อาจแปลกใจที่วัยรุ่นหน้าตาบาปหนาอย่างฉัน สนใจพระเครื่อง แปลกตรงที่ฉันไม่ได้สนใจในพุทธคุณของพระเครื่องแต่ละองค์ แต่สนใจในศิลปะของพระเครื่องแต่ละองค์

บางที ... ความหมายของพระเครื่องของฉัน อาจต่างจากท่านอื่น ๆ ที่สนใจด้านนี้

บ้างก็ว่า องค์นี้ฟันแทงไม่เข้า ... บ้างก็ว่าองค์นี้สุดยอดด้านเมตตามหานิยม ... บ้างก็ว่าองค์นี้ให้โชคเรื่องค้าขายเป็นที่หนึ่ง ...

แต่สำหรับฉัน ... พระเครื่องทุกองค์ที่เคยห้อยคอ มีไว้เพื่อเตือนสติตัวเองว่า อย่าทำความเลว คิดจะทำชั่วอะไรก็เกรงใจพระที่คอบ้าง เท่านี้จริง ๆ ... เพราะพระเครื่องของฉันไม่ได้มาจากการเช่าหา ... แต่มักจะมาจากการที่ญาติผู้ใหญ่ที่ฉันเคารพ ชนิดที่เรียกว่าสามารถกราบเท้าท่านได้โดยไม่เคอะเขิน ท่านหวังดีกับเราเลยให้พระเครื่องมาคุ้มครองเรา

พระเครื่องที่อยากจะกล่าวถึงก็คือ เบญจภาคี

เบญจภาคี คือพระเครื่องห้าชนิด ที่ถือว่าเป็นสุดยอดของพระเครื่อง ได้แก่ พระสมเด็จ, พระนางพญา, พระกำแพง, พระผงสุพรรณ และพระรอด

พระสมเด็จ คือ พระที่สมเด็จพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) สร้าง ที่นิยมกันมากก็คือ สมเด็จวัดระฆัง ถ้าหาไม่ได้เพราะราคาเช่าหา ณ ปัจจุบัน สภาพสวยจัด ๆ ก็แตะ ๆ 8 หลัก (บางพิมพ์อาจจะทะลุ 8 หลักก็มีให้เป็นข่าว) หลายท่านก็อาจบูชา สมเด็จบางขุนพรหม แทนได้ พระสมเด็จเป็นพระเนื้อผง สีขาว พิมพ์สี่เหลี่ยม เนื้อแกร่ง เป็นพระที่ได้รับความนิยมสุดยอด ว่าเด่นด้านเมตตามหานิยม แคล้วคลาดจากภยันตรายต่าง ๆ และเป็นพระเพียงชุดเดียวที่ทราบว่าผู้ใดสร้าง และเป็นพระที่มีอายุการสร้างน้อยที่สุดในพระเบญจภาคีด้วยกัน แต่กลับได้รับการขนานนามว่าเป็น จักรพรรดิแห่งวงการพระเครื่อง

พระนางพญา เป็นพระพิมพ์สามเหลี่ยม เนื้อดิน กรุวัดนางพญา จ.พิษณุโลก เป็นพระสร้างความเด่นเป็นเสน่ห์ ส่วนมากผู้ที่บูชาจึงเป็นนารีเพศเสียเป็นส่วนใหญ่

พระกำแพง พระซุ้มกอ หรือ พระลีลาทุ่งเศรษฐี เป็นพระกรุของจ.กำแพงเพชร เป็นพระที่ให้โชคลาภและคงกระพันชาตรี ถ้าหาพระซุ้มกอไม่ได้ บางท่านก็อาจใช้ พระกำแพงพลูจีบ บูชาแทนได้

พระผงสุพรรณ เป็นพระพิมพ์สามเหลี่ยม ลักษณะคล้ายพระนางพญา เนื้อเป็นเนื้อดิน พบในกรุพระปรางค์ วัดพระศรีมหาธาตุ จ.สุพรรณบุรี เด่นในทางมหาอุตม์ และเมตตามหานิยม หลัก ๆ แล้วมีสามพิมพ์ คือ พระผงสุพรรณหน้าหนุ่ม พระผงสุพรรณหน้ากลาง และพระผงสุพรรณหน้าแก่

พระรอด กรุวัดมหาวัน จ.ลำพูน หากแบงค์จำไม่ผิด ถือเป็นพระเครื่องที่มีประวัติเก่าแก่ที่สุดในชุดเบญจภาคี ว่ากันว่า สร้างในสมัยพระนางจามเทวี สมัยปกครองเมืองลำพูน เด่นในทางแคล้วคลาด คุ้มภัย และมีโชคลาภ

ขออภัยที่ไม่สามารถลงรูปพระเครื่องได้ เพราะเกรงว่าจะกลายเป็นพุทธพาณิชย์ไป