นับต่อเนื่องมา ตั้งแต่สมัยผมเป็นเด็กบ้านนอก จนมาเติบโตในเมือง
ผมเคยได้ยินคำว่า “ครู” ตลอดช่วงชีวิตของผม แทบทุกมุมชีวิต มาตลอดเวลา
จนทำให้ผมเริ่มรับรู้ เรียนรู้ และเข้าใจความหมายคำว่า “ครู” มาเรื่อยๆ ในแทบทุกบริบทของชีวิตของผม
เพราะผมมี "ครู" ในทุกกิจกรรม ที่ผมต้อง ไเรียนรู้"
นับตั้งแต่
- ว่ายน้ำ
- จับปลา
- ยิงนก
- ตีผึ้ง
- หุงข้าว
- เลี้ยงวัวควาย
- เลี้ยงเป็ด
- ปลูกผัก
- ฯลฯ
พอถึงอายุเข้าโรงเรียน ผมก็มีโอกาสสัมผัสมิติใหม่ของคำว่า "ครู"
โดยได้พบ “ครูสอนการเขียน สอนการอ่านหนังสือ บวกลบเลข ฯลฯ”
ที่ผมก็ทำตาม และผมก็ได้เรียนตามที่ครูสอน มาโดยลำดับ
และผมก็ได้เรียน “การอ่านหนังสือ”
แต่ผมกลับรู้สึกว่า ผมเริ่มมี “ครู” น้อยลงเรื่อยๆ
และ...
เริ่มรู้จักคำว่า ผู้ทำหน้าที่ “สอน” หรือ “อาจารย์” มากขึ้น
เพราะมีเพียงการบอกเล่า และแนะนำให้ไปอ่าน “หนังสือ” มากขึ้นเรื่อยๆ แทนการเรียนจาก “ครู”
เพื่อ.....หลักๆ ก็ การจำไปสอบที่เขาว่า เป็นการประเมินผล "การเรียน" (ที่ผมคิดว่าน่าจะประเมินความจำมากกว่า)
เหตุการณ์เป็นเช่นนี้มาเรื่อยๆ และมากขึ้นๆ จนกระทั้งจบชั้นมัธยมปลาย
ที่ผู้สอนส่วนใหญ่ ไม่ชอบให้นักเรียนเรียกว่า "ครู" แต่อยากให้เรียกว่า "อาจารย์"
ผมก็ทำตามแบบงงๆ และไม่เคยเข้าใจ ว่าอะไรเป็นอะไร
จนกระทั่งผมสอบเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย ที่ถือว่าเป็น “วิชาชีพ” ที่ผมคาดว่าจะพบ "ครู" และกลับมาเป็นศิษย์มี “ครู” อีกครั้งหนึ่ง
ผมกลับยิ่งพบกับความเป็น “อาจารย์” มากขึ้นไปอีก
คือ ไม่ได้เป็น “แนว” ให้ผมได้เรียน ไม่ว่าแง่ดีและแง่ที่ควรระวัง
แบบ “ผิด (ถูก) เป็นครู”
ผมจึงแทบหมดหวังที่จะมี “ครู” ที่เป็น "แบบ" ไปตามสิ่งที่ผมเรียน
เพราะผมเชื่อว่า
ครูควรบอกให้รู้ ทำเป็นตัวอย่างให้ดู และอยู่ให้เห็นผลการกระทำของตนเอง
ไม่ใช่เพียงการบอกให้รู้ เพื่อจำมาสอบเท่านั้น
เพราะนั่นน่าจะเป็นแค่ “ผู้สอน” บอกให้รู้ เท่านั้น ที่อย่างมากก็เป็น “ครู” เพียงด้านการสอน ไม่มีการทำให้ดู ไม่อยู่ให้เห็น
แล้วผมจะเรียกท่านเหล่านั้น ว่า “ครู” ได้อย่างไร
แต่ผมก็เรียนท่านเหล่านั้นเป็น “อาจารย์” ได้เต็มปาก
แต่...
เมื่อผมกลับมาทำงานกับชุมชน ผมถือว่าชีวิตผมไม่หลงทางไปไกลจนเกินไป
ผมได้พบเห็นผู้นำชุมชน ปราชญ์ชาวบ้าน ที่ทำตัวเป็น “ครู” ที่ดีมากมาย
ที่บอกให้รู้ ทำให้ดู อยู่ให้เห็น ที่สามารถเรียนได้จริงๆ
ที่ทำให้ผมตระหนักว่า “ครู” น่าจะเป็นเช่นนี้เอง
ที่ผมใฝ่หามานาน ที่ถือได้ว่า ชีวิตผมยังมีโอกาสได้พบ "ครู" เมื่อยังไม่สายจนเกินไป
ที่ทำให้มีโอกาสย้อนกลับมาคิด คำว่า “ครู” น่าจะเป็นเช่นนี้เอง
และเป็นแรงบันดาลใจ
ทำให้ผมพยายามทำตัวเป็น “ครู” อย่างที่ผมอยากจะเห็นในตัว “ครู”
คือ สอนในสิ่งที่ตนเชื่อ และปฏิบัติ จนได้ผล
และปฏิบัติตามความเชื่อของตนเอง
จนกลายเป็น “ครู” ที่ทำให้คนที่มา “เรียน” ได้รู้ และเข้าใจ และนำไปปฏิบัติต่อๆกันไป
แบบ “ศิษย์มีครู” ไปเรื่อยๆ
นี่คือที่มาของของคิดและความเชื่อของความหมายของคำว่า “ครู” ที่ผมเข้าใจ สัมผัสได้ และปฏิบัติอยู่ครับ
ยินดีรับคำวิพากษ์ในทุกมุมครับ
ขอบคุณล่วงหน้าครับ
สวัสดีครับ
หมอเขียวบอกว่า หมอที่ดีที่สุด คือ ตัวคุณเอง
ท่าน ว. วชิรเมธี บอกว่า ครูที่ดีที่สุด คือ ตัวคุณเอง
ครู คือ คนที่ "ไม่เห็นแก่ตัว"
คนที่เห็นแก่ตัว ไม่ควรให้คนผู้นั้นมีชื่อว่า "ครู..."
ครู คือ ผู้สร้างโลกด้วยการสร้างศิษย์...
ขอบคุณครับ
I had received instructions from parents, family members then teachers and lecturers and .... I had the idea that instructors, tutors and mentors were many books on the same subjects. Of course some books were well presented and some were just awful.
Then I had another idea -- the world of knowledge is vast; too much knowledge to learn from many different view points; not enough time to think through all aspects and relations to 'real world'; ... -- so, we need to learn "how to learn". I started by looking at what I "need to learn". I found different compositions/solutions for different needs.
Lately, I look at learning through senses (experience, practice, project,...). How 'oral tradition' has become successful; how some performers of oral tradition impact our senses. I look at 'Internet tradition' and its speed (but fewer senses). How the Internet dumps sensation on us in vast volume that we do not have time to process --properly--. Thus, how 'acceptance by the majority' becomes the basis for knowledge/learning.
I think we (and many teachers) have not recognised a deeper level of learning (to realise the higher 'performance' --'not potential' which is unlimited--), the 'motivation to learn'. Without motivation within learners, the best teachers lie wasting.
We would do well to capture students attention at times. We would do very well to impress students with some 'principles' or 'good practices'. We would be proud if our students can take on and try to overcome (their own) challenges (not homework or assignments). We would be successful if our students know: the reason for learning is really not to pass exams but to add tools to use to overcome challenges of life-long journey.
ครูของผม มีอยู่หลายคน
คนแรกคือพ่อ แม่
คนที่สอง คือ ครูในระบบ
คนที่สาม คือ อาจาย์มหาวิทยาลัย
ครูคนที่สี่ คือ พี่ที่ทำงาน
ครูคนที่ห้า คือ เพื่อนร่วมงาน
ครูคนที่หก คือ Google กับ Youtube
ครูที่คนสุดท้าย คือ "ประสบการณ์" ที่ต้องเรียนรู้ในสิ่งที่ผ่านมา
ผนวกกับ สิ่งที่ได้จาก ครูทั้งหมด และนำมาเป็นบทเรียนในการดำเนินชีวิต ครับ
ขอบคุณครับ
"TEACHER" is me. zxc555.
สวัสดีครับ "คุณครูแสวง" .. ไม่อยากเรียกอาจารย์อีกแล้ว .. อิ อิ อิ
คนเป็นอาจารย์ ต้องไม่ทิ้งความเป็น "ครู"
เป็นคำสอนที่ดีมากครับ
อาจารย์ส่วนใหญ่ ไม่ยอมเป็น "ครู" นะซิครับ
ข้อนี้ น่าจะนำไปพัฒนาได้เลยครับ
วันนี้ดิฉันภาคภูมิใจ ที่ได้เกิดมา แล้วเป็น "ครู " โดยเฉพาะข้อความที่ว่า ครูที่ดีที่สุดคือตัวเองนั่นแหละสอนตัวเอง ขอบคุณค่ะครูแสวง
"TEACHER" is me. zxc555" in comment #6 reminds me of a story in the Tipitaka:
The Buddha was on his way back to see the five teachers he had received instructions before he left them to try out various methods of learning on his own. He met a brahman who praised his look and aura of a learned person. The brahman asked "who is your teacher?". The buddha said "I have learned by myself. I have no teacher." The brahman resolved to walking away. The Buddha never again said that he had no teacher. Even the Buddha did learn more after his Enlightenment.
Perhaps many more stories in the Vinaya would show how the Buddha learned more from his disciples and others.
There is no doubt that the Buddha was (and still is) a Teacher, even when death was imminent. His last teaching was that we should live with 'not carelessness'. Then, He disrobed unattaching his Body to the world.
ครู คือ วิศวกรคน เป็นผู้สร้างคน
วิศวกรคน เป็นผู้สร้างคน
ขอนำไปใช้ต่อนะครับ
จำได้ว่าตั้งแต่เรียนหนังสือมาไม่เคยมีความรู้สึกว่ามี ครู อย่างที่ อ.แสวงเล่ามาเลย มีแต่ผู้ทำหน้าที่ถ่ายทอด ความรู้ อีกต่อหนึ่ง คนที่อุทิศตนที่จะเป็น ครู อย่างที่ อาจารย์ว่า หาได้ยากเต็มที่นั่นทำให้หนูไม่ศรัทธาในอาชีพ "ผู้สอน" แม้เมื่อมีโอกาสเจอ แต่สติปัญญาที่จะแยกแยะว่า คน ที่ มี อา ยุมากหน่อย ที่เดินอยู่บนตึก คนไหนบ้างที่เป็น ครู ก็ไม่สามารถรู้ได้ เมื่อกาลเวลาผ่านไป เราตกผลึกทางความคิดบางอย่างก็ได้แต่คร่ำครวญถึงอดีตที่ผ่านมา โลกหมุนไปด้วยกิเลสวัตถุ หากขาดสติที่จะไตร่ตรองโลก ตามความเป็นจริง เรา คงไม่มีโอกาสเห็น ครู อย่างที่อาจารย์ว่ามาดอก แต่สัตว์โลกมีกรรมเป็นเครื่องจำแนกความสูงต่ำของจิตใจ ถ้ามนุษย์คนไหนไม่ยอมตกเป็นทาสของกิเลสมากจนมัวเมา ดวงตาคงมีโอกาสได้เห็น ครู และจำแนกได้ว่า คน ที่ เดิน อยู่ บน ตึก ที่ มี อา ยุ มาก หน่อย คนไหนบ้างที่เป็นครู
ผมชอบแยกแยะครับ เพราะง่ายต่อการเรียน
ไม่ว่าจะเป็นอาชีพอะไร ผมจะดูลึกลงในรายละเอียดเลยครับ
ดีก็นับถือ ไม่ดีก็มองข้ามเลยครับ
ล้วเราจะไม่ต้องเสียเวลามากเกินไปครับ
สวัสดีคะ อาจารย์ หนูเรียกแบบนี้มาตลอด แบบว่าเรียกตามกันไป แต่หนูเข้าใจคะว่าหนูเป็นศิษย์มีครูที่ดีอย่างอาจารย์แสวงที่ทำให้เห็น และพิสูจน์ให้ดูว่าทุกอย่างมันเป็นจริงตามธรรมชาติ ขอบคุณคะสำหรับต้นแบบที่ดี สวัสดีปีใหม่คะ รักษาสุขภาพด้วยนะคะ
คิดถึงคะ
ลูกศิษย์: ปานชีวัน ปอนพังงา(จ๋า)
แหม ไม่ได้ยินข่าวเลย เป็นไงบ้าง เรียนจบหรือยัง ช่วยรายงานตัวด้วยครับ
ครูคือใคร.......
ใครคือครู ครูคือใคร ในวันนี้
ใช่อยู่ที่ ปริญญา มหาศาล
ใช่อยู่ที่ เรียกว่า ครูอาจารย์
ใช่อยู่นาน สอนนาน ในโรงเรียน
ครูคือผู้ ชี้นำ ทางความคิด
ให้รู้ถูก รู้ผิด คิดอ่านเขียน
ให้รู้ทุกข์ รู้ยาก รู้พากเพียร
ให้รู้เปลี่ยน แปลงสู้ รู้สร้างงาน
ครูคือผู้ ยกระดับ วิญญาณมนุษย์
ให้สูงสุด กว่าสัตว์ เดรัจฉาน
ปลุกสำนึก สั่งสม อุดมการณ์
มีดวงมาน เพื่อมวลชน ใช่ตนเอง
ครูจึงเป็น นักสร้าง ผู้ใหญ่ยิ่ง
สร้างคนจริง สร้างคนกล้า สร้างคนเก่ง
สร้างคนให้ ได้เป็นตัว ของตัวเอง
ขอมอบเพลง นี้มา บูชาครู
...เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์...ชื่นชอบบทกลอนของท่านมากคะ...
ผมอ่านแล้วยังรู้สึกว่าท่านพูดถึง "ผู้สอน" มากกว่าพูดถึง "ครู" ครับ
ปัจจุบันเราสับสนและนำไปสู่ความเสื่อมของการเป็น "ครู"
หาคนเป็นครูได้ยากเหลือเกิน
อย่างมากก็เป็นเพียงผู้สอน ที่สอนในสิ่งที่ตัวเองทำไม่เป็น
แล้วจะเป็น "ครู" ได้อย่างไรครับ
ขอบคุณครับครู ทัศนคติตรงกับคำว่าครูในความเข้าใจของผมครับ เนื่องจากผมเรียนศิลปะและวิชาของไทยโบราณมาก่อน เราจะให้ความสำคัญกับครูเเละบรมครูมากครับ หลังจากกราบบูชาพระรัตนตรัยแล้วเราจะกราบพ่อเเม่และตามมาด้วยครูบาอาจารย์ครับ นอกจากครูจะเป็นเเบบอย่างเเละถ่ายทอดทักษะ ความรู้ให้เเรงบันดาลใจกับเราเเล้ว ครูยังให้ความรัก ความเมตตา ความปรารถนาดีเเบบที่สัมผัสได้ครับ เเม้บางทีจะโดนดุบ้างโดนตีบ้างแต่ก็ยังสัมผัสได้ถึงความเมตตาปรารถนาดีของครู ^^