14  พฤศจิกายน 2553 เป็นวันเกิดของบิ๋มบรีมคะ  

ภาพแรกเกิด 1 เดือน

บิ๋มบรีม อายุได้ 1 ขวบแล้วคะ  ในวันที่ 14  พฤศจิกายน 2552 ปีที่แล้ว  ซึ่งน้องบิ๋ม บรีมได้ลืมตาอ้าปาก  เกิดขึ้นมาเป็นสมาชิกใหม่ของผู้เขียน อย่างไม่นึกไม่ฝันคะ จึงเป็นเรื่องแปลกๆๆ อยู่ๆๆก็มีลูกเพิ่มอีกหนึ่งคนคะ

 

ภาพ อายุ 2-3 เดือน

             ขอแสดงความรู้สึกของแม่ ความรู้สึกของยายที่มีต่อการเลี้ยงดู หน่อยนะคะ

กัลยาณมิตรที่รักทุกท่านคะ ชีวิตผู้เขียน เป็นชีวิตที่อิสระ พึ่งลำแข้งตนเอง ตามอำเภอใจ โดยไม่ให้ใครเดือดร้อน และไม่มีใครมาบังคับหรือใช้กติกานอกประเด็นได้ อยู่ที่ตนเองตัดสินใจทุกอย่างคะ 

             และแล้ว ความที่มีอิสระจนเกินไป หางาน หาเรื่องยุ่งยากให้ตนเองทำนอกประเด็นชีวิตตนเองอีก  นอกจะเก็บกล่องนม มาส่งให้จิตอาสาแล้ว (ทุกวันนี้กล่องนมสะสมหลายพันกล่องแล้ว ติดเลี้ยงหลานเลยยังไม่แพคส่งซักที)  ต้องสละเวลาที่มีอยู่ ให้ตนเอง เดือดร้อน ในสิ่งเคยมีความอิสระ สบายๆๆทำตามอำเภอใจ จำเป็นต้องละทิ้งทุกสิ่งทุกอย่าง มาเพื่อเลี้ยงคุณหนูเล็กๆๆ ตาดำๆอีกหนึ่งคน โดยนำมาอุปการะเป็นลูกเพิ่ม ก็ไม่ใช่ใครที่ไหนหรอกคะ ลูกของหลานสาว ถือว่าเป็นเหลน  หลานเป็นลูกพี่สาว  และหลานสาวคนนี้ ก็เคยเลี้ยงมาตั้งแต่ตัวเล็กๆๆ ไปมีครอบครัว พอมีลูก ถือว่าเป็นเหลน ก็สงสาร เลยมีจิตอาสาจะเลี้ยงดูแลให้อย่างดีอีกด้วย กลัวแม่เขานำไปเลี้ยงเองจะปล่อยให้เด็กลำบาก  จะพากันยุ่งยากต่อการทำมาหากิน เลี้ยงไม่ดี เพราะต้องทำงาน หางานที่พอเลี้ยงตัวอยู่ ได้ก่อน  ตนเองก็จะเอาตนเองไม่รอดอยู่แล้ว พ่อแม่เด็กแยกกันอยู่คะ  

          สำหรับผู้เขียน ในฐานะยาย ห่างหายจากประสบการณ์การเลี้ยงทารกมา 20 ปีแล้ว  เพราะมีลูกชายโทนคนเดียว อายุได้ 19 ปี ไปเรียนมหาวิทยาลัยบูรพาการแสดงและการดนตรี ปีที่ 1 แล้ว  ทำให้ผู้ขียน คิดเลี้ยงหลานมาเป็นลูกเพิ่มอีกคนหนึ่ง เคยคิด รอจะเลี้ยงหลาน ลูกของลูกชาย  ลูกชาย ยังเด็กอยู่ และกำลังเรียน อีกนาน เลยตัดสินใจได้โอกาส รีบรับเลี้ยงเหลนคคนนี้ไว้ และยินยอมที่จะต้องรับภาระเพิ่ม จำเป็นต้องมาเปิดตำรา พลิกตำราขึ้นใหม่  ในการที่จะต้องรับเลี้ยงทารกน้อยคนนี้ เพื่อที่จะให้เด็กได้รับความอบอุ่นอย่างเต็มที่  เหมือนลูกตนเองคนหนึ่งเหมือนกัน และเพื่อเปิดโอกาสให้แม่เด็กคนนี้ได้ไปหาทำงาน หรือมีงานทำ เลี้ยงตนเองให้รอดเสียก่อน ถ้าเข้มแข็งแล้ว จะมาเอาลูกคืนไปก็ไม่ว่ากันคะ เพราะยังไงก็ลูกหลานตนเอง อยู่แล้ว และตนเองมีกำลังพอที่จะเลี้ยงและสละเวลาได้ (เป็นนิสัยเลียนแบบ ว่า  นางสาวไทยรักเด็กไปคะ)

  

           ผู้เขียนเริ่มวางแผนชีวิตใหม่ คิดว่า ต้องบาลานซ์ชีวิตให้ลงตัวให้ได้  คิดว่าต้องสละเวลาส่วนหนึ่งให้ เด็กคนนี้ อย่างเต็มที่ และยอมรับ และอาสาที่ในขณะที่ตนเองกำลังจะมีอายุมากขึ้น เขาให้พักผ่อน กลับจะกลายเป็นคนแก่ ที่ต้องอาสาเลี้ยงหลานเหลนไป ใครๆๆเห็นก็ถามว่าลูกของลูกชายหรือ(อึ้ง)  จะตอบยังไงดี ว่าของลูกตนเองก็วัยเรียนอยู่ มีลูกแล้วหรือ  จะว่าลูกตนเอง ก็เลยวัยมีลูกแล้ว เลยบอกว่าหลาน นำมาเลี้ยงเป็นลูก คนเขาก็หัวเราะ

  

           และนับตั้งแต่ได้ตัดสินใจ เลี้ยงหลาน ทะนุถนอมกล่อมเกลี้ยง จนทำให้ชีวิตส่วนหนึ่ง หรือส่วนตัวหายไปก็ตาม  ไม่ได้เจอเพื่อน ไม่ได้ออกไปไหน  ไม่ได้ออกไปผ่อนคลาย  ไปทำผมสวยๆๆ ไม่ได้  เล่น GTK  แต่งกลอนที่ชอบ บทความที่ชอบ บทความที่ต้องใช้สมองกลั่นกรองก็ไม่ได้  อิสระส่วนหนึ่งหายไป ไม่ได้ไปเยี่ยมเพื่อนGTKก่อน มีแต่เพื่อนมาเยี่ยม แล้วตามไปขอบคุณทีหลัง มิตร GTK ต้องเข้าใจนะคะ อีกหน่อยพอหลานโตแล้ว ก็คงมีเวลามากขึ้น คงจะมีหลานมาเล่นเกมส์แข่งยายเล่น GTK อยู่ข้างๆๆกันคะ จินตนาการไปไกลเชียว

 

        เวลาที่หายไปนี้  ก็นำไปให้กับลูกน้อยคนนี้มาเป็นอันดับหนึ่งก่อน ต้องจัดสรรเวลาใหม่ให้ลงตัวกับธุรกิจ พร้อมกับการเลี้ยงลูกคนใหม่ ตัดสินใจจ้างพี่เลี้ยงผู้หญิง อายุ 50 กว่า ค่าจ้างแพงพิเศษเลี้ยงแต่ลูกอย่างเดียวทั้งวัน เริ่ม 7 โมงเช้า ถึง 5 โมงเย็น  งานบ้านตนก็ทำเองเหมือนเดิม คนไม่มาก อุปกรณ์อำนวยความสะดวกมากมาย  ที่จ้างคนมีอายุ ลูกเขาโตหมดแล้ว อยู่บ้านเฉยๆๆ มาเลี้ยงแบบสบายใจ   ไม่ห่วงหน้าพะวงหลัง นี่ขนาดเลี้ยงลูกต้องหาคนถึงขนาดนี้นะคะ ที่รับมาเพราะถือว่ามีประสบการณ์ในการเลี้ยงเด็กมาก่อน เอามาช่วยดูแล จ้างเขามาช่วยอุ้มช่วยดูหลานก็ไม่ห่างตนเองเหมือนเดิม เมื่อยามลูกค้าเข้ามา พูดคุยช่วยกันดูแล เปลี่ยนกันผลัดกัน โอ๋ เอาใจกันอยู่เหมือนเดิมกับพี่เลี้ยงและผู้เขียน อยู่ในสายตาเสมอ ด้วยความห่วงใย เอื้ออาทร จะห่างนาน ก็ตอนไปข้างนอกที่มีภาระกิจที่จำเป็น  สบายใจกัน

 

พอรับปริญญาใบนี้ ก็ต่อรับปริญญาเลี้ยงหลานต่อไป

หางานพิเศษให้ตนเองทำไปเรื่อยๆ ทั้งที่ เป็นคนไม่ว่างอยู่แล้ว ปริญญาใบนี้ คงรออีกนาน

พอแม่จบ รับปริญญา ลูกชายก็เริ่มศึกษาเพื่อรับปริญญา เรียนประมาณ 4-5 ปี อีกนาน

         ผู้เขียนรักและเลี้ยงดู เหลนคนนี้เปรียบเสมือนเป็นลูกคนหนึ่ง นึกเวทนา สงสารความเป็นมาจึงประคับประคอง ดีกว่าลูกตนเสียอีก เพราะตอนนี้พร้อมมาก มากกว่าตอนมีลูกชายโทน จึงมีสิ่งอำนวยความสะดวกสบาย มากกว่าสมัยเลี้ยงลูกชาย ผ่านมาเกือบ 20 ปีแล้วนะ อะไรมันก็ย่อมเปลี่ยนแปลงไป ใช้แพงเพิท นมชง ของเล่น อะไรดีดี ก็ซื้อมาให้ไม่ขาด 

 

              บิ๋ม บรีมเป็นทารกเด็กหญิงที่ร่าเริงและน่ารักมากๆๆ ตำดำกลมโต (ไม่ต้องใส่ BIG EYE เสริมสวยให้ตาโตเลย)ไม่ขี้แย เลี้ยงง่าย ตอนนี้ยายพอรู้แล้วว่า เวลาไหนต้องทำอะไรให้ อาบน้ำป้อนข้าว ป้อนนม พาเดินเที่ยวโดยนั่งรถเข็น ออกกำลังกายจะได้ขับถ่ายได้สะดวก  ส่วนมากจะเปิดเพลงมีจังหวะให้ฟัง ผงกหัว และโยกตัวอยากให้เขาเป็นคนอารมณ์ดี มีดนตรีในหัวใจ จะได้ใจเย็น เหมือนลูกชายโทนคนเดียวของผู้เขียน ตอนนี้ที่ไปเรียนดนตรี และการแสดง ที่มหาวิทยาลัยบูรพา ชลบุรี ซะแล้ว ได้ข่าวลูกชายว่าออกคอนเสริตร์ ของโรงเรียนบ่อยๆๆ ไม่ว่ากัน ขอแต่ให้ตั้งใจเรียน เรียนให้จบ หาประสบการณ์ชีวิตดนตรี  หรืออยากเป็นนักแสดง หรือผู้กำกับ หรือครูสอนดนตรี ตามใจขอให้มีปริญญาซักใบ

ยายฟ้อนให้หลานดู สังเกตทางซ้ายมือล่าง ขวามือบน ห่วงยางสีเหลือง พาน้องบิ๋มบรีม อายุ 3-4 เดือนไปเล่นน้ำวันสงกรานต์ที่เขื่อนหนองหวายน้ำพอง แล้วคะ ยังเล็กอยู่เลย ใครก็ว่า ไม่กลัวเป็นไข้ หรือ เอามาแช่น้ำอยู่ได้ แต่ช่วงนั้นอากาศร้อนมากๆๆ ตอนนั้นน้องบิ๋มบรีมเล็กน่ารักขาวมาก คนเห็นนำลงไปเล่นน้ำ มาทักทายกันใหญ่ นึกว่าลูกฝรั่งคะ

        ก็ด้วยอยากให้หลานอารมณ์ดีไปด้วยคะ รู้จักโยกตัวเข้าจังหวะเสียงเพลงแล้วตอนนี้  ตั้งแต่เลี้ยงมา พอมาเป็นระยะ ระยะ กี่เดือน บิ๋มบรีมจะพัฒนาไปเอง ตามหนังสือเลยคะ ตอนนี้ กำลังหัดเดินเอง ลุกขึ้นเอง ย่างก้าวได้ 3-4 ก้าว บางครั้งผู้เขียนสังเกต สักวัน น้องบิ๋มบรีม จะลืมตัว แล้วก้าวได้หลายๆๆๆก้าว เอาเองคะ และกำลังหัดให้เรียก (ผู้เขียน) ว่า แม่จ๋า เรียก สามีผู้เขียนว่า ปาป๊า พูดคำนี้ก็ได้แล้ว หิวข้าว หิวนม ก็ทำปาก  หม่ำ หม่ำ รอคอยต่อไปจะให้พูดเป็น พร้อมๆกับเดินได้หลายก้าวคะ คงอีกไม่นาน

 

 

อุ้มกันไม่ไหว เลยตัดสินใจ ซื้อรถเข็น ไปไหนไปด้วยกัน ไม่ต้องอุ้ม เอารถเข็นขึ้นรถไปด้วย ถ้าจะเอาบิ๋มบรีมไปด้วยกันคะ

พ่อทูลหัว แม่ทูลหัว คนใหม่ของน้องบิ๋มบรีมคะ

ใครเอ่ย?

           นอกจากนี้ บิ๋ม  บรีมชอบมากเลยเล่นจ๊ะเอ๋ จะหัวเราะร่วน  ส่วนมือจะฟ้อนรำ เวลาผู้เขียนร้องเพลง น้อยนอย   หรือไม่ก็ทำมือจับปูดำ  รู้จักยกมือบายบาย บายบาย เวลา 5 โมงเย็น พี่เลี้ยงจะกลับบ้าน เวลาดีใจจะ ยกมือสองมือขึ้นท่วมหัว แล้วยายก็จะพาพูดว่า  ชัยโย  ชัยโย  และจับมือพนม แล้วก็พูดสวัสดีคะ เวลาผู้เขียนพูด อัฟแอนดาว อัฟแอนดาว ถ้ายืน เขาก็จะย่อขึ้นย่อลง ถ้านอนหงาย บิ๋มบรีมก็จะยกขาขึ้น ขาลง พร้อมหัวเราะกัน อย่างมีความสุข  กรณีอัฟแอนดาว  อัฟแออนดาวจะยกขาขึ้นลง ผู้เขียนอยากให้ออกกำลังกายขา ทุกอย่างก็เป็นไปตามวัยคะ มีหนังสือให้อ่าน ให้ความรู้ เกี่ยวกับการเลี้ยงทารก  สังเกตความเปลี่ยนแปลงไปตามอัตโนมัติของวัยทารกคะ ผู้เขียนก็อ่านและหาความรู้ในการเลี้ยงทารกตามอินเทอร์เน็ท เพราะกลัวความผิดปกติ หรือผิดพลาด เนื่องจากเลี้ยงไม่ถูกต้องคะ(เหมือนมือใหม่หัดขับเลยคะ) แม้จะจ้างพี่เลี้ยงมาดูแล ตนเองก็คลุกคลีไม่ห่าง ห่างเมื่อมีภาระกิจเท่านั้น

ภาพพี่เลี้ยง ภาพลูกชาย ตอนปิดเทอมเดือนตุลาคม

ทางซ้ายมือ จะเห็นของเล่นการ์ตูนวัว ที่บิ๋มบรีมรักมาก เวลานอนจะต้องเอามากอด มาจับ มาบี้ พร้อมดูดหัวจุกนม ถึงจะนอนหลับได้ ฉะนั้นอย่าหายเชียวของอย่างอื่นไม่เอา ถ้าไม่ได้กอด จะนอนไม่หลับ

          รายการช่อง 3 เรื่องเล่าเช้านี้ เวลา 6 .30 น.ทุกเช้า ทางรายการจะเปิดภาพลูกหมี และลูกช้าง มีเพลงประกอบ ถ้านอนอยู่ก็จะรีบลุกขึ้นมาดูภาพ พร้อมเพลงทุกเช้า เขาชอบมากเลยคะ และเพลงก็เป็นจังหวะ สำหรับเด็กด้วย เพลงจบ มึขอบคุณคะ ซึ่งคิดว่าอีกหน่อยน้องบรีม จะต้องพูดได้  คำนี้ ว่า  ขอบคุณคะ นอนอยู่หน้าจอทีวี บางครั้งเวลานี้แล้ว ยังไม่ตื่น จะเปิดทีวีทิ้งไว้ แล้วตนเองก็ไปทำงานในครัวซักครู่ เมื่อมีภาพหมีและช้างมา เขาจะตื่น ส่งเสียงสัญญาณ ตื่นเต้น เหมือนเรียก แม่จ๋า ให้มาดูด้วยกัน 

 

           ตอนนี้ ที่เขียนน้องบิ๋มบรีม อายุได้ 12 เดือน  ในวันที่  14 พฤศจิกายน 53 นี้  ก็จะครบขวบ 1 ปีแล้ว วันเวลา ผ่านไปอย่างรวดเร็วเหมือนโกหก ที่มีต่อการเสียสละในการเลี้ยงดู  หนึ่งปี  บิ๋มบรีมจะโตแล้วคะและก็งงตนเองเลี้ยงได้ ทำได้ไง หาเรื่องลำบากใส่ตัว  ถึงจะลำบาก ก็มีความสุข ที่ได้ยิ้มหัวกับเหลนคะ แล้วความตั้งใจก็ยังจะเลี้ยงต่อไป

           เวลาที่ผ่านมาเร็วๆๆนี้ พอจำได้ ตอนที่กำลังหัดคลาน   เวลาน้องบรีม เห็นยาย แล้วดีใจ จะรีบคลานมาให้เรากอดและอุ้ม เวลาที่คลานมา แววตาของบิ๋ม บรีม ช่างเปี่ยมล้นไปด้วยความสุข ความดีใจ ความปลอดภัย ความอบอุ่น ผู้เขียนเห็นแล้ว จะทำอะไรอยู่ก็ต้องทิ้งสิ่งนั้น รีบไปรับขวัญหลานเสียก่อน เพราะกลัวการดีใจแล้วบิ๋ม บรีมจะรีบคลานรีบร้อนเกินไปอาจจะหกล้ม หน้าคะมำตามปะสาเด็ก บาดเจ็บได้   

  

    พอได้อุ้มกัน ยายก็รับขวัญ หอมแก้มขวาที แก้มซ้ายที แล้วก็บอกชื่นใจ และถ้าตอนไหน อยากหอมแก้ม บิ๋ม บรีม ยายก็จะเข้าไปหา แล้วบอกบิ๋ม บรีมว่า ชื่นใจหน่อย ชื่นใจหน่อย บิ๋ม บรีม จะหันแก้มให้หอมทันที การสื่อสารแห่งความสุข เข้าใจระหว่างยายกับหลาน ชื่นใจหน่อย จะได้หอมแก้มทันที

             ผู้เขียนเลี้ยงไปเลี้ยงมา เกิดความผูกพัน  มีความรู้สึกหวงขึ้นมา เกิดเราเลี้ยงดี น่ารัก พ่อแม่เขามาเอาคืน จะทำอย่างไรดีนี่ ผู้เขียนตอนแรกก็คิดว่าจะให้คืน แต่พอตนเอง ได้รับและลงทุนถนอมกล่อมเกลี้ยงอดหลับอดนอน มีความรู้สึกเสียดาย และเปลี่ยนความคิดขึ้นว่า ไม่ให้แน่นอน ไม่ยอมทีเดียวเชียว  ลูกชายโทนคนเดียวบอกว่า สงสารน้อง แม่เลี้ยงน้องไปก่อนนะ ถ้าแบงค์เรียนจบ แบงค์จะดูแลรับช่วงจากแม่อีกทีหนึ่ง ไม่ให้พ่อแม่เขามาเอาคืนไปเช่นกัน 

         ยอมรับเลยคะว่า การเลี้ยงลูกเลี้ยงหลาน  เป็นต้องที่ใช้ทั้งศาสตร์และศิลป์  รวมทั้งต้องมีความอดทนใฝ่รู้ และศึกษาข้อมูลมากมาย ต้องยอมสละหลายสิ่งหลายอย่าง เพื่อเจ้าตัวเล็ก ยิ้มกับเขาก็หลายครั้ง ร้องไห้ก็หลายหน ร้องไห้เวลาป่วย ใจไม่ดี กลัวหลานรักเป็นอาการหนัก บางครั้งเวลาเจ็บป่วยตนได้อธิฐาน ขอให้ตนเป็นแทน ดีกว่า

  

         การเลี้ยงลูก ทำให้เรารู้คุณและเข้าใจในความรักของพ่อแม่ช่างยิ่งใหญ่นัก การเลี้ยงหลานยิ่งทำให้เรารู้บุญคุณ ปู่ย่าตายายมากขึ้น ในความรักที่มีต่อลูกหลาน   เพราะ ท่านทั้งหลาย มีความรักความห่วงใยหลาน  เท่าชีวิตเช่นกัน 

 อ้อมกอดยายคลายคอยพะเน้าพะนอ

เติมแต่งสารต่อละมุนลุ้นรับขวัญ

ถนอมกล่อมเกลี้ยงเลี้ยงดูเจ้าเท่าชีวัน 

 อัศจรรย์ความรักที่เคยมี

 

รักอะไรก็ไม่แท้ เทียบยายรัก

 ผูกสมัคร รักมั่นคง มิหน่ายหนี

รักลูกแล้ว รักหลานยิ่ง ล้นฤดี  

 เลี้ยงเจ้านี้ หวังเติบใหญ่ ไร้กังวล

 

 วันเวลา หมุนเวียนไป วัยเปลี่ยนผัน 

 หนึ่งขวบนั้น เลี้ยงเจ้าได้ อย่างฉงน

จะเสริมส่ง ให้เติบใหญ่ ได้เป็นพล   

 คนดีล้น เก่งพ้นภัย สิ่งแผ้วพาน

 

ขอให้เจ้า เติบใหญ่ ได้ดั่งหวัง   

 มีพลัง เสริมสร้าง อย่างห้าวหาญ

เป็นคนดีของยาย ของชาติ ที่ต้องการ

ไม่ร้าวราน  ผลานหัวใจ ที่เลี้ยงมา       

 

พี่น้องกัลยาณมิตรที่รักทุกๆๆท่านคะ  ภาพก็ช้า ตัวหนังสือก็ช้า ถ้าของพี่น้องไม่เป็น  ตัวผู้เขียนคิดว่า ไวรัสคงจะมาเยี่ยมกรายแล้วหละคะ  อ่านตัวหนังสือ ไปก่อน มันติดๆๆขัดๆๆ ภาพก็มีแล้ว แต่มันอืดคะ  

จุดมุ่งหมาย ของบันทึกบทนี้ เพื่อสื่อความรักของตายาย ปู่ย่า ช่างมีความรักให้ลูกหลานมากมาย เหลือเกิน ฉะนั้นใครที่มีปู่ย่าตายายอยู่ จงรับทราบไว้เลยคะ ว่ารักลูกหลานแค่ไหน รักหลานมากกว่าลูกเสียอีกคะ ถ้ามีโอกาส คนที่ปู่ย่าตายายยังมีชีวิตอยู่ จงแสดงความรัก ความกตัญญู กับท่าน ก่อนที่จะไม่ได้มีโอกาสพบท่านอีกคะ

ของเล่นสัตว์ตัวโต หมา หมี หมู ปลาวาฬเท่าน้องบรีม

และยังมีอีกมากมาย ที่เป็นตัวเล็กๆๆ

พี่น้องคะ แล้วภาพการพัฒนาของน้องบิ๋มบรีม ยังเหลืออีกมากมาย แต่ขอนำเสนอแค่นี้นะคะ คอมติดขัดมาก ภาพก็เข้าไฟล์ไม่ได้  คงต้องไปเช็ค ไวรัสกินหรือเปล่านะคะ ไม่เห็นมีใครแนะนำอะไรเลยคะ

พี่น้องที่รักทุกท่านคะ ที่ติดขัดเริ่มดีขึ้น คงไม่ใช่ไวรัสหรอกคะ อาจจะเป็วงเกิดอุทกภัย วาตภัย เสาล้ม ชาดการติดต่อ ขณะนี้คงจะใช้ได้ และดีขึ้นคะ แล้วว่างวันเสาร์อาทิตย์ จะตามไปเยี่ยมคืน

ขอให้บทความบทนี้ เป็นบันทึกความทรงจำที่ดีของตนเอง ที่ได้มีโอกาสเลี้ยงเหลนป็นลูก โดยมิได้คาดคิดและเตรียมการมาก่อน แต่ก็ทำได้ดีคะ