ผมเห็นด้วยกับภรรยา (อยู่แล้ว) ว่าต้องกลับมาใหม่ Russia, We will return !
            นึกว่าบันทึกที่แล้วเป็นตอนสุดท้าย แต่ภรรยาผมได้ถ่ายทอดเพิ่มเติมไว้ว่า . .
 “ทริปไปรัสเซียนี้ไปตกลงตอนเดินงานท่องเที่ยวที่ศูนย์สิริกิตติ์ ตอนนั้นตัดสินใจเลือกไปรัสเซียเพราะเป็นช่วงเวลาที่มีวันหยุดคาบเกี่ยว เลยปรึกษากับประพนธ์ว่าน่าจะไปนะ ประพนธ์ได้พูดคุยกับไกด์ไทยซึ่งในตอนนั้นเป็นเซลล์ขายทัวร์อยู่ที่บูธ ตอนนั้นพวกเราประทับใจเซลล์คนนี้มากยิ่งเขาบอกว่าเขาจะเป็นคนนำทัวร์ไปเองก็ดีใจ เพราะเขาดูดีกว่าไกด์ที่เราเคยเจอมาก่อนมาก ยังบอกพีทลูกชายว่าเป็นไกด์ที่ดีที่สุดเท่าที่เคยพบมา ชมก่อนการเดินทาง นี่เป็นความรู้สึกดีๆ ที่มีต่อไกด์ไทยคนนี้ แต่ไหงจึงลดความรู้สึกดีๆ ไปเรื่อยจนถึงขั้นขุ่นมัวได้ล่ะ?


             พวกเราต่างก็รู้กันดีว่าไปกับทัวร์ย่อมจะมีอะไรที่ไม่ถูกใจบ้าง ต่างก็ทำใจไว้บ้างแล้ว และคอยปลอบ คอยปรามกันอย่างเช่นในวันแรกที่เจอกับเหตุการณ์เปลี่ยนเที่ยวบินในรัสเซียที่ทำให้แทบไม่ได้นอน ในตอนนั้นยังคอยพูดปลอบใจกันว่ามากับทัวร์ก็แบบนี้แหละ ไม่ได้ดังใจหรอก (แต่ในใจยังตะหงิดตะหงิด เพราะไม่ได้คำตอบเลยว่าทำไมจึงเกิดเรื่องเช่นนี้ได้) แรกๆ ก็ยังพอทำใจนะเพราะเพิ่งมาถึง ยังตื่นตาตื่นใจอยู่ แต่ตอนเข้าที่พักคืนแรกแล้วต้องฝ่าลมหนาว (อุณหภูมิศูนย์องศา) ไปซื้อน้ำกิน ก็เริ่มเห็นลางๆ แล้วว่าการเที่ยวครั้งนี้คงต้องมีปัญหาแน่ (อีกใจหนึ่งก็คอยปรามว่าให้มองแง่บวกไว้ อดทนไว้)


            เนื่องจากเราสองคนนั่งอยู่แถวหน้าติดกับไกด์ จึงเห็นความเป็นไประหว่างไกด์ไทยกับไกด์รัสเซีย บอกได้แต่ว่าไกด์ไทย nice เกินไป ไกด์รัสเซียบอกอย่างไรก็เออออไปตามที่เขากำหนดทั้งหมด ทำให้โปรแกรมการทัวร์เปลี่ยนมั่วไปหมด บางอย่างก็ไม่น่าจะยอม เช่นตอนที่ไกด์รัสเซีย (ที่ชื่ออูยีน) ขอกลับไปก่อนแทนที่จะอยู่ส่งกรุ๊ปทัวร์เข้าที่พักซึ่งเป็นหน้าที่หลักของเขา เราเองก็เห็นใจไกด์ไทยเพราะหลายครั้งเขาก็อยู่ในอาการกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเวลาที่เขาบอกไกด์อูยีนแต่นายคนนั้นบอกว่าจะทำอีกแบบหนึ่ง การที่นั่งอยู่ข้างหน้า ได้เห็นได้ยินการสนทนาระหว่างไกด์ไทยกับไกด์รัสเซีย พูดคุยวางแผนกันโดยเฉพาะเรามีส่วนได้ส่วนเสียกับเรื่องที่เขาคุยกันนั้น บางครั้งก็ทำให้รู้สึกขัดใจว่าไปยอมเขาทำไม เกรงใจฝรั่งหรือไง? หรือว่ายังอ่อนประสบการณ์เกินไป ยิ่งตอนหลังรู้ว่าไกด์ไทยเป็นลูกเจ้าของบริษัททัวร์ด้วย ก็ยิ่งรู้สึกว่าเขาน่าจะแข็งกว่านี้

    

            แต่สิ่งที่ต้องชมไกด์ไทยก็คือเขารักษาอารมณ์ได้ดีมากทั้งๆ ที่ถูกกดดันรอบข้าง จะว่าไกด์อูยีนก็ไม่กล้า จะว่าลูกทัวร์ก็ไม่กล้าเพราะเห็นว่าเป็นลูกค้า หากว่าไกด์ไทยกล้าตัดสินใจบางทีเราอาจไม่ตกเครื่องบินก็ได้ ถ้า เขาเฟิร์มกับไกด์อูยีนว่าต้องไปถ่ายรูปให้เสร็จในคืนนั้นเพราะเป็นความประสงค์ของลูกค้า ถึงแม้ไกด์อูยีนจะยืนยันว่าพรุ่งนี้ทันก็ตาม นายคนนั้นได้แต่พูดยืนยันการันตีว่าทันแน่ แต่เราว่าไกด์อูยีนคงไม่รู้เรื่องเช็คอิน 45 นาทีก่อนเครื่องออก เพราะหากเขารีบพาพวกเราไปยังเคาน์เตอร์เช็คอิน ก็ไม่ตกเครื่อง แต่เขามัวทำอะไรอยู่ก็ไม่รู้ เรื่องการให้ทิปไกด์ก็เหมือนกัน น่าจะให้ตอนก่อนจะขึ้นเครื่อง น่าจะเป็นความพอใจของลูกทัวร์ว่าพอใจกับบริการของไกด์หรือเปล่า ไม่ใช่กำหนดเสร็จเลยว่าต้องจ่ายกันคนละเท่าไร แล้วก็ให้กันในรถต้องแต่ยังไม่ถึงสนามบิน ซึ่งไกด์อูยีนไม่สมควรจะได้รับทิปเลยด้วยซ้ำไป


            ส่วนไกด์โอก้าไกด์รัสเซียที่มอสโคว์นั้นก็ไม่ได้เจ๋งตามที่ไกด์ไทยคุยไว้ ดูได้จากเรื่องการจองที่นั่งในโรงละครสัตว์ และการที่พาพวกเราต้องมาตากลมหนาวรอรถบัสในวันแรกและวันที่ดูละครสัตว์จบ ไม่ได้เป็นมืออาชีพอย่างที่พูดไว้เลย เท่าที่เคยไปเที่ยวกับทัวร์มาก็หลายประเทศ ไม่เคยเห็นไกด์ท้องถิ่นเหมือนกับไกด์รัสเซียในทริปนี้เอย เราว่ารัสเซียไปเองก็น่าจะได้ เพราะที่เที่ยวไม่ได้กระจายออกไปมากมาย ไม่ว่ามอสโคว์หรือเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กมีจุดที่น่าสนใจอยู่ในละแวกเดียวกัน หากจัดเวลาให้ดีก็คงเที่ยวได้ทั่วกว่านี้ ที่ต้องออกไปนอกเมืองก็แค่วังฤดูร้อน (ปีเตอร์ฮอป) และวังแคทเธอรีน การเที่ยวรัสเซียคงจะง่ายขึ้นหากว่ามีภาษาอังกฤษกำกับไว้ตามสถานที่ต่างๆ บ้าง (เช่นที่สถานีรถไฟ) เราหวังไว้วันหนึ่งข้างหน้าคงจะกลับมาเที่ยวอีก แต่คงไม่มากับทัวร์อย่างแน่นอน เพราะเที่ยวนี้เข็ดจริงๆ ค่ะ” . . . ผมเห็นด้วยกับภรรยา (อยู่แล้ว) และตั้งใจว่าจะต้องกลับไปอีกครั้ง Russia, We will return !