แต่ละคนแต่ละคู่พิจารณาเนื้อหาในการ์ด ในขณะเดียวกันทีมงานสี่คนก็โยงเชือกออกจากจุดกึ่งกลางของวงกิจกรรมแกไปเป็น ๔ แฉก เชือกเส้นแรกปลายสายติดกระดาษมีข้อความว่าแนวคิด-ทฤษฎี ปลายที่สองข้อความว่ากระบวนการจัดการความรู้และบริหารความเปลี่ยนแปลง ปลายเชือกเส้นที่สามมีข้อความว่าเครื่องมือการจัดการความรู้ และปลายเชือกเส้นที่สี่มีข้อความว่ากิจกรรมการจัดการความรู้

     แล้ววิทยากรก็ถามว่าเนื้อหาในการ์ดแต่ละแผ่นนั้น ตรงกับหรืออยู่ในกลุ่มใดใน ๔ กลุ่มที่ระบุไว้ในปลายเชือกแต่ละสาย แล้วการ์ดแต่ละแผ่นก็ไปแขวนไว้กับเชือกในเส้นที่ผู้ถืออยู่เห็นว่าควรจะอยู่ที่นั่น แน่นอนว่ามีทั้งถูกและผิดในทัศนะของวิทยากร รวมทั้งทัศนะของผมที่ต่างไปจากวิทยากรเช่นกัน

     วิทยากรบอกว่าไม่ถูกแต่ก็ไม่เฉลยว่าที่ถูกคืออะไร จากนั้นก็มีวิทยากรอีกคนขึ้นมาบรรยาย เริ่มต้นได้ไม่นานผมก็ลุกออกมาจากที่นั่นด้วยความผิดหวัง และยิ่งเสียดายยิ่งขึ้นเมื่อรู้ว่าในช่วงเวลาเดียวกันนั้นกัลยาณมิตรกลุ่มหนึ่งเรียนพับกระดาษและพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน

     ผมออกมากิจกรรมนั้นก็เลิกไปแล้ว พบเพียงกระดาษที่พับเป็นรูปร่างต่าง ๆ ของหลายคน ทั้งพี่ใหญ่ พี่คิม พี่อุ้มบุญและป้าแดง รวมทั้งเจ้าออโต้ ทั้งหมดยังสนุกสนานกับการพูดคุยอยู่หน้าห้องประชุม พีใหญ่บอกว่าจะเลี้ยงข้าว แล้วให้พวกเราเลือก คุณเอกเลือกอาหารญี่ปุ่น

     พักใหญ่ พี่ใหญ่ ป้าแดง พี่คิม พี้อุ้มบุญ คุณเอก ดิเรก ออโต้ และผมก็ย้ายมาคุยกันในร้านอาหารญี่ปุ่นภายในห้าง และสักพัก อ.กวาง หญิงสาวของผมก็ตามมาสมทบ

Large_dsc04638

     แม้ว่าจะเป็นอาหารญี่ปุ่นซึ่งเป็นมื้อต่อเนื่องจากมื้อกลางวัน แต่ความเอร็ดอร่อยก็มิได้ลดจางลงไป บรรยากาศแห่งการพูดคุย บรรยากาศแห่งมิตรภาพช่วยทำให้อาหามื้อนี้โอชะขึ้น

     หลายเรื่องราวที่คุยกันในวง หนึ่งในนั้นคือเรื่องราวของผมกับ อ.กวาง หญิงสาวของผม ที่ถูกสัมภาษณ์จากพี่ใหญ่ พี่คิมและคนอื่น ๆ ในวง เจอกันได้ไง รักกันได้ไง คิดอย่างไรต่อกัน ฯลฯ เล่นเอาผมเขินไปพักใหญ่ แก้เกี้ยวด้วยการพาเจ้าออโต้ไปเข้าห้องน้ำ ระหว่างนั้นผมคงถูกล้วงข้อมูลเชิงลึกไปไม่น้อย

     เรื่องหนึ่งที่พูดคุยในวงคือการจัดกิจกรรมอาสาของครูสองคนสามี-ภรรยา โดยการนำนักเรียนไปเข้าค่ายฯ นอกสถานที่ ทั้งที่ทั้งคู่แบกรักภาระทุกประการ คุณเอกอาสาว่าจะช่วยหาผู้สนับสนุนเสื้อสำหรับการเข้าค่ายฯ ให้ พี่ใหญ่ได้ยินก็ควักกระเป๋าจ่ายเป็นเจ้าภาพให้ทั้งหมด โดยไม่ประสงค์จะออกนาม (ต่างจากผมที่ประสงค์จะออกนาม แต่ไม่ประสงค์จะออกเงิน ฮิ ฮิ...)

     ในการพูดคุยนั้นพี่ใหญ่ร่วมแบ่งปันเรื่องราวและซักถามอย่างสนุกสนานและเป็นกันเอง ต่างไปจากบุคลิกที่ผมเห็นในบันทึกของพี่ใหญ่ที่ค่อนข้างจริงจัง

     พี่ใหญ่เป็นผู้ใหญ่ใจดีที่น่ารักมาก ๆ หน้าตาอิ่มเอิบแจ่มใส ผมทราบภายหลังว่าพี่ใหญ่เคยทำงานเป็นระดับผู้บริหารในธนาคารแห่งประเทศไทย สถานที่ซึ่งทั้งพ่อตาและแม่ยายผมทำงานอยู่ และด้วยเหตุนี้ที่ทำให้ผมมีสิทธิเข้าไปใช้สถานที่ในธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นสถานที่แต่งงาน

 

 

ตามคำเรียกร้องครับ