ได้มีโอกาสมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับ กศน.จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งถือเป็นจังหวัดที่ใหญ่ในภาคเหนือมีผู้คนเหลือเฟือในการทำงาน ลักษณะงานบริการกลุ่มเป้าหมายทั้งที่ราบและบนดอย ครู กศน.หลายร้อยสามารถตรึงในพื้นที่ประจำสถานีบริการ กศน.ตำบล และศูนย์การเรียนชุมชนชาวเขาอันเป็นพื้นที่เฉพาะทางการตลาด(Niche Market) ที่หน่วยงานทางการศึกษาอื่น ๆ เข้าไปไม่ถึง ซึ่ง กศน.สามารถครอบครองพื้นที่นี้ด้วยการเป็นผู้บุกเบิกเป็นจ้าวแรกและสามารถดำรงอยู่อย่างต่อเนื่องยาวนานด้วยครูเป็นที่ต้องการของชุมชนคนบนดอยที่คอยให้ความช่วยเหลือชาวบ้านในการทำการเกษตรไปถึงการสอนหนังสือ ครูคือผู้ที่ชาวบ้านให้การเคารพยกย่องใกล้ชิดดั่งครอบครัวเดียวกัน

     ในการรังสรรค์งานด้วยการบริหารจัดการให้เกิดประสิทธิผลนั้นสำนักงาน กศน.จังหวัดเชี่ยงใหม่ใช้คนรุ่นใหม่ที่ได้รับการสอนงานจ้างมาโดยระเบียบการพัสดุให้ประจำกลุ่มงานต่าง ๆ เกือบยี่สิบอัตรา จึงนำพารักษางานบริการ ดูแล สถานศึกษาและสถานีบริการ กศน. ในจังหวัดเชียงใหม่อันยิ่งใหญ่นี้ไว้ได้ สิ่งที่เป็นความหมายในการได้มาซึ่งอัตราจ้างคนทำงานเหล่านั้นคือการได้รับจัดสรรงบประมาณเงินอุดหนุนอย่างเหลือเฟือ เหลือพอที่จะนำมาใช้จ้างคนมาทำงานได้เป็นคนรุ่นใหม่ที่สามารถใช้ศักยภาพในการทำงานได้อย่างเต็มที่ นั่นคือต้องมีจำนวนนักศึกษาทั้งจังหวัดจำนวนมากพอที่จะได้เม็ดเงินรายหัวผู้เรียนจำนวนมากมาบริหารจัดการ  

       เมื่อคิดผ่านมาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีปัญหาเรื่องเม็ดเงินไม่เพียงพอต่อการขยายสถานีบริการ กศน.ตำบลที่สมบูรณ์อย่างเต็มที่ได้ ไม่สามารถให้มีครูหรือหัวหน้า กศน.ตำบลครบรายตำบล ด้วยมีครูเพียง ๘๔ คน ใน ๒๐๙ ตำบล จึงส่งผลให้ไม่สามารถพัฒนาเต็มศักยภาพเพราะขาดอัตรากำลัง ดังนั้นในอนาคตอันใกล้ขอให้ร่วมใจกันในการหานักศึกษาให้เข้ามารับบริการเพื่อขยายให้สถานีบริการให้มีหัวหน้า กศน.ตำบล ๒๐๙ คน ครบตามตำบลกันต่อไป

กับ ผอ.วรพจน์ เตียวกุล ผอ.กศน.จังหวัดเชียงใหม่

ทีมงาน กศน.จ.เชียงใหม่