เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ 2
การเห็นแสงแดดสาดส่องลอดหมู่เมฆาลงมายังผืนแผ่นดินโลกทำให้เห็นหนทางที่คนเราต้องก้าวเดินต่อไปในวิถีชีวิตที่ยังมีลมหายใจอยู่ โดยอาศัยดวงตาแห่งภูมิปัญญา.
เมื่อย้อนดูเส้นทางประวัติศาสตร์มีเป้าหมายที่ต้องการเล่าเรื่องราวที่คนเราสร้างทำไว้ในทุกด้านบวกกับความหวังความฝันฟันผ่าอุปสรรคเพื่อทำให้ชีวิตตนเองเจริญก้าวหน้าขึ้น...
แม้แต่เส้นทางชีวิตของตนเองก็ยังเป็นเศษเสี้ยวหนึ่งของประวัติศาสตร์ตามเป้าหมายที่ตนเองวาดฝันไว้แล้วพยายามเดินไปให้ถึงเส้นชัยนั้น ในระหว่างเส้นทางที่ผ่านไปล้วนแต่มีเหตุการณ์ให้เก็บสะสมรวมเป็นข้อมูลเพื่อบันทึกเป็นประสบการณ์ในชีวิตทั้งนั้น...
ถามว่า...แล้วประวัติศาสตร์ถือว่าเป็นวิทยาศาสตร์สาขาย่อยหนึ่งหรือไม่..?
ตอบได้ว่า...ก็เป็นได้ถ้าคนชอบสนใจวิชาประวัติศาสตร์แล้วเอาวิธีการแสงหาเหตุผลทดลองตามหลักวิทยาศาสตร์นำมาประยุกต์ใช้เพื่อบันทึกเหตุการณ์จริงทางประวัติศาสตร์ แต่เราก็เรียกว่า...วิธีการทางประวัติศาสตร์ ( Historical method ) อยู่ดี...
ด้วยการลงมือค้นหาหลักฐานให้ได้ แล้วนำมาวิเคราะห์เจาะลึกถึงโคนรากเพื่อสรุปตามของแท้ที่ได้หลักฐานมา ถ้าเป็นตัวอักษรโบราณ เราอาจต้องลงเรียนรู้อักษรโบราณจะได้เข้าใจวิธีสื่อออกมาของคนยุคนั้น ๆ เพื่อป้องกันความลำเอียงเอามุมคิดตนเองไปยัดใส่ปากคนโบราณก็กลายเป็นการตีความบิดเบือนไป...
ด้วยว่าการวิเคราะห์และการตีความหมายที่จะบันทึกเรื่องเล่าไว้นั้นคนบันทึกต้องมีความเป็นกลาง เพื่อไม่เอาตนเองเป็นศูนย์กลางทางมุมคิดอันอาจเกิดอคติคือความลำเอียงเพราะรักเพราะชังได้นั้นแล...
......................................................................
บรรณานุกรม
ธิติมา พิทักษ์ไพรวัน. ( 2517 ). ประวัติศาสตร์ยุคโบราณ. พิมพ์ครั้งที่ 3 .
กรุงเทพ ฯ : ไทยวัฒนาพานิช.
นันทนา กปิลกาญจน์. ( 2538 ). ประวัติศาสตร์และอารยธรรมโลก. พิมพ์ครั้ง
ที่ 4 . กรุงเทพ ฯ : โอ.เอส.พริ้นติ้ง เฮ้าส์.
*** อาจารย์ต้องเขียนบันทึกเล่าเรื่องยุคปัจจุบันไว้เป็นหลักฐานให้ละเอียด เพื่อลูกหลานจะนำไปอ้างอิงบนหน้าประวัติศาสตร์ในอนาคตค่ะ ***
สวัสดีครับ คุณ K.Pually
การบันทึกที่ผ่านเรื่องเล่าของทุกคนล้วนถูกบันทึกไว้กลายเป็นประวัติศาสตร์ทั้งนั้นนะครับผม...
อิ อิ อิ...
ตอนนี้ฝนกำลังตกปรอย ๆ ในเมืองหาดใหญ่...
ขอบคุณครับ