ว่าด้วยเรื่องขนมอีสาน
ขนมข้าวปาดกับขนมตดหมา คูนได้กินครั้งสุดท้ายเมื่อปู่ตายใหม่ ๆ
ถ้าผมจำไม่ผิดนะครับ ขนมข้าวปาดมันจะหน้าตาเหมือนๆกับขนมเปียกปูน แต่มันจะมีสีเขียว ไม่ดำเหมือนเปียกปูน บางครั้งก็เคยเจอข้าวปาดสีขาวใส่ข้าวโพดก็มี กรรมวิธีการทำผมไม่แน่ใจ คนอีสานมักจะมีสำนวนติดปากว่า "กินข้าวปุ้น-ข้าวปาด" ก็คงจะเป็นของกินที่มักจะได้กินหรือทำคู่กัน ข้าวปุ้นเป็นของคาว ข้าวปาดเป็นของหวาน
หากจะเอ่ยถึงขนมหวานอีสานอย่างอื่นก็เช่น
- ขนมต้มมัด - มักได้กินเป็นปกติตามงานบุญทั่วไป จะมีมากเป็นพิเศษยามบุญกฐินหน้าออกพรรษา ใครไปทอดกฐินก็จะได้ข้าวต้มกลับบ้านทุกคน ส่วนผสมสำคัญคือ ข้าวเหนียวหม่า (แช่น้ำ) กล้วยอีออง (น้ำหว้า) และเกลือครับ บ้างก็ใส่ถั่วดำด้วย อีกสูตรที่เอาข้าวเหนียวมูนมาห่อกล้วย ก็จะออกมันๆ
- สมัยพ่อผมเป็นนักเรียนชั้น ป. (ตอนนี้ท่านอายุจะ 70 แล้วนะครับ) ย่าจะทำข้าวต้มให้ลูกๆเอาไปขายที่โรงเรียนเพื่อเป็นเงินใช้จ่าย ขายมัดละรู้สึกจะสลึงหรือสองสลึงนี่ล่ะครับ ซึ่งก็ช่วยให้มีเงินใช้จ่ายเลี้ยงครอบครัวได้อีกทางหนึ่ง

- ขนมเทียน - ผมมักจะได้กินขนมเทียนเมื่อไปบุญคุ้มหรือบุญหมู่บ้านและบุญเข้าพรรษา กระบวนการทำจะเริ่มที่ย่าจะใช้ให้ไปตัดใบกล้วย แล้วเอามาตากแดดให้นิ่ม ก้านกล้วยที่เหลือก็จะเอามาเล่นม้า เล่นปืนกล เล่นดาบ ต่อมากวนใส้ โดยไส้หวานทำจากมะพร้าวขูดกวนกับน้ำอ้อย ใส้เค็มทำจากถั่วนึ่งใส่เกลือ แป้งข้าวเหนียวเอามานวดใส่น้ำ ปั้นก้อนห่อใส้ที่ปั้นก้อนๆไว้ การห่อต้องทาน้ำมันที่ใบตองก่อนจึงทำเป็นช่อกรวย ขยับให้แน่น พับจีบให้คม ตัดปลายตองเศษ เหน็บปลายให้มิด เค้าบอกว่า "ให้มันสวยๆแหลมๆเหมือนนมสาว" เสร็จแล้วเอาไปนึ่งในซึ้งประมาณ 20 นาที ออกมาเป็นขนมเทียนใส่บาตรได้

และนี่ก็เป็นเกร็ดเล็กๆน้อยๆเรื่องขนมครับ
สัญชัย