CQI เรื่องพัฒนาวิธีการสร้างแรงจูงใจผู้ป่วยนอกระยะบำบัดด้วยยาเข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพ
หลักการและเหตุผล
การบำบัดรักษาในรูปแบบผู้ป่วยนอก มีทั้งระยะบำบัดด้วยยา และระยะฟื้นฟูสมรรถภาพ ที่ผ่านมาพบว่ามีผู้ป่วยเข้ารับการบำบัดรักษาในรูปแบบผู้ป่วยนอกจำนวนมาก ส่วนใหญ่จะอยู่ระยะบำบัดด้วยยานาน และมีจำนวนผู้ป่วยส่งเข้าสู่ระยะฟื้นฟูสมรรถภาพน้อย และพบว่ามียอด drop out สูงในระยะบำบัดด้วยยา โดยผู้ป่วยยังไม่ได้ผ่านกระบวนการฟื้นฟูสมรรถภาพ ซึ่งการฟื้นฟูสมรรถภาพถือว่าเป็นกระบวนการที่สำคัญขั้นตอนหนึ่งที่จะช่วยเหลือผู้ป่วยให้สามารถดูแลตัวเองโดยการให้ความรู้ ความเข้าใจในกระบวนการของการเลิกยา มีการปรับเปลี่ยนแนวความคิด และพฤติกรรมในการดูแลตัวเองให้สามารถเลิกยาเสพติดได้ จึงมีความจำเป็นที่ผู้ป่วยและญาติที่มารับการบำบัดควรได้รับข้อมูลเกี่ยวกับการฟื้นฟูสมรรถภาพและเห็นความสำคัญของการฟื้นฟูหลังจากระยะบำบัดด้วยยา
ระยะเวลาดำเนินการ
ตุลาคม 48- ธันวาคม 48ขั้นตอนที่ 1 การหาโอกาสพัฒนา1. เจ้าหน้าที่น้อย2. ผู้ป่วยรับการบำบัดด้วยยาไม่มาตามนัด3. การค้นหาประวัติผู้ป่วย4. การติดตามผลยังไม่มีแนวทางการช่วยเหลือที่ชัดเจน5. ญาติและผู้ป่วยขาดความรู้ความเข้าใจในการฟื้นฟูสมรรถภาพ6. ผู้ป่วยเสพซ้ำขณะบำบัดรักษา
กิจกรรมเรื่อง
ลดขั้นตอนการส่งผู้ป่วยเข้าระยะบำบัดฟื้นฟูผู้ป่วยนอก
วัตถุประสงค์
1. เพื่อเพิ่มจำนวนผู้ป่วยระยะฟื้นฟูสมรรถภาพแบบผู้ป่วยนอก2. เพื่อให้ผู้ป่วยและญาติมีความรู้ความเข้าใจในเรื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพในขณะที่ยังรับการบำบัดด้วยยา3. เพื่อลดจำนวนผู้ป่วยขาดการรักษาในระยะบำบัดยา
ตัวชี้วัด
1. ร้อยละของผู้ป่วยที่ส่งเข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพ2. ร้อยละของผู้ป่วยระยะจูงใจขาดการรักษาลดลง
ขั้นตอนที่ 3 การประเมินสถานการณ์ก่อนการจัดทำโปรแกรม
การค้นหาปัญหา
จากสถิติส่งผู้ป่วยระยะบำบัดด้วยยาเข้าฟื้นฟูสมรรถภาพแบบผู้ป่วยนอก และสถิติขาดการรักษาผู้ป่วยระยะบำบัดด้วยยา 3 เดือนย้อนหลังพบว่า มีผู้ป่วยเข้ารับการบำบัดรักษา 368 ราย ( เดือน กรกฎาคม – กันยายน 2548 ) จำนวนผู้ป่วยขาดการรักษาร้อยละ 60.44 จำนวนผู้ป่วยส่งเข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพแบบผู้ป่วยนอกคิดเป็นร้อยละ 13.21 ดังนั้นทางหน่วยงานจึงประเมินสถานการณ์ดังกล่าวและร่วมกันหาแนวทางในการพัฒนานำหัวข้อมาทำ Criteria Weighting ดังตาราง
| ปัญหา | ความเป็นไปได้ | ความยากง่าย | การยอมรับ | รวม | |||
| คะแนน | X2 | คะแนน | X1 | คะแนน | X1 | ||
| 1. เจ้าหน้าที่น้อย | 5 | 8 | 4 | 4 | 3 | 3 | 15 |
| 2. ผู้ป่วยไม่มาตามนัด | 4 | 6 | 2 | 2 | 3 | 3 | 15 |
| 3. การค้นหาบัตรผู้ป่วย | 3 | 8 | 3 | 2 | 3 | 2 | 11 |
| 4. การติดตามผลยังไม่มีแนวทางการช่วยเหลือที่ชัดเจน | 4 | 8 | 3 | 3 | 2 | 2 | 11 |
| 5. ญาติและผู้ป่วยขาดความรู้ความเข้ใจในการฟื้นฟูสมรรถภาพ | 4 | 8 | 3 | 3 | 2 | 2 | 13 |
| 6. ผู้ป่วยเสพซ้ำในขณะบำบัด | 2 | 4 | 3 | 3 | 1 | 1 | 8 |
จากตารางแสดงการคัดเลือกปัญหาจากากรใช้ Criteria Weighting ซึ่งเดิมได้จัดทำ CQI เรื่องผู้ป่วยไม่มาตามนัดและการติดตามผลยังไม่มีแนวทางการช่วยเหลือที่ชัดเจนไปแล้ว ทางกลุ่มจึงได้คัดเลือกปัญหาที่มีคะแนนรองลงมาคือ ญาติและผู้ป่วยขาดความรู้ความเข้าใจในการฟื้นฟูสมรรถภาพโดยการลดขั้นตอนการส่งผู้ป่วยเข้าสู่ระยะฟื้นฟูสมรรถภาพเพื่อให้ผู้ป่วยและญาติได้รับความรู้ความเข้าใจประโยชน์และความสำคัญของการฟื้นฟูสมรรถภาพ
ตารางแสดงการเก็บข้อมูล 3 เดือน ก่อนทำและหลังทำ
|
ก่อนทำ |
หลังทำ |
||||||||||
|
จำนวนผู้ป่วยส่งฟื้นฟู |
ยอดผู้ป่วยขาดการรักษา |
จำนวนผู้ป่วยส่งฟื้นฟู |
ยอดผู้ป่วยขาดการรักษา |
||||||||
|
กค. |
สค. |
กย. |
กค |
สค |
กย. |
กค |
สค |
กย |
กค |
สค |
กย |
|
5.04 |
7.8 |
28.95 |
68.90 |
56.87 |
54.38 |
58.04 |
56.18 |
58.41 |
40.18 |
33.90 |
44.25 |
ขั้นตอนที่ 4 วิเคราะห์หาสาเหตุ
|
- ขาดความเข้าใจ - ไม่อยากมาข้ากลุ่ม - ไม่เห็นความสำคัญของการฟื้นฟู - ติดภาระการเรียนและงาน ไม่สามารถมาเข้ากลุ่มได้ - คิดว่าการเลิกต้องได้รับการทานยาต่อเนื่อง - ไม่เห็นความสำคัญของการฟื้นฟู - ขาดความเข้าใจ - ไม่ไว้วางใจ - ภาระงานมาก มีเวลาน้อย - ปฏิบัติตามขั้นตอนของการบำบัดฟื้นฟูที่มีขั้นตอนซับซ้อน - อยู่ในระยะบำบัดด้วยยานาน |
|
ผู้ป่วย |
|
ญาติ |
|
ขั้นตอนการส่งผู้ป่วยเข้าฟื้นฟู |
|
ผู้ป่วยระยะบำบัดยาเกิดกระบวนการฟื้นฟูสมรรถภาพน้อย |
ขั้นตอนที่
5
ทางกลุ่มจึงได้พิจาราณาหาวิธีการเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยมที่มารับการบำบัดให้เข้าสู่กระบวนการของการฟื้นฟูสมรรถภาพโดย
ด้านระบบ
1. ร่วมประชุมกันทีมเพื่อหาแนวทางในการแก้ไขปัญหา โดยการค้นหาจากสาเหตุ2. ปรับระยะเวลาในการเข้าสู่ระยะฟื้นฟู ( เดิม 3-4 สัปดาห์ เป็น 1 สัปดาห์ ) โดยครั้งแรกที่ผู้ป่วยมาตามนัดหลังพบแพทย์แล้วให้ส่งผู้ป่วยและญาติเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูสมรรถภาพแบบผู้ป่วยนอก3. จัดทำสื่อองค์ความรู้โดยแยกชนิดของยาเสพติดแต่ละประเภท4. แยกประเภทยาเสพติดแต่ละชนิด และจัดทำคู่มือ วิธีการสร้างแรงจูงใจในผู้ป่วยแต่ละประเภท
ด้านตัวผู้ป่วย
1. นำผู้ป่วยและญาติที่มาตามนัด ทุกราย มาให้คำปรึกษารายบุคคล โดยการให้ความรู้ความเข้าใจในประโยชน์ของการฟื้นฟูสมรรถภาพ และให้ความรู้เกี่ยวกับทักษะการเลิกยาระยะเริ่มต้นแก่ผู้ป่วย2. ส่งต่อไปยังสถานบำบัดรักษายาเสพติดใกล้บ้านในกรณีที่ผูป่วยไม่สามารถเดินทางมาบำบัดฟื้นฟูได้
ด้านญาติ
1. นำญาตมาให้คำปรึกษารายบุคคลโดยการให้ความรู้ความเข้าใจในความสำคัญของการฟื้นฟูสมรรรถภาพที่มีผลดีต่อผู้ป่วยและญาติ
ขั้นตอนที่ 6
การประเมินสถานการณ์หลังจากการใช้วิธีการส่งผู้ป่วยที่มาตามนัดครั้งที่
2 เข้าสู่กระบวนการการสร้างแรงจูงใจในการฟื้นฟูสมรรถภาพ
โดยการเก็บข้อมูล 3 เดือนพบว่า
ลองอ่านเรื่องการบำบัดรักษาของโรงพยาบาลและการสนับสนุนทางสังคมกับการเลิกใช้ยาบ้าร่วมด้วยไหมครับ ผมทำวิจัยเรื่องนี้ครับเสร็จแล้ว เผื่อใช้ร่วมกันได้บ้างครับ