การดูแลผู้ป่วยเบาหวานของโรงพยาบาลไม้แก่น


เมาะจิซง (นามสมมติ) อายุ 67 ปี เป็นโรคเบาหวานมา 10 กว่าปี มีภาวะแทรกซ้อนคือกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด และความดันโลหิตสูง รักษาอยู่รพ.ข้างเคียงซึ่งมีศักยภาพสูงกว่า วันหนึ่งมีเหตุให้เมาะจิซงเข้ารับบริการที่รพ.ไม้แก่น และเกิดความประทับใจในการให้บริการของโรงพยาบาล (First Impression) เพราะเจ้าหน้าที่พูดจาเป็นกันเอง มีความรวดเร็วในการให้บริการ (Patient Focus) ทำให้เมาะจิซง ขอมารับบริการเป็นคนไข้ประจำ เพราะเห็นว่าไม่ต้องรอนาน โดยระยะเวลาการรับบริการของ รพ.ไม่เคยมากกว่า 60 นาที (One Stop Service)

 เมื่อมาถึง รพ.แล้วเมาะจิซงเพียงแค่ยื่นบัตรที่ห้องบัตร แล้วเดินถือสมุดนัดเบาหวานมาเจาะเลือดที่ห้อง lab ได้เลย โดยไม่ต้องรอรับบัตรผู้ป่วยนอก ก่อนเจาะเลือดเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบในบัญชีรายชื่อประจำวันว่าเมาะจิซงอยู่ในรายชื่อที่ต้องเจาะเลือดคัดกรองภาวะแทรกซ้อนที่เกี่ยวกับห้อง lab หรือไม่ ซึ่ง check ได้ไม่ยากเพราะ รพ.ไม้แก่น มีระบบนัดผู้ป่วยเป็นรายตำบล ผู้ป่วยตำบลเดียวกันจะมารับบริการวันเดียวกัน เกิดการช่วยเหลือกันระหว่างผู้ป่วย (Peer Assist)

ตรวจเลือดเสร็จแล้ว ก็พอเหมาะพอเจาะกับที่บัตรผู้ป่วยนอกของเมาะมาถึงห้องบัตรโดยเจ้าหน้าที่มาส่งเอง เป็นการป้องกันการละเมิดด้านข้อมูลผู้ป่วย (Patient Right Protection) เมาะจิซงเดินเพียงไม่กี่ก้าวก็ถึงเก้าอี้นั่งรอหน้าห้องตรวจ ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับห้องเจาะเลือด แทบจะคุยไปมาได้โดยไม่ต้องตะโกน ที่หน้าห้องตรวจพยาบาลจะซักประวัติ ตรวจสัญญาณชีพ และเข้าพบแพทย์ซึ่งจะทำการซักประวัติเพิ่มเติม ตรวจร่างกาย สั่งยา และให้คำแนะนำที่สำคัญ ตลอดจนนัดตรวจครั้งต่อไปเสร็จสรรพ

ได้ใบสั่งยาแล้วเมาะจิซงจะนำไปวางในตะกร้าหน้าห้องยา เจ้าหน้าที่จัดยาเสร็จแล้วจะรียกไปนั่งคุยหน้าห้องยา แนะนำการใช้ยาอย่างละเอียดตัวต่อตัว นับเป็นปรากฎการณ์ที่เมาะจิไม่เคยพบเห็นที่ใดมาก่อน (Innovation) ทำให้อัตราการผิดพลาดทางยาของ รพ.ไม้แก่นต่ำกว่าร้อยละ 0.5 ตลอดมา ทั้งยังเป็นการสร้างสัมพันธภาพอันดีระหว่างเจ้าหน้าที่กับผู้รับบริการ เป็นที่ประทับใจของเมาะจิซงเป็นอย่างมาก

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ทาง รพ.จะจัดให้การบริการเป็นอย่างดี ระดับน้ำตาลในเลือดเมาจิซงก็ยังไม่เคยต่ำกว่า 200 mg% ในช่วง 4-6 เดือนที่ผ่านมา ถึงแม้จะใช้ Insulin ฉีดวันละ 70 U ก็ตาม จากการทบทวนเวชระเบียนผู้ป่วยนอกพบว่า เมาะจิซงก็มาตรวจตามนัดตลอด คุมอาหารก็ดี  เป็นเหตุให้วันหนึ่งขณะเมาะจิซงกำลังนอนพักผ่อนอยู่หน้าบ้าน ก็ได้ยินเสียงเรียกคุ้นๆ เหมือนเจ้าหน้าที่ รพ.ซึ่งมากันครบทีมสหวิชาชีพ (Home Health Care) ใช่แล้วครับทาง รพ.ไม้แก่นมีแผนเยี่ยมบ้านโดยทีมสหวิชาชีพ ในผู้ป่วยที่มีปัญหาทางการรักษา เช่น เบาหวานที่คุมได้ไม่ดี ผู้ป่วยช่วยเหลือตนเองไม่ได้ ขาดนัดเป็นเวลานาน เป็นต้น

จากการเยี่ยมบ้านในวันนั้นทำให้เราพบเหตุผลที่แท้จริง ที่เมาะจิซงคุมระดับน้ำตาลได้ไม่ดีเท่าที่ควร เพราะตลอดทุกซอกทุกมุมของบ้านที่ไปสำรวจพบ พบอาหารหวาน ผลไม้รสหวาน นานาชนิด ซึ่งเมาจิบอกว่าไม่ได้กิน เมื่อซักประวัติที่คลินิกเบาหวาน แต่เมื่อมาถึงที่บ้านเมาะจิซงก็จนด้วยหลักฐาน แต่เราก็ไม่ได้โทษหรือตำหนิเพื่อให้แกรู้สึกผิดอะไร แต่เราได้เรียกสามีของเมาะจิและสมาชิกในครอบครัวมาทำความเข้าใจร่วมกันถึงความสำคัญในการคุมอาหาร จะได้ช่วยเป็นอีกแรงสนับสนุนในการคุมอาหารของเมาะจิ  ไม่เพียงแต่เรื่องอาหารเท่านั้นที่เราตรวจพบ เรายังพบอีกว่าบางวันเมาะจิก็ไม่ได้ฉีดยาตามแพทย์สั่งเพราะคนฉีดยาไม่อยู่บ้าน เราจึงได้สอนให้เมาะจิกล้าที่จะฉีดยาเอง และเปลี่ยนยาฉีดเป็นแบบปากกาแทน เพื่อให้ง่ายต่อการใช้

หลังจากนั้นไม่กี่สัปดาห์ เมาะจิซงได้เข้ามารับการรักษาในโรงพยาบาล ด้วยอาการของโรคอื่นๆ แต่พบว่าน้ำตาลในเลือดได้ลดต่ำลงเรื่องๆ จนต้องปรับลดยาฉีดอินซูลินจาก 60-70 U/วัน เหลือแค่วันละ 20 U เท่านั้น

นอกจากกิจกรรมที่กล่าวมา รพ.ไม้แก่นมีแผนที่จะจัดกิจกรรมมหกรรมเบาหวานเพื่อการให้ความรู้แบบเข้มข้น อย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง ซึ่งได้จัดไปแล้วหนึ่งครั้ง โดยกิจกรรมดังกล่าวมีการแบ่งผู้ป่วยที่เข้าร่วมเป็นกลุ่มๆ แยกทำกิจกรรมตามซุ้มต่างๆ ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้ป่วย และจากการรวมตัวของผู้ป่วยในวันนั้น เราคาดว่าจะเกิดการรวมตัวของผู้ป่วยจัดตั้งเป็นชมรมเบาหวานของแต่ละตำบลซึ่งเป็นกิจกรรมที่เราต้องการส่งเสริมให้เกิดขึ้นต่อไป

ผู้เล่าเรื่อง : นพ.ยา สารี รพ.ไม้แก่น จังหวัดปัตตานี