
14 พฤศจิกายน 2553 เป็นวันเกิดของบิ๋มบรีมคะ






ภาพแรกเกิด 1 เดือน
บิ๋มบรีม อายุได้ 1 ขวบแล้วคะ ในวันที่ 14 พฤศจิกายน 2552 ปีที่แล้ว ซึ่งน้องบิ๋ม บรีมได้ลืมตาอ้าปาก เกิดขึ้นมาเป็นสมาชิกใหม่ของผู้เขียน อย่างไม่นึกไม่ฝันคะ จึงเป็นเรื่องแปลกๆๆ อยู่ๆๆก็มีลูกเพิ่มอีกหนึ่งคนคะ

ภาพ อายุ 2-3 เดือน
ขอแสดงความรู้สึกของแม่ ความรู้สึกของยายที่มีต่อการเลี้ยงดู หน่อยนะคะ

กัลยาณมิตรที่รักทุกท่านคะ ชีวิตผู้เขียน เป็นชีวิตที่อิสระ พึ่งลำแข้งตนเอง ตามอำเภอใจ โดยไม่ให้ใครเดือดร้อน และไม่มีใครมาบังคับหรือใช้กติกานอกประเด็นได้ อยู่ที่ตนเองตัดสินใจทุกอย่างคะ

และแล้ว ความที่มีอิสระจนเกินไป หางาน หาเรื่องยุ่งยากให้ตนเองทำนอกประเด็นชีวิตตนเองอีก นอกจะเก็บกล่องนม มาส่งให้จิตอาสาแล้ว (ทุกวันนี้กล่องนมสะสมหลายพันกล่องแล้ว ติดเลี้ยงหลานเลยยังไม่แพคส่งซักที) ต้องสละเวลาที่มีอยู่ ให้ตนเอง เดือดร้อน ในสิ่งเคยมีความอิสระ สบายๆๆทำตามอำเภอใจ จำเป็นต้องละทิ้งทุกสิ่งทุกอย่าง มาเพื่อเลี้ยงคุณหนูเล็กๆๆ ตาดำๆอีกหนึ่งคน โดยนำมาอุปการะเป็นลูกเพิ่ม ก็ไม่ใช่ใครที่ไหนหรอกคะ ลูกของหลานสาว ถือว่าเป็นเหลน หลานเป็นลูกพี่สาว และหลานสาวคนนี้ ก็เคยเลี้ยงมาตั้งแต่ตัวเล็กๆๆ ไปมีครอบครัว พอมีลูก ถือว่าเป็นเหลน ก็สงสาร เลยมีจิตอาสาจะเลี้ยงดูแลให้อย่างดีอีกด้วย กลัวแม่เขานำไปเลี้ยงเองจะปล่อยให้เด็กลำบาก จะพากันยุ่งยากต่อการทำมาหากิน เลี้ยงไม่ดี เพราะต้องทำงาน หางานที่พอเลี้ยงตัวอยู่ ได้ก่อน ตนเองก็จะเอาตนเองไม่รอดอยู่แล้ว พ่อแม่เด็กแยกกันอยู่คะ

สำหรับผู้เขียน ในฐานะยาย ห่างหายจากประสบการณ์การเลี้ยงทารกมา 20 ปีแล้ว เพราะมีลูกชายโทนคนเดียว อายุได้ 19 ปี ไปเรียนมหาวิทยาลัยบูรพาการแสดงและการดนตรี ปีที่ 1 แล้ว ทำให้ผู้ขียน คิดเลี้ยงหลานมาเป็นลูกเพิ่มอีกคนหนึ่ง เคยคิด รอจะเลี้ยงหลาน ลูกของลูกชาย ลูกชาย ยังเด็กอยู่ และกำลังเรียน อีกนาน เลยตัดสินใจได้โอกาส รีบรับเลี้ยงเหลนคคนนี้ไว้ และยินยอมที่จะต้องรับภาระเพิ่ม จำเป็นต้องมาเปิดตำรา พลิกตำราขึ้นใหม่ ในการที่จะต้องรับเลี้ยงทารกน้อยคนนี้ เพื่อที่จะให้เด็กได้รับความอบอุ่นอย่างเต็มที่ เหมือนลูกตนเองคนหนึ่งเหมือนกัน และเพื่อเปิดโอกาสให้แม่เด็กคนนี้ได้ไปหาทำงาน หรือมีงานทำ เลี้ยงตนเองให้รอดเสียก่อน ถ้าเข้มแข็งแล้ว จะมาเอาลูกคืนไปก็ไม่ว่ากันคะ เพราะยังไงก็ลูกหลานตนเอง อยู่แล้ว และตนเองมีกำลังพอที่จะเลี้ยงและสละเวลาได้ (เป็นนิสัยเลียนแบบ ว่า นางสาวไทยรักเด็กไปคะ)

ผู้เขียนเริ่มวางแผนชีวิตใหม่ คิดว่า ต้องบาลานซ์ชีวิตให้ลงตัวให้ได้ คิดว่าต้องสละเวลาส่วนหนึ่งให้ เด็กคนนี้ อย่างเต็มที่ และยอมรับ และอาสาที่ในขณะที่ตนเองกำลังจะมีอายุมากขึ้น เขาให้พักผ่อน กลับจะกลายเป็นคนแก่ ที่ต้องอาสาเลี้ยงหลานเหลนไป ใครๆๆเห็นก็ถามว่าลูกของลูกชายหรือ(อึ้ง) จะตอบยังไงดี ว่าของลูกตนเองก็วัยเรียนอยู่ มีลูกแล้วหรือ จะว่าลูกตนเอง ก็เลยวัยมีลูกแล้ว เลยบอกว่าหลาน นำมาเลี้ยงเป็นลูก คนเขาก็หัวเราะ

และนับตั้งแต่ได้ตัดสินใจ เลี้ยงหลาน ทะนุถนอมกล่อมเกลี้ยง จนทำให้ชีวิตส่วนหนึ่ง หรือส่วนตัวหายไปก็ตาม ไม่ได้เจอเพื่อน ไม่ได้ออกไปไหน ไม่ได้ออกไปผ่อนคลาย ไปทำผมสวยๆๆ ไม่ได้ เล่น GTK แต่งกลอนที่ชอบ บทความที่ชอบ บทความที่ต้องใช้สมองกลั่นกรองก็ไม่ได้ อิสระส่วนหนึ่งหายไป ไม่ได้ไปเยี่ยมเพื่อนGTKก่อน มีแต่เพื่อนมาเยี่ยม แล้วตามไปขอบคุณทีหลัง มิตร GTK ต้องเข้าใจนะคะ อีกหน่อยพอหลานโตแล้ว ก็คงมีเวลามากขึ้น คงจะมีหลานมาเล่นเกมส์แข่งยายเล่น GTK อยู่ข้างๆๆกันคะ จินตนาการไปไกลเชียว

เวลาที่หายไปนี้ ก็นำไปให้กับลูกน้อยคนนี้มาเป็นอันดับหนึ่งก่อน ต้องจัดสรรเวลาใหม่ให้ลงตัวกับธุรกิจ พร้อมกับการเลี้ยงลูกคนใหม่ ตัดสินใจจ้างพี่เลี้ยงผู้หญิง อายุ 50 กว่า ค่าจ้างแพงพิเศษเลี้ยงแต่ลูกอย่างเดียวทั้งวัน เริ่ม 7 โมงเช้า ถึง 5 โมงเย็น งานบ้านตนก็ทำเองเหมือนเดิม คนไม่มาก อุปกรณ์อำนวยความสะดวกมากมาย ที่จ้างคนมีอายุ ลูกเขาโตหมดแล้ว อยู่บ้านเฉยๆๆ มาเลี้ยงแบบสบายใจ ไม่ห่วงหน้าพะวงหลัง นี่ขนาดเลี้ยงลูกต้องหาคนถึงขนาดนี้นะคะ ที่รับมาเพราะถือว่ามีประสบการณ์ในการเลี้ยงเด็กมาก่อน เอามาช่วยดูแล จ้างเขามาช่วยอุ้มช่วยดูหลานก็ไม่ห่างตนเองเหมือนเดิม เมื่อยามลูกค้าเข้ามา พูดคุยช่วยกันดูแล เปลี่ยนกันผลัดกัน โอ๋ เอาใจกันอยู่เหมือนเดิมกับพี่เลี้ยงและผู้เขียน อยู่ในสายตาเสมอ ด้วยความห่วงใย เอื้ออาทร จะห่างนาน ก็ตอนไปข้างนอกที่มีภาระกิจที่จำเป็น สบายใจกัน

พอรับปริญญาใบนี้ ก็ต่อรับปริญญาเลี้ยงหลานต่อไป
หางานพิเศษให้ตนเองทำไปเรื่อยๆ ทั้งที่ เป็นคนไม่ว่างอยู่แล้ว ปริญญาใบนี้ คงรออีกนาน

พอแม่จบ รับปริญญา ลูกชายก็เริ่มศึกษาเพื่อรับปริญญา เรียนประมาณ 4-5 ปี อีกนาน

ผู้เขียนรักและเลี้ยงดู เหลนคนนี้เปรียบเสมือนเป็นลูกคนหนึ่ง นึกเวทนา สงสารความเป็นมาจึงประคับประคอง ดีกว่าลูกตนเสียอีก เพราะตอนนี้พร้อมมาก มากกว่าตอนมีลูกชายโทน จึงมีสิ่งอำนวยความสะดวกสบาย มากกว่าสมัยเลี้ยงลูกชาย ผ่านมาเกือบ 20 ปีแล้วนะ อะไรมันก็ย่อมเปลี่ยนแปลงไป ใช้แพงเพิท นมชง ของเล่น อะไรดีดี ก็ซื้อมาให้ไม่ขาด

บิ๋ม บรีมเป็นทารกเด็กหญิงที่ร่าเริงและน่ารักมากๆๆ ตำดำกลมโต (ไม่ต้องใส่ BIG EYE เสริมสวยให้ตาโตเลย)ไม่ขี้แย เลี้ยงง่าย ตอนนี้ยายพอรู้แล้วว่า เวลาไหนต้องทำอะไรให้ อาบน้ำป้อนข้าว ป้อนนม พาเดินเที่ยวโดยนั่งรถเข็น ออกกำลังกายจะได้ขับถ่ายได้สะดวก ส่วนมากจะเปิดเพลงมีจังหวะให้ฟัง ผงกหัว และโยกตัวอยากให้เขาเป็นคนอารมณ์ดี มีดนตรีในหัวใจ จะได้ใจเย็น เหมือนลูกชายโทนคนเดียวของผู้เขียน ตอนนี้ที่ไปเรียนดนตรี และการแสดง ที่มหาวิทยาลัยบูรพา ชลบุรี ซะแล้ว ได้ข่าวลูกชายว่าออกคอนเสริตร์ ของโรงเรียนบ่อยๆๆ ไม่ว่ากัน ขอแต่ให้ตั้งใจเรียน เรียนให้จบ หาประสบการณ์ชีวิตดนตรี หรืออยากเป็นนักแสดง หรือผู้กำกับ หรือครูสอนดนตรี ตามใจขอให้มีปริญญาซักใบ

ยายฟ้อนให้หลานดู สังเกตทางซ้ายมือล่าง ขวามือบน ห่วงยางสีเหลือง พาน้องบิ๋มบรีม อายุ 3-4 เดือนไปเล่นน้ำวันสงกรานต์ที่เขื่อนหนองหวายน้ำพอง แล้วคะ ยังเล็กอยู่เลย ใครก็ว่า ไม่กลัวเป็นไข้ หรือ เอามาแช่น้ำอยู่ได้ แต่ช่วงนั้นอากาศร้อนมากๆๆ ตอนนั้นน้องบิ๋มบรีมเล็กน่ารักขาวมาก คนเห็นนำลงไปเล่นน้ำ มาทักทายกันใหญ่ นึกว่าลูกฝรั่งคะ

ก็ด้วยอยากให้หลานอารมณ์ดีไปด้วยคะ รู้จักโยกตัวเข้าจังหวะเสียงเพลงแล้วตอนนี้ ตั้งแต่เลี้ยงมา พอมาเป็นระยะ ระยะ กี่เดือน บิ๋มบรีมจะพัฒนาไปเอง ตามหนังสือเลยคะ ตอนนี้ กำลังหัดเดินเอง ลุกขึ้นเอง ย่างก้าวได้ 3-4 ก้าว บางครั้งผู้เขียนสังเกต สักวัน น้องบิ๋มบรีม จะลืมตัว แล้วก้าวได้หลายๆๆๆก้าว เอาเองคะ และกำลังหัดให้เรียก (ผู้เขียน) ว่า แม่จ๋า เรียก สามีผู้เขียนว่า ปาป๊า พูดคำนี้ก็ได้แล้ว หิวข้าว หิวนม ก็ทำปาก หม่ำ หม่ำ รอคอยต่อไปจะให้พูดเป็น พร้อมๆกับเดินได้หลายก้าวคะ คงอีกไม่นาน

อุ้มกันไม่ไหว เลยตัดสินใจ ซื้อรถเข็น ไปไหนไปด้วยกัน ไม่ต้องอุ้ม เอารถเข็นขึ้นรถไปด้วย ถ้าจะเอาบิ๋มบรีมไปด้วยกันคะ

พ่อทูลหัว แม่ทูลหัว คนใหม่ของน้องบิ๋มบรีมคะ
ใครเอ่ย?
นอกจากนี้ บิ๋ม บรีมชอบมากเลยเล่นจ๊ะเอ๋ จะหัวเราะร่วน ส่วนมือจะฟ้อนรำ เวลาผู้เขียนร้องเพลง น้อยนอย หรือไม่ก็ทำมือจับปูดำ รู้จักยกมือบายบาย บายบาย เวลา 5 โมงเย็น พี่เลี้ยงจะกลับบ้าน เวลาดีใจจะ ยกมือสองมือขึ้นท่วมหัว แล้วยายก็จะพาพูดว่า ชัยโย ชัยโย และจับมือพนม แล้วก็พูดสวัสดีคะ เวลาผู้เขียนพูด อัฟแอนดาว อัฟแอนดาว ถ้ายืน เขาก็จะย่อขึ้นย่อลง ถ้านอนหงาย บิ๋มบรีมก็จะยกขาขึ้น ขาลง พร้อมหัวเราะกัน อย่างมีความสุข กรณีอัฟแอนดาว อัฟแออนดาวจะยกขาขึ้นลง ผู้เขียนอยากให้ออกกำลังกายขา ทุกอย่างก็เป็นไปตามวัยคะ มีหนังสือให้อ่าน ให้ความรู้ เกี่ยวกับการเลี้ยงทารก สังเกตความเปลี่ยนแปลงไปตามอัตโนมัติของวัยทารกคะ ผู้เขียนก็อ่านและหาความรู้ในการเลี้ยงทารกตามอินเทอร์เน็ท เพราะกลัวความผิดปกติ หรือผิดพลาด เนื่องจากเลี้ยงไม่ถูกต้องคะ(เหมือนมือใหม่หัดขับเลยคะ) แม้จะจ้างพี่เลี้ยงมาดูแล ตนเองก็คลุกคลีไม่ห่าง ห่างเมื่อมีภาระกิจเท่านั้น

ภาพพี่เลี้ยง ภาพลูกชาย ตอนปิดเทอมเดือนตุลาคม
ทางซ้ายมือ จะเห็นของเล่นการ์ตูนวัว ที่บิ๋มบรีมรักมาก เวลานอนจะต้องเอามากอด มาจับ มาบี้ พร้อมดูดหัวจุกนม ถึงจะนอนหลับได้ ฉะนั้นอย่าหายเชียวของอย่างอื่นไม่เอา ถ้าไม่ได้กอด จะนอนไม่หลับ





รายการช่อง 3 เรื่องเล่าเช้านี้ เวลา 6 .30 น.ทุกเช้า ทางรายการจะเปิดภาพลูกหมี และลูกช้าง มีเพลงประกอบ ถ้านอนอยู่ก็จะรีบลุกขึ้นมาดูภาพ พร้อมเพลงทุกเช้า เขาชอบมากเลยคะ และเพลงก็เป็นจังหวะ สำหรับเด็กด้วย เพลงจบ มึขอบคุณคะ ซึ่งคิดว่าอีกหน่อยน้องบรีม จะต้องพูดได้ คำนี้ ว่า ขอบคุณคะ นอนอยู่หน้าจอทีวี บางครั้งเวลานี้แล้ว ยังไม่ตื่น จะเปิดทีวีทิ้งไว้ แล้วตนเองก็ไปทำงานในครัวซักครู่ เมื่อมีภาพหมีและช้างมา เขาจะตื่น ส่งเสียงสัญญาณ ตื่นเต้น เหมือนเรียก แม่จ๋า ให้มาดูด้วยกัน





ตอนนี้ ที่เขียนน้องบิ๋มบรีม อายุได้ 12 เดือน ในวันที่ 14 พฤศจิกายน 53 นี้ ก็จะครบขวบ 1 ปีแล้ว วันเวลา ผ่านไปอย่างรวดเร็วเหมือนโกหก ที่มีต่อการเสียสละในการเลี้ยงดู หนึ่งปี บิ๋มบรีมจะโตแล้วคะและก็งงตนเองเลี้ยงได้ ทำได้ไง หาเรื่องลำบากใส่ตัว ถึงจะลำบาก ก็มีความสุข ที่ได้ยิ้มหัวกับเหลนคะ แล้วความตั้งใจก็ยังจะเลี้ยงต่อไป





เวลาที่ผ่านมาเร็วๆๆนี้ พอจำได้ ตอนที่กำลังหัดคลาน เวลาน้องบรีม เห็นยาย แล้วดีใจ จะรีบคลานมาให้เรากอดและอุ้ม เวลาที่คลานมา แววตาของบิ๋ม บรีม ช่างเปี่ยมล้นไปด้วยความสุข ความดีใจ ความปลอดภัย ความอบอุ่น ผู้เขียนเห็นแล้ว จะทำอะไรอยู่ก็ต้องทิ้งสิ่งนั้น รีบไปรับขวัญหลานเสียก่อน เพราะกลัวการดีใจแล้วบิ๋ม บรีมจะรีบคลานรีบร้อนเกินไปอาจจะหกล้ม หน้าคะมำตามปะสาเด็ก บาดเจ็บได้





พอได้อุ้มกัน ยายก็รับขวัญ หอมแก้มขวาที แก้มซ้ายที แล้วก็บอกชื่นใจ และถ้าตอนไหน อยากหอมแก้ม บิ๋ม บรีม ยายก็จะเข้าไปหา แล้วบอกบิ๋ม บรีมว่า ชื่นใจหน่อย ชื่นใจหน่อย บิ๋ม บรีม จะหันแก้มให้หอมทันที การสื่อสารแห่งความสุข เข้าใจระหว่างยายกับหลาน ชื่นใจหน่อย จะได้หอมแก้มทันที

ผู้เขียนเลี้ยงไปเลี้ยงมา เกิดความผูกพัน มีความรู้สึกหวงขึ้นมา เกิดเราเลี้ยงดี น่ารัก พ่อแม่เขามาเอาคืน จะทำอย่างไรดีนี่ ผู้เขียนตอนแรกก็คิดว่าจะให้คืน แต่พอตนเอง ได้รับและลงทุนถนอมกล่อมเกลี้ยงอดหลับอดนอน มีความรู้สึกเสียดาย และเปลี่ยนความคิดขึ้นว่า ไม่ให้แน่นอน ไม่ยอมทีเดียวเชียว ลูกชายโทนคนเดียวบอกว่า สงสารน้อง แม่เลี้ยงน้องไปก่อนนะ ถ้าแบงค์เรียนจบ แบงค์จะดูแลรับช่วงจากแม่อีกทีหนึ่ง ไม่ให้พ่อแม่เขามาเอาคืนไปเช่นกัน

ยอมรับเลยคะว่า การเลี้ยงลูกเลี้ยงหลาน เป็นต้องที่ใช้ทั้งศาสตร์และศิลป์ รวมทั้งต้องมีความอดทนใฝ่รู้ และศึกษาข้อมูลมากมาย ต้องยอมสละหลายสิ่งหลายอย่าง เพื่อเจ้าตัวเล็ก ยิ้มกับเขาก็หลายครั้ง ร้องไห้ก็หลายหน ร้องไห้เวลาป่วย ใจไม่ดี กลัวหลานรักเป็นอาการหนัก บางครั้งเวลาเจ็บป่วยตนได้อธิฐาน ขอให้ตนเป็นแทน ดีกว่า





การเลี้ยงลูก ทำให้เรารู้คุณและเข้าใจในความรักของพ่อแม่ช่างยิ่งใหญ่นัก การเลี้ยงหลานยิ่งทำให้เรารู้บุญคุณ ปู่ย่าตายายมากขึ้น ในความรักที่มีต่อลูกหลาน เพราะ ท่านทั้งหลาย มีความรักความห่วงใยหลาน เท่าชีวิตเช่นกัน


อ้อมกอดยายคลายคอยพะเน้าพะนอ
เติมแต่งสารต่อละมุนลุ้นรับขวัญ
ถนอมกล่อมเกลี้ยงเลี้ยงดูเจ้าเท่าชีวัน
อัศจรรย์ความรักที่เคยมี

รักอะไรก็ไม่แท้ เทียบยายรัก
ผูกสมัคร รักมั่นคง มิหน่ายหนี
รักลูกแล้ว รักหลานยิ่ง ล้นฤดี
เลี้ยงเจ้านี้ หวังเติบใหญ่ ไร้กังวล

วันเวลา หมุนเวียนไป วัยเปลี่ยนผัน
หนึ่งขวบนั้น เลี้ยงเจ้าได้ อย่างฉงน
จะเสริมส่ง ให้เติบใหญ่ ได้เป็นพล
คนดีล้น เก่งพ้นภัย สิ่งแผ้วพาน

ขอให้เจ้า เติบใหญ่ ได้ดั่งหวัง
มีพลัง เสริมสร้าง อย่างห้าวหาญ
เป็นคนดีของยาย ของชาติ ที่ต้องการ
ไม่ร้าวราน ผลานหัวใจ ที่เลี้ยงมา

พี่น้องกัลยาณมิตรที่รักทุกๆๆท่านคะ ภาพก็ช้า ตัวหนังสือก็ช้า ถ้าของพี่น้องไม่เป็น ตัวผู้เขียนคิดว่า ไวรัสคงจะมาเยี่ยมกรายแล้วหละคะ อ่านตัวหนังสือ ไปก่อน มันติดๆๆขัดๆๆ ภาพก็มีแล้ว แต่มันอืดคะ 




จุดมุ่งหมาย ของบันทึกบทนี้ เพื่อสื่อความรักของตายาย ปู่ย่า ช่างมีความรักให้ลูกหลานมากมาย เหลือเกิน ฉะนั้นใครที่มีปู่ย่าตายายอยู่ จงรับทราบไว้เลยคะ ว่ารักลูกหลานแค่ไหน รักหลานมากกว่าลูกเสียอีกคะ ถ้ามีโอกาส คนที่ปู่ย่าตายายยังมีชีวิตอยู่ จงแสดงความรัก ความกตัญญู กับท่าน ก่อนที่จะไม่ได้มีโอกาสพบท่านอีกคะ

ของเล่นสัตว์ตัวโต หมา หมี หมู ปลาวาฬเท่าน้องบรีม
และยังมีอีกมากมาย ที่เป็นตัวเล็กๆๆ





พี่น้องคะ แล้วภาพการพัฒนาของน้องบิ๋มบรีม ยังเหลืออีกมากมาย แต่ขอนำเสนอแค่นี้นะคะ คอมติดขัดมาก ภาพก็เข้าไฟล์ไม่ได้ คงต้องไปเช็ค ไวรัสกินหรือเปล่านะคะ ไม่เห็นมีใครแนะนำอะไรเลยคะ
พี่น้องที่รักทุกท่านคะ ที่ติดขัดเริ่มดีขึ้น คงไม่ใช่ไวรัสหรอกคะ อาจจะเป็วงเกิดอุทกภัย วาตภัย เสาล้ม ชาดการติดต่อ ขณะนี้คงจะใช้ได้ และดีขึ้นคะ แล้วว่างวันเสาร์อาทิตย์ จะตามไปเยี่ยมคืน
ขอให้บทความบทนี้ เป็นบันทึกความทรงจำที่ดีของตนเอง ที่ได้มีโอกาสเลี้ยงเหลนป็นลูก โดยมิได้คาดคิดและเตรียมการมาก่อน แต่ก็ทำได้ดีคะ

คิดถึงป้ามากน่ะครับ จากเภสัชเอกครับ
น่ารักมากเลยครับพี่ ไวมากๆๆ เผลอหน่อยเดียว 1 ขวบแล้ว พี่สุสบายดีนะครับ
พี่สุ ค่ะ หลานบิ๋มบรีมโชคดีมากค่ะ เห็นด้วยกับพี่สุดเลยค่ะ เลี้ยงเด็กคนนึงนี่ ก็ไม่มีเวลาทำอะไรแล้วค่ะพี่ จากปสก. ของแม่เลี้ยงหลานเอง ไม่อยากให้ไปจ้างคนอื่น ผลลัพธ์และความรู้สึกต่างกันมากเลยนะคะ แล้วแม่ก็รักหลานมากกว่าลูกตัวเองจริงๆ ค่ะ อิ อิ
แหม พี่สุนี่ทันสมัยนะคะ มีการบอกว่าน้องตาโตไม่ต้องใส่บิ๊กอาย ปูล่ะนึกอยู่นานอ๋อ เสริมสวย ตามไม่ทันหลาวเรา :) สุขส้นต์วันคล้ายวันเกิดสาวน้อยตาโต ส่งกำลังใจยายสุคนเก่งค่ะ
*ขออวยพรให้หลานบิ๋ม บีม แข็งแรง เฉลียวฉลาด เป็นเด็กดี..ใครเห็นใครรัก..เป็นทุกสิ่งที่ทำให้ คุณยายสุ มีความสุขนะคะ..
*พี่ใหญ่เคยมีประสบการณ์ช่วยน้องชายเลี้ยงดูหลานชาย เป็นเวลายาวนานตั้งแต่ แบเบาะ- ๒๗ ปีเหมือนเป็นแม่คนที่สอง ดังที่เคยเล่าไว้ในบันทึกนี้ค่ะ..
http://gotoknow.org/blog/nongnarts2/402127
*อาจแตกต่างจากคุณยายสุ ที่เราทั้งหมดอยู่บ้านเดียวกันที่เรือนหอของป้าใหญ่ ๒๗ ปี..หลานจึงมีป้าใหญ่เป็นตัวแถม(มิใช่ส่วนเกิน)
*ตอนเล่นบทนางยักษ์คือ ป้าใหญ่ เมื่อเวลาสอนการบ้าน และจับตัวขึ้นรถไปรร.ตรงเวลาไม่เคยสายเลย..ตอนเล่นบทเทวดา-นางฟ้า คือ พ่อ-แม่ เมื่อพาไปเที่ยวเตร่ และซื้อของเล่น..
*เดี๋ยวนี้ ทั้งครอบครัวนี้ย้ายกลับไปอยู่บ้านเดิมของเขาแล้ว ด้วยความเข้าใจและเต็มใจของป้าใหญ่..แต่หลานยังมารับป้าใหญ่ไปเที่ยวกินช้าวทุกวันหยุดสุดสัปดาห์ และเป็นเขาฝ่ายโทร.มาถามทุกข์สุขของป้าทุกคืน ไม่เคยเว้น..แค่นี้ก็ชื่นใจแล้วค่ะ..
*อยากบอก คุณยายสุ ว่า การทุ่มเทเลี้ยงดูหลานด้วยความรักสุดหัวใจนั้น เป็นเรื่องของธรรมชาติและความมีปฏิสัมพันธุ์ระหว่างกัน.แต่คงต้องทำใจเผื่อไว้บ้าง เมื่อถึงเวลาที่ พ่อ-แม่ - ลูก อาจต้องไปอยู่ด้วยกันเหมือนกรณีพี่ใหญ่..อย่างไรเสีย ..สายสัมพันธ์รัก ที่ ยาย-หลาน เคยมีต่อกันย่อมยังคงอยู่ตลอดไปนะคะ..และช่วงนั้น คุณยายสุ อาจรู้สึกปลดปล่อย มีอิสระภาพกลับมาอีกครั้งหนึ่งอย่างเป็นสุข เหมือนที่พี่ใหญ่เป็นอยู่ขณะนี้ค่ะ.. รู้สึกสุขมากๆจนตั้งใจจะไม่ชวนใครมาอยู่ด้วยอีกแล้วทีเดียว..ปลูกผักน่าจะเพลินกว่านะคะ..
สวัสดีค่ะพี่สุที่นับถือ
น้องบรีม ตามหลังนาเซียอยู่สามเดือน พอน้องหัดพูด เราก็จะเป็นเด็กไปด้วย
สวัสดีค่ะพี่สุ มาเยี่ยมชมหลานรักตัวน้อยครบ 1 ขวบ ตัวดตเชียวนะคะ มีภาพการดูแลที่ดี น่ารักมากๆค่ะ ยังคิดถึงพี่สุนะคะ
น่ารักจังเลยครับผม
หลานชายน้อยของผมก็ 1 ขวบ กว่าๆ เท่ากันเลยครับ มีฟัน 5 ซี่ เองน่ารักมากมาย พูดแล้วก็คิดถึงหลานไบโอมจังเลยครับ
ยังไงก้ดูแลสุขภาพมากๆ นะครับ.. มีเรื่องใหม่มาฝากให้พี่อ่านครับ
ขอฝากนะครับ..
http://gotoknow.org/blog/rachit7/406142
สวัสดีวันหยุดค่ะพี่สุ
1.
เมื่อ 10 พฤศจิกายน 2553 16:41
#2246918 [ ลบ ]
สวัสดีคะ เภสัชกรพันธ์แท้ บวกพันธ์เอาจริง เรื่องของคนไข้ไม่รักตนเองนี่ น่าตีมากนะคะ ทั้งที่เป็นครู น่าจะรู้ว่าอะไรควรไม่ควร แต่ก็ว่าไม่ได้ เพราะเขาพอใจ ที่จะไม่เสียเวลาในการมารักษา อีกทั้งอยู่บ้านนอก ไม่สะดวกสบาย เข้าเมืองทีเป็นวัน มาโรงพยาบาลทีก็เป็นวัน จนเบื่อหน่าย ทั้งที่เป็นผลประโยชน์ตนเอง และอีกอย่างเป็นครู น่าจะสะดวก สบาย และเบิกค่ารักษาได้ คนเราถ้าเป็นคนดื้อ ก็จะเป็นเช่นนี้แหละคะ ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา ในที่สุดก็ยอมไปเมื่อคิดว่าจำเป็น แต่จะช้าไปหรือเปล่าหนอ เภสัชพันธ์แท้ พบช้าไปเลยลุยไม่ทัน ใช่ไหมคะ
-มีการเอาหน้าหล่อมาให้ชม นึกว่าเอาหน้าครูกา มาให้ดู คนขี้ดื้อเป็นหน้าแบบนี้ แต่ไม่เอามาก็ดีแล้ว หน้านั้นเขาคงสงวนลิขสิทธิ์ ห้ามเอาหน้าผู้อื่นมาโชว์ก่อนได้รับอนุญาต แต่ไม่ได้หน้าคนอื่น เอาหน้าตนมาแทนไม่เป็นไรคะ หน้าคนพันธ์แกะดำจริงหรือคะ
-นี่พี่สุเคยไปกิจกรรมอาสาที่หนองคาย ของนางมณีวรรณ ให้กำลังใจคนเป็นไตวาย ได้พบกันแลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน และวิธีดูแลตนเองเดี่ยวๆคนเดียว คนป่วยทำอย่างไรมาบอกกัน พี่สุว่า คนป่วยมีชีวิตชีวาขึ้นนะคะ
น่าจะมีแบบนี้ที่โรงพยาบาลอุบลรัตน์บ้าง คนป่วยจะได้หันมาสนใจตนเอง
-พี่สุมาตอบช้า ตามจริงมาตอบแต่วันที่น้องไปเยี่ยมคะ แต่กดคืนมาหาน้องโหลดนานมากคะ พี่สุเลยไม่ไปเยี่ยมใครเลย เพราะไปก็จะเป็นเหมือนกัน ดังนั้นวันนี้ พี่สุขอเยี่ยมอ่านบทเดียวก่อนนะคะ แล้วจะไปเยี่ยมคนอื่นต่อไปครบหมดแล้วจะกลับมาย้อนรอยคะ เพราะชื่อเรื่องของน้องน่าสนใจอ่านหมดคะ รอลูกหลับจะกลับมาอ่านคะ
-ให้เป็นพี่ซะ อย่าให้เป็นป้าเลย เดี๋ยวพี่สุ จะแก่แล้วแก่เลย คนยิ่งแก่อายุ แต่หน้าดันอ่อน แล้วอ่อนเฉยๆๆ ด้วย อายุไปฝากไว้กับธนาคารเยอะเลยคะ
ขวัญเจ้าเอย ทรามเชย ชมชื่นนัก
คุณยายรัก อุ้มชู หนูบรีมเจ้า
จะกินนอน ขวัญอ่อน ด้วยวัยเยาว์
จงรับเอา ขวัญดีดี ทั้งปีเทอญ
2.
เมื่อ 10 พฤศจิกายน 2553 17:05
#2246951 [ ลบ ]
สวัสดีคะ น้องขจิต คอมพี่สุพึ่งโหลดเร็ววันนี้ ถึงได้มาเยี่ยมกันแบบด่วนจี๋เลยคะ เพราะเห็นผู้มาเยี่ยมมากมายกำลังรอพี่สุกลับคืนไปเยี่ยมอยู่ คะ
ขอบคุณน้องขจิตมากนะคะ ที่คิดถึงพี่สุเสมอ แล้วก็ไปเยี่ยมกัน พี่สุกดตามมาคะ มาเห็นสวนน้องขจิต พร้อมทั้งลิ้งบทเก่าอีกมากมาย ถ้าไม่ได้เป็นอาจารย์สอนภาษาอังกฤษ มาเป็นอาจารย์สอนเกษตรแข่งกับน้องสามารถได้เลย
-พืชผักสวนครัว อุดมสมบูรณ์ แต่ไม่ค่อยอยู่ได้กิน ปลูกไว้ประดับสวน แล้วยังมี มากมายหลายอย่าง เมื่อไหร่จะหาคนมาดูแลช่วยคะ ปล่อยให้เป็นน้ำเต้า บวบเถาตายไปดื้อๆๆเลยหรือคะ ภาพน้ำเต้า น่าเอาไปต้มทานกับน้ำพริกเนาะ
-ฟักลอยฟ้า ต้มไก่มะนาวดองอร่อยจริงๆๆคะ ทำไม่เป็น ซื้อเขากินทั้งน้านคะ
-บวบแข่งยาวกับน้องหมอดาวใช่ไหมคะ ถั่วพูก็มี
-เป็นจริงนะคะ พริกที่ไม่ได้ตั้งใจปลูก จะงามจริงๆๆ โดยเฉพาะใกล้ที่ล้างจาน จะได้ปุ๋ยได้น้ำตลอด สวยเชียว ที่สวนน้องขจิตนี่
-ดอกฟักสีเหลือง สวยๆๆไม่มีแมลงเจาะเลยนะคะ ดอกโป้ยเซียนมีการชุบแป้งทอดกินได้ด้วย พี่สุก็เคยได้ยินได้อ่านมา ดอกไม้ ใบไม้ นำมาชุบแป้งทอดได้
-เอ้าเจ้าดอกผักหวาน น่ารักน่าตีเชียว วัยเท่ากับบิ๋มบรีมหรือเปล่าหนอ สุขภาพบิ๋มบรีมแข็งแรงมาก ตั้งแต่เลี้ยงมา ยังไม่เป็นไข้หนักเลย เลี้ยงง่ายคะ
-และผักที่ปลูกยากที่สุด ก็คงเป็นคุณหนูผักหวานนี่เองใช่ไหมคะ
-แล้วเมื่อไหร่ จะมีตัวกระเปี๊ยกกับเขาบ้าง ระวังไม่ทันใช้นะคะ
-หรือจะหาทารกมาเลี้ยง แก้เซ็ง เหมือนพี่สุ คงไม่มีเวลาคิดถึงป่านนั้นนะ
-อิจฉา คนมีที่สวน ผักปลูกปล่อยๆๆ ก็เยอะ แล้วก็งาม ปลูกทิ้งไว้ เจ้าของ กิน หรือคนอื่นกิน แถมเลี้ยงวัวด้วย เห็นอยู่บทความหนึ่ง ใบชะพลูก็เยอะ คนขายเมี่ยงไม่รู้หรือไงน้า...ใบเขียวสดด้วย
3.
เมื่อ 10 พฤศจิกายน 2553 17:08
#2246953 [ ลบ ]
สวัสดีคะ น้องก้ามกุ้ง พี่สุกดกลับคืนไปเยี่ยมน้องก้ามกุ้ง เข้าไม่ได้เลยคะ ใช้เวลาแต่พอเข้าไปได้ กลับไม่เห็นบทความของน้อง เขียนว่าไม่มีบันทึกคะ จะทำอย่างไรดีหนอ ไม่เป็นไรคะ ที่เมลย์ยังใช้ได้ และขอขอบคุณที่ส่งFWเมลย์ดีดีไปให้พี่สุคะ พี่สุหายไปเพราะเวลาน้อยลงคะ คงอีกไม่นาน หลานเข้าโรงเรียนก่อน อาจจะมีเวลามากขึ้นคะ ต้องอดทนรอ ค่อยเป็นค่อยไปคะ
-แล้วน้องก้ามกุ้ง ปิดบล็อกนี้แล้วหรือคะ พี่สุไม่เห็นมีบันทึกคะ
-ขอบคุณนะคะ ความคิดถึง และความรู้สึกดีดี ยังคงเหมือนเดิมคะ
4.
เมื่อ 10 พฤศจิกายน 2553 17:13
#2246962 [ ลบ ]
สวัสดีคะน้องปู ถ่ายภาพปลีสวยมากเลยคะ ปลียักษ์หรือเปล่าคะ ดูปลีแล้วมีความอุดมสมบูรณ์นะคะ ในหน้าฝนผักอะไรก็สวยไปหมดคะ ดอกปลี แมงต่อ ก้นกระดก หรือเปล่า
-น้ำท่วมบ้านหรือเปล่าคะ น้องปู ทะเลอันดามันหนะ
-พี่สุ คอมพึ่งปกติคะ แต่ก่อนโหลดช้ามาก ไปเยี่ยมใครก็นาน จนหลับคาคะ เลยไม่ได้ไปเยี่ยมใคร ช่วงที่น้ำท่วม คอมอืดมากคะ พึ่งปกติก็เลยรีบเข้ามาเยี่ยมคะ คิดถึงและเป็นห่วงมาก กลัวน้ำท่วมบ้านน้องปูคะ ทะเลอันดามัน ช่วงนั้นเน็ทใช้ไม่ได้เลยคะ เลยห่างหายไปคะ เห็นน้องไปเยี่ยมหลายวันแล้วนะคะ พึ่งเข้าได้คะ
-เมื่อไหร่ว่างพี่สุจะกลับมาอ่านย้อนรอยนะคะ ตอนนี้ไปเยี่ยมคนอื่นให้ครบก่อนคะ คิดถึงไม่มีวันหยุดคะ
-ปลีก็กินกับผัดไทยคะ ปลีต้มลวกกินกับน้ำพริกคะ แล้วแกงปลี แม่ลูกอ่อนคะ
5.
เมื่อ 10 พฤศจิกายน 2553 17:14
#2246963 [ ลบ ]
สวัสดีคะ น้องครูกาญจนา เปลี่ยนปกใหม่ ลุกค์ใหม่ สดใสเชียวนะคะ ขอบคุณที่เข้ามาเยี่ยมร่วมอวยพร เหลนรักที่ไม่ธรรมดาของยายสุคะ
และขอบคุณนะคะ ที่เข้าไปเยี่ยมพี่สุคะ พี่สุกดคืนไปพบบล็อกที่มีความหมาย เพลงโรมันติก YOU ARE MY EVERTHING แน่นอนคะ ถึงมีรักและได้รักไง I LOVE YOU SO MUCH
6.
เมื่อ 10 พฤศจิกายน 2553 17:32
#2246984 [ ลบ ]
สวัสดีคะพี่ใหญ่ พี่ใหญ่มีประสบการณ์การเลี้ยงหลานมาเช่นกัน ดูแล้วเป็นครอบครัวใหญ่และอบอุ่นมาก และลูกหลานแม้ได้เลี้ยงมา เขาก็ต้องโตแล้วเดินทางไปตามครรลองของชีวิตเขา เราจะมาหวงไว้ก็ไม่ได้ ไม่ใช่ของเล่น จริงๆๆแล้วก็รักหลานคนนี้มากคะ ที่หวงก็เพราะกลัวเขาเอากลับคืนไปแล้วเลี้ยงไม่ดี ปล่อยตามยถากรรม จึงไม่อยากให้เขาคืนไป แต่ถ้าเขาพร้อมทุกอย่าง เขาจะเอาไปเลี้ยงเองก็ไม่ว่าคะ แต่นี่ดูแล้วเวทนา ถ้าจะเอาไปเลี้ยงแบบอดๆๆอยาก ตามมีตามเกิดคะ ก็เลยห่วงหวงด้วยคะ แต่ก็มีคิดเหมือนกันว่า ซักวันหนึ่งเขาก็ต้องไป แต่เขาก็ยังกลับคืนมาเยี่ยมเราบ้าง ที่เคยเลี้ยงดูแลมา ก็คงจะเป็นเช่นนั้นแหละคะ ก็คงต้องทำใจเหมือนพี่ใหญ่แนะนำแหละคะ คงต้องทำใจไว้ และบางครั้ง เมื่อเราว่างเปล่า เราก็จะมีเวลาส่วนตัว สบายตัวมากขึ้น
-และพี่ใหญ่ดูมีความสุขจริงๆๆด้วย เพราะอะไรก็มี อะไรก็ผ่านมาหมดแล้ว รู้ซึ้งของชีวิตแต่ละด้านที่ได้พานพบมาคะ
-ขอบคุณพี่ใหญ่มากนะคะ และดีใจที่มีผู้มีประสบการณ์ก่อนมาแนะนำให้ทำใจเผื่อไว้บ้าง ขอบคุณคะ ที่เข้ามาเยี่ยมสุ เสมอคะ คิดถึงเสมอเช่นกันคะ อยู่ที่เวลาจะมีพอมาเยี่ยมพี่ใหญ่ พอมีบ้างหรือเปล่า เพราะหลานก็ยังปล่อยไม่ได้ ยามกลางคืนก็นอนด้วยกับสุคะ กลางวันพอมีพี่เลี้ยงมาช่วยดูคะ
-ขอบคุณสำหรับคำอวยพรให้หลานบิ๋มบรีมคะ
-สุกดตามมาเยี่ยมบล็อกแนะนำ สุดยอดหลานรักชอบดนตรี และเรียนดนตรี เหมือนกับลูกชายของสุ แต่เขาเรียนการดนตรีและการแสดงด้วย ลูกชายชอบกีตาร์ แต่ที่มหาวิทยาลัยสอนทุกอย่าง เรียนไปเป็นครูสอนดนตรี เพราะขณะนี้ได้ข่าวว่า เสาร์อาทิตย์รับจ๊อบ ช่วยสอนพิเศษดนตรี ร่วมกับอาจารย์ ในโรงเรียนที่สอนพิเศษ จะมีการสอนดนตรี ทุกอย่าง ตามที่ส่งลูกมาเรียนพิเศษ เขาเลยไปช่วยครูสอนกีตาร์คะ
-ชีวิตพี่ใหญ่ ปลูกต้นไม้ใบหญ้า ช่างเป็นชีวิตที่พบแต่ความสุข ตลอดกาลเลยนะคะ คนทำกรรมดี ก็สุขเป็นอย่างนี้นะคะ โชคดีจริงๆๆคะ หน้าตาสดใสเชียว หน้าตาคนมีบุญ