“นกทุกตัวมีฟ้าให้บิน”
เป็นประโยคหนึ่งที่ฉันอ่านเจอในวันนี้
ฉันรู้สึกแย้งขึ้นมาในใจทันที
ไม่นะ ไม่ใช่นกทุกตัวที่จะมีฟ้าให้บิน
เพราะนกบางตัวกลับไม่มีโอกาส
แม้จะเห็นฟากฟ้าไกลโพ้นเลยด้วยซ้ำ
และก็มีนกอีกหลายตัวที่สูญเสียอิสรภาพ
อย่างหมดหวัง อยู่ในกรงแสนสวยนั้น
มองเห็นสิ่งแวดล้อมรอบตัวในกรอบที่ถูกจัดวางไว้
ชื่นชมความสุขในพื้นที่เล็กๆ
ไม่เคยรู้ศักยภาพตนเอง
ว่าตนเองมีปีกเสรีติดอยู่กับตัว
ไม่เคยใช้มันเลย
............................
หากฉันเป็นนกในกรงนั้น
ฉันควรจะยินดีหรือไม่ที่ไม่เคยมีโอกาสโบยบินอย่างเสรี
ไม่เคยรับรู้สิ่งแวดล้อมนอกกรงนั้นเลย
มันจนใจที่จะเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมของตนเองเสียแล้ว
นอกเสียจากว่า เปลี่ยนตัวเองให้เข้ากับสภาพแวดล้อมแทน
สภาพแวดล้อมที่โดนเลือกไว้ให้เป็นของฉัน
ฉันควรอยู่ และรักในสิ่งที่เป็น
หากวันใด กรงถูกเปิดออก
สิ่งที่ฉันพบอาจไม่ใช่ฟากฟ้าสวยงาม
นั่นหมายถึงฉันอาจจะเจอนายพรานนักล่า
คร่าชีวิตฉันไปก็ได้
ดังนั้น ฟากฟ้าสวยงามอาจไม่เหมาะกับฉัน
นกอ่อนแอ ไร้เรี่ยวแรงอย่างฉันควรอยู่ในกรงจริงๆ
รอวันที่นายใจดีจะผูกขาฉันด้วยความห่วงใย
และปล่อยฉันออกมาบินเล่นอวดปีกสวยงามบ้างเป็นครั้งคราว
................................
อาจจะมีบางครั้งที่น้อยใจตัวเองในความไม่เอาไหน
แต่หลายครั้งก็สุขใจกับความไม่เอาไหนของตัวเอง
และบางทีอาจจะถูกใครต่อใครข่มเหง
แต่ก็ไม่เคยหวั่นเกรง แค่โดนข่มเหงจากการกระทำ
หากฉันเป็นเพียงนกในกรงทอง
ก็ไม่อยากที่จะร่ำร้องหาฟากฟ้าอันกว้างล้ำ
เพราะนกตัวเล็ก ปีกบาง มีเพียงความทรงจำ
กับความสุขเลิศล้ำ ในกรงเล็กๆ ของตน
.....................................
10 พฤศจิกายน 2552
น้ำผึ้งหวาน