การตั้งคำถามและแสวงหาคำตอบ คือห้วใจของการศึกษาตลอดชีวิต

ผมได้มีโอกาสได้อ่านหนังสือ คอ คน ของทีวีบูรพา ประจำเดือนสิงหาคม
มีการนำเสนอเรื่องของหมอเขียว ผู้นำเสนอทฤษฎีการแพทย์ิวิถีพุทธ
จากสมดุลย์ร้อนเย็น ชื่อจริงคือ ใจเพชร กล้าจน

หมอเขียวจบจากวิทยาลัยสาธารณสุขสิรินธร และมสธ. ได้เรียนรู้อย่าง
เป็นทางการเกี่ยวกับการแพทย์แผนจีน และการแพทย์แผนไทย สมุนไพร
ประสบการณ์ของหมอเขียวเกี่ยวกับการรักษาโรค พบว่า ไม่ว่าจะรักษาด้วย
วิธีการสมัยใหม่ โรคต่าง ๆ ก็หายแค่ 20 เปอร์เซ็นต์ รักษาด้วยวิธีการแพทย์
แผนไทย แผนจีน ก็หายแค่ 20 เปอร์เซ็นต์ ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น หมอเขียว
ได้คิดวิธีรักษาแบบปรับสมดุลร้อนเย็น โดยอาศัยบริบทเมืองไทย ที่เป็นเมืองร้อน
ที่จะต้องปรับสมดุลร้อนเย็น ที่แตกต่างจากทฤษฎีแผนใหม่ ซึ่งมีความจำเป็น
ต้องประยุกต์ทฤษฎีสู่การปฏิบัติ ซึ่งวิธีการของหมอเขียวที่ค้นพบนี้ ในหนังสือ
ที่สัมภาษณ์หมอเขียวนั้น ยืนยันว่า วิธีการธรรมชาติบำบัดนี้ได้ผลถึง 90 เปอร์เซ็นต์

องค์ความรู้ใหม่ ๆ เกิดจากการเรียนรู้ตลอดชีวิต และตั้งคำถามว่า ทำไม ????
แล้วพยายามหาคำตอบ อย่างเช่นหมอเขียวได้ตั้งคำถาม และหาคำตอบเจอแล้ว
และตอนนี้ หมอเขียวลาออกจากราชการแล้ว ได้ทำค่ายสุขภาำพแบบธรรมชาติบำบัด
ที่จังหวัดมุกดาหาร ดูรายละเอียดที่ www.morkeaw.com อยากพิสูจน์องค์ความรู้
ของหมอเขียวว่าจะเป็นไปตามที่เขียนไหม เชิญที่จังหวัดมุกดาหาร ส่วนผมนำเสนอ
ให้เห็นถึงกระบวนการศึกษาตลอดชีวิตที่เป็นรูปธรรมในสังคมไทยมาเรื่อย ๆ ครับ

แล้วท่านเห็นว่าอย่างไรครับ