ตามที่ได้เล่าแล้วที่นี่ ว่า สกอ. ได้จัดสัมมนาเรื่อง บทบาทของกรรมการสภาสถาบันผู้ทรงคุณวุฒิ ตามมาตรา ๒๘(๔) แห่ง พรบ. สถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ. ๒๕๔๖ เมื่อวันที่ ๒๗ ก.ย. ๕๓
นับเป็นครั้งแรกที่มีการสัมมนากรรมการสภาฯ ผู้ทรงคุณวุฒิกลุ่มนี้ โดยนอกจากผมบรรยายพิเศษแล้ว การอภิปรายเรื่อง บทบาทของกรรมการสภาสถาบันอุดมศึกษาเอกชน ตาม พรบ. สถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ. ๒๕๔๖ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๐ โดย เลขาธิการ กกอ. และ ผอ. สำนัก อีก ๔ ท่าน ช่วยให้ความเข้าใจแก่ผู้เข้าร่วมสัมมนาอย่างมากมาย
จนทำให้ผมตัดสินใจขอลาการประชุมอื่นในตอนบ่าย เพื่ออยู่ฟังการอภิปรายแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และปัญหาอุปสรรค ในการทำหน้าที่กรรมการสภาผู้ทรงคุณวุฒิ
แล้วก็ไม่ผิดหวัง เพราะได้รับฟังปัญหาในการทำหน้าที่กรรมการสภาฯ ในฐานะที่เป็นคล้ายๆ ตัวแทนของ สกอ. ซึ่งมีมากมาย โดยสรุปก็คือทางผู้บริหารและผู้รับใบอนุญาตเปิดสถาบันอุดมศึกษาจำนวนหนึ่งมองว่ากรรมการสภาฯ ที่ รมต. แต่งตั้งจากรายชื่อของ กกอ. เป็นคนละพวก แสดงอาการไม่ต้อนรับหลากหลายแบบ และกรรมการสภาฯ เหล่านี้หลายท่านไปพบการจัดการประชุมแบบไม่ตรงไปตรงมา ต้องการเล็ดลอดการกำกับดุแลของสภาฯ
โดยส่วนตัวผมเชื่อว่าท่าทีของผู้บริหารและฝ่ายผู้รับใบอนุญาตต่อกรรมการสภาฯ กลุ่มนี้น่าจะมีแตกต่างกัน สถาบันอุดมศึกษาเอกชนที่มั่นคงและมีชื่อเสียงดี น่าจะเห็นประโยชน์ของการกำกับดูแลอย่างตรงไปตรงมาของกรรมการสภาฯ ส่วนบางสถาบันที่ดำเนินการแบบไม่ตรงไปตรงมา ก็คงจะต้องระแวงและไม่ชอบกรรมการสภาฯ กลุ่มนี้เป็นธรรมดา
ดังนั้น ผมจึงมีความเห็นเชิงเสนอแนะมาตรการในการดำเนินการเพื่อสร้างสรรค์ความเข้มแข็งของกลไกกำกับดูแลสถาบันอุดมศึกษาเอกชนดังนี้
๑. จัดให้มีการประกาศเกียรติคุณ “สภาสถาบันอุดมศึกษาเอกชนยอดเยี่ยมแห่งปี” จากการตรวจสอบหลักฐานการปฏิบัติงานของสภาฯ และใช้เวทีของการประกาศเชิดชูเกียรติในการแถลงต่อสื่อมวลชนและสังคมว่า สภาสถาบันอุดมศึกษาที่ดีเป็นอย่างไร มี KPI อะไรบ้าง และชี้ให้เห้นว่า สภาฯ ที่ดี จะช่วยส่งเสริมให้สถาบันนั้นมีคุณภาพดีไปด้วย
๒. สกอ. ยกร่าง “แนวปฏิบัติในการประชุมสภามหาวิทยาลัย” ระบุการจดรายงานการประชุมที่มีการระบุความเห็นแย้งต่อมติของที่ประชุมและระบุชื่อผู้มีความเห็นแย้ง ระบุหลักการจัดการประชุมที่ดี เช่นต้องส่งแฟ้มประชุมถึงมือกรรมการอย่างน้อย ๕ วันทำการ และไม่มีการบรรจุวาระสำคัญเป็นวาระจร เป็นต้น
๓. จัดการฝึกอบรมเลขานุการสภาสถาบันอุดมศึกษาเอกชน และเจ้าหน้าที่จดรายงานการประชุม
๔. สกอ. กำหนดรายชื่อผู้สอบบัญชีรับอนุญาตที่มีคุณภาพเป็นที่ยอมรับ ที่จะให้สถาบันอุดมศึกษาเอกชนว่าจ้าง เพื่อป้องกันการจ้างผู้สอบบัญชีที่สมยอมกัน
๕. จัดกลไกสื่อสาร ๒ ทาง ระหว่างกรรมการสภาฯ กลุ่มนี้ กับ สกอ. รวมทั้งมีจดหมายข่าวส่งให้แก่กรรมการสภาฯ กลุ่มนี้ อย่างสม่ำเสมอ เช่นทุกๆ ๓ – ๔ เดือน โดยที่เงื่อนไขการดำเนินการที่แจ้งไปยังฝ่ายบริหารของสถาบันอุดมศึกษาเอกชนต้องแจ้งให้กรรมการสภารับทราบด้วย
ผมมองว่า เราต้องหาทางยกย่องเชิดชูสถาบันอุดมศึกษาเอกชนที่ดำเนินการอย่างถูกต้องทำนองคลองธรรม ให้เป็นที่ประจักษ์ ให้ได้เปรียบในด้านความน่าเชื่อถือ และต้องลงโทษสถาบันที่ทำผิดชัดแจ้ง รวมทั้งใช้มาตรการคุ้มครองผู้บริโภคที่ดำเนินการโดยภาคประชาสังคม สถาบันเกเรก็จะลดไปเอง
วิจารณ์ พานิช
๒๗ ก.ย. ๕๓