ความตั้งใจที่จะหยิบยกถ้อยคำสำนวนภาษาจาก "ลูกอิสาน" มายั่วยุให้มีผู้สนใจอ่านทั้งเล่ม  ซึ่งการนำมาแต่ละบทยืดยาว อาจจะจบลงช้าและเสียเวลา  บันทึกนี้จึงเกิดแนวคิดใหม่ว่าจะหยิบยกมาให้สั้นลง

บทที่ ๑๐ ไปเก็บครั่ง

       ขณะลุงกาตัดกิ่งครั่ง แกเล่าให้ฟังว่า เมื่อเก็บครั่งเสร็จแกจะเลือกก้อนครั่งที่อ้วนโตแยกออก แลวห่อกับฟางแห้งมัดหัวท้ายให้แน่น  แล้วนำขึ้นไปปลูกไว้ตามกิ่งสะโกอีกต้นหนึ่ง แล้วตัวครั่งก็จะไต่ออกจากรังไปเกาะตามกิ่งอื่น ๆ

บทที่ ๑๑ ไปดักนกขุ้ม

       ขณะที่คูนเดินตามหลังพ่อก็ดูนกขุ้มอย่างถี่ถ้วน  สีของมันลายสลับน้ำตาล  แต่หางนกขุ้มไม่มีเหมือนหางไก่  หรือหางนกอีจู้  ลูกตาของมันดำสนิทแต่เล็กเท่าตาของนกกระจิบ

       พ่อบอกว่า นกขุ้มตัวนี้เป็นตัวเมีย...คือตัวนี้บ่มีคางสีดำ  ถ้าตัวผู้จะมีคางสีดำ ที่มันแล่นมาติดตาข่าย  มันคิดว่าเป็นเสียงของนกตัวผู้

บทที่ ๑๒ ไปไล่จอนฟอน

       ที่ป่าละเมาะติดกับนาของลุงกาคือที่มีจอนฟอนที่จอมโพนกลางป่ามาแล้ว  ต้องรีบไปในตอนเช้า เพราะจอนฟอนชอบออกหากินในตอนเช้า  ถ้าสาย ๆ มันจะเข้ารูหมด

บทที่ ๑๓ ไปจับจิ้งหรีด

      ตัวใหญ่กว่าจิ้งหรีดธรรมดา  มันมีหนวดสีเหลืองปนทองสวยงาม  ทางบ้านเราเรียกว่าจินายโม้  ถ้าตัวเล็กเรียกว่าจิหล่อหรือกิหล่อ  ถ้าได้จิ้งหรีดหลาย ๆ ก็กินกับข้าวได้เลย แต่ถ้าได้น้อยต้องเอามาทำป่นจิ้งหรีด

บทที่ ๑๔  เปลี่ยนหลังคาเรือน ทำขนม

        ขนมข้าวปาดกับขนมตดหมา  คูนได้กินครั้งสุดท้ายเมื่อปู่ตายใหม่ ๆ คูนชอบกินขนมข้าวปาดมากกว่าขนมตดหมา  ที่เรียว่าขนมตดหมา  เพราะต้องเอาใบตดหมาที่มีกลิ่นเหม็นฉุนมาตำคั้นเอาน้ำ ปนลงไปในแป้งขนม  เมื่อนึ่งสุกกลิ่นเหม็นจะกลายเป็นกลิ่นหอมน่ากิน

บทที่ ๑๕  สักลายตามตัว

        ลุงกุลาชี้มือใส่ขวดยาสองสามขวดบอกว่า ขวดยาทาเมื่อสักลายแล้ว นี่คือขวดดีงูเหลือม  นี่คือขวดน้ำมันงูเหลือม นี่คือขี้ดินหม้อ

        ทิดจำปาถามว่าลางคนเขาเอาน้ำหมึกเจ๊กสีดำมาสักใช่ไหม ลุงกุลาบอกว่าใช้ได้แต่มันไม่ขลังเหมือนดีงูเหลือม  และมันจะไม่ลอก ถ้าเอาเนื้อของคนตายไปเผาไฟรอยสักก็ยังอยู่

บทที่ ๑๖ เตรียมตัวไปหาปลา

       พ่อบอกว่าจะเอายางหน้องที่ปู่ทำไว้ไปด้วยเมื่อวันเดินทางไปหาปลา  ยางหน้องคูนไม่เคยเห็น  แต่พ่อเล่าว่ามันมีพิษมาก ถ้ายิงสัตว์หรือคน  คนนั้นก็จะวิ่งไปเจ็ดแปดก้าวก็จะล้มลงและขาดใจตาย  เพราะยางหน้องแล่นเข้าสู่หัวใจ

 บทที่ ๑๗ ตีเหล็ก

       เมื่อหลานชายพ่อใหญ่ลุยตีเสียมได้ว่องไวมาก ครู่ใหญ่ก็เป็นรูปเสียมขึ้นมา... แกซุกเสียมเข้าไปในกองไฟ แล้วเอาออกมาจุ่มน้ำ แล้วเอาตะไบเข่นที่ปลายเสียมให้มันเกิดคมมาก ๆ ก็ใช้ได้

บทที่ ๑๘  ไปหาปลา กินลาบบึ้ง

             พ่อบอกว่า "ปากรู้เกลี้ยง ๆ อย่างนี้ไม่มีตัวบึ้งอยู่" สักครู่พ่อนั่งลงยองๆ ชี้ไปที่รูหนึ่งซึ่งมีใยสีหม่นเหมือนใยแมงมุมกางปิดอยู่  "นี่ละมีบึ้งอยู่ ใยนี้ตัวบึ้งมันทำกันไม่ให้ตัวแมงลงไปรบกวนมัน"

          และพ่อบอกอีกว่า "บึ้งตัวไหนมี ๑๐ ขาเป็นบึ้งบ้า ใครกินเข้าไปก็จะเป็นบ้า   และรักษาไม่หาย"

บทที่ ๑๙  ฝนตกจับอึ่งมาย่างกิน

          ทิดจุ่นจับไม้ขึ้นมาตับหนึ่งดึงอึ่งออกมา ๒ ตัว "บีบขี้ออกก่อนจึงกิน" คูนจึงเอาเล็บหยิกท้องอึ่งอย่างว่องไวทั้งสองตัว  จึงกัดที่หัวอึ่งระลงมาจนถึงโคนขาใหญ่ พอตัวที่หนึ่งหมดก็กัดตัวที่สองอีก  พอจวนหมดทิดจุ่นบอกว่า "ดึกแล้วมันจวนสิแจ้ง ควรไปนอน..."

บทที่ ๒๐  ถึงแล้วแม่น้ำชี

        มันยาวเหยียดสุดสายตาจริง ๆ มองไปทางขวาก็ไม่รู้มันมาจากไหน  มองไปทางซ้ายก็ไม่รู้ว่าไปไกลสุดที่ใด ....ทำให้คูนตื้นตันใจอย่างพูดไม่ถูก 

         จันดีร้องขึ้นว่า "โอโฮ  เกิดมากูเพิ่งเห็นแม่น้ำใหญ่นี่แหละบักคูนเอ๊ย"  แตคูนบอกว่า "ใหญ่ขึ้นมากูสิจะไปเบิ่งทะเลให้ได้" พร้อมกับถอนใจ

        ขอเชิญกัลยาณมิตรที่เข้ามาอ่าน ได้แลกเปลี่ยนเกี่ยวกับคำศัพท์ที่เป็นตัวสีแดง และวัฒนธรรมเกี่ยวกับภาษาอิสานด้วยนะคะ  ขอขอบพระคุณค่ะ