บุญเสมอจึงเจอกัน

Lin Hui
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

บุญเสมอจึงเจอกัน กำลังกังวลใจเรื่องน้องเหมียว แมวที่ป่วย กลับจากไปเที่ยวมาเก๋า ฮ่องกง ห่อเหี่ยวใจยิ่งนัก แมวดูไม่ดีเลย เช้าวันที่ 31ตค. มีเหตุให้ออกจากบ้านเพื่อสร้างพลังและกำลังใจให้ตนเอง ตลาดกลางไม้ดอกไม้ประดับโคกกรวด เป็นสถานที่สามารถสร้างสิ่งเหล่านนี้ให้กับอาม่าได้ และที่แห่งนี้เองที่มีครอบครัวที่ขายไม้ดอกไม้ประดับ มีคุณแม่ขายอาหาร เป็นครอบครัวที่น่ารัก และใส่ใจอาม่าเสมอมา  พอเห็นหน้าอาม่าดีใจกันใหญ่ ทั้งแม่ลูกพูดพร้อมกันว่า อาจารย์อายุยืนจริง กำลังพูดถึงก็มาพอดี  กำลังจะเพาะเมล็ดมะละกอพันธุ์ดี ที่ได้รับจากท่านผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง ถ้างอกและแข็งแรงแล้วจะให้อาจารย์เอาไปปลูกที่บ้าน อาจารย์ทานข้าวหรือยัง พอบอกว่ายังเท่านั้นเอง ทั้งแม่ลูกรีบจัดข้าวพร้อมไก่ทอดร้อนๆ หั่นเป็นชิ้นพอคำ และน้ำซุปหนึ่งถ้วย มาให้กินเป็นอาหารเช้า กินเสร็จยังให้ต้นไม้เล็กๆ อีกสองกระถาง ให้เอากลับมาด้วย อิ่มท้องแล้วก็กินยาพญามือเหล็ก

จากนั้นก็ขับรถกลับบ้าน ผ่านเพิงข้างทางขายไข่ไ่ก่สดๆ ของซีพี จึงแวะซื้อ ผู้ชายวัยกลางคน คนขายไข่พูดจาน่าฟังมากและรู้ได้ทันที่ว่าไม่ใช่คนธรรมดา ….และทราบว่าเป็นสัตวแพทย์ จึงปรึกษาเรื่องแมวที่ป่วย และเล่าความเป็นมาทั้งหมดให้ฟังพร้อมประวัติการรักษา…น้องหมอจึงบอกว่าให้ พาน้องเหมียวมาให้ดูพร้อมเอกสารการรักษาติดมาด้วย อาม่าดีใจมากรีบกลับมารับเจ้าเหมียว พร้อมเอกสารการรักษา รีบขับรถมาหาน้องหมอทันที่ พออ่านประวัติการรักษาเสร็จ น้องหมอโทรฯหาหมอเจ้าของไข้ทันที่สอบถามรายละเอียดและผลเลือด ดูเหมือนตอนคุยกันเป็นภาษาที่น่าฟังอย่างยิ่ง ทั้งสองฝ่ายให้ความเคารพกันและกันช่วยเหลือกันเป็นอย่างดียิ่ง สักพักน้องหมอจับแมวออกจากตระกล้าตรงไปที่ต้นไม้ ให้น้องเหมียวเกาะต้นไม้ น้องเหมียวรีบเกาะต้นไม้ทันที่หมอก็ยิ้ม หมอดูตาน้องเหมียว แล้วยิ้มอีกครั้งหมอบอกว่า อาจารย์เคยสังเกตุตาแมวไหม ว่าตาสองข้างไม่เหมือนกัน เขาเรียกว่าแมวตาเพชร อาม่าตอบว่าค่ะเห็นว่าตาสองข้างไม่เหมือนกัน เวลาเขาเผลอจะเห็นชัด ลูกชายของหมอรีบบอกว่า ตาสีมรกต หมอจึงบอกว่าเป็นแมวพันธุ์ผสม ที่สืบสายพันธุ์แมวโบราณของไทย อะไรกันนี่ อาม่าไม่มีความรู้เรื่องแมวเลย และน้องเหมียวเขาหนีตายจากถูกมอเตอร์ไซชน เข้ามาหลบอยู่ในสวน ได้ยินเสียงร้องน่าสงสาร จึงเลี้ยงดูเขามาตั้งแต่วันนั้นที่อายุไม่ถึงอาทิตย์ จนบัดนี้กว่าสิบปีแล้ว

สักครู่เดียวภรรยาของน้องหมอก็มาถึง หมอหยกเป็นสัวต์แพทย์ที่ออกไปช่วยเหลือรักษาสัตว์เลี้ยงของชาวบ้าน เป็ดไก่ ห่าน  หมู วัวควาย หมาแมว ฯลฯ. ท่านอุทิศชีวิตช่วยเหลือสัตว์เลี้ยงของชาวบ้านผู้ยากไร้  นอกจากนั้นยังช่วยเหลือคนยากไร้ให้ช่วยกันเลี้ยงปลาเลี้ยงสัตว์ ปลูกข้าว ปลูกผัก ผลไม้ในที่ดินของท่าน และสอนให้ทำงาน แบ่งหน้าที่ชัดเจน แบ่งรายได้ให้อย่างยุติธรรม ทุกคนมีรายได้ จากผลผลิตที่ตัวเองทำได้  ทำให้เป็นแหล่งพึ่งพิงของผู้ยากไร้กลุ่มหนึ่ง

หมอหยกคุยกับสามีอยู่พักหนึ่ง ก่อนมาตรวจน้องเหมียวอย่างละเอียด และบอกว่า อาจารย์พามาฉีดยาสามเข็มต่อเนื่องกันสามวันนะค่ะ และอธิบายให้ฟังว่าน้องเหมียวไม่สบายอ่อนเพลียมาก แมวเป็นสัตว์กระเพาะเดียว เป็นสัตว์กินเนื้อ ให้เอาเนื้อหมูสดๆ ที่มั่นใจว่าไม่มีพยาธิให้กินต่อเนื่องกันสามวัน เขาจะฟื้นตัวได้เร็ว

อาม่าทำตามหมอสั่งอย่างเคร่งคัด น้องเหมียวดีขึ้นทันตาเห็น วันนี้ครบสามวันร้องกินเนื้อสดและและปลาสด ดูสดชื่นขึ้นรวดเร็วเมื่อฉีดยาครบสามเข็ม คุณหมอบอกว่าอีกอาทิตย์ให้พาน้องเหมียวมาฉีดวัคซีนรวม และวัคซีนป้องกันโรคสุนักบ้า อาม่าถามคุณหมอเกี่ยวกับค่ารักษาด้วยความเกรงใจ คุณหมอบอกว่าคิดค่าฉีดยาครั้งละ 50 บาท ครบสามเข็มค่อยจ่าย วันนี้ฉีดยาครบสามเข็มแล้ว อาม่าบอกว่างั้นอาม่าขอทำบุญ จึงมอบเงินจำนวนหนึ่งให้ คุณหมอบอกว่ามากเกินไป นี่รวมทั้งค่าฉีดยาวัคซีนครั้งต่อไปก็ยังเหลือ อาม่าบอกว่าตั้งใจทำบุญค่ะ

บุญเสมอจึงเจอกัน อาม่าประทับใจคุณหมอคู่นี้มากๆ  และวันนี้ได้ดื่มน้าชาเกษรบัวหลวงสดๆ จากฝีมือน้องหมอ ที่เก็บบัวหลวงจากสระที่ปลูกเอง นอกจากนั้นยังเก็บดอกบัว ฝักบัวกำลังกิน ฝักบัวอ่อนให้นำไปจิ้มน้ำพริกด้วยค่ะ อาม่านำดอกบัวมาจัดแจกันไหว้พระในคืนนี้ด้วยค่ะ ขอทุกคนได้รับบุญทั่วถึงกันค่ะ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรื่องเล่าของ Lin Hui



ความเห็น (12)

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ

อ่านเรื่องนี้อย่างมีความสุขค่ะ

บุญเสมอ จึงเจอกัน

ขอบคุณค่ะ

เขียนเมื่อ 

การได้พบกับคนดี การเสวนากับกัลยาณมิตรย่อมได้รับการช่วยเหลือ

ดีใจแทนแมวเหมียวที่เจ้าของเปี่ยมด้วยเมตตาครับ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ

มากราบคารวะอาจารย์ด้วยความเคารพ รัก และระลึกถึงเสมอค่ะ

"คนขายไข่พูดจาน่าฟังมากและรู้ได้ทันที่ว่าไม่ใช่คนธรรมดา"  ทำให้นึกถึงที่ครั้งหนึ่งน้องเปิดร้านขายกาแฟ

ลูกค้าท่านหนึ่งบอกว่า "คุณดูเหมือนไม่ใช่แม่ค้าธรรมดานะคะ"  แล้วเราก็คุยกันถูกคอ  ติดต่อกันมาจนทุกวันนี้ค่ะ

เขียนเมื่อ 

คนไทยนี่ก็แปลกนะครับ เห็นคนธรรมดา พูดจาธรรมดา (ธรรมชาติของคนคือการอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างมีความสุข)มีความเป็นกัลยานมิตร กลับมองเห็นเป็นเรื่องแปลก แล้วคนไม่ธรรมดา เป็นอย่างไรหนอ...อยากรู้จัง

เขียนเมื่อ 

ณัฐรดา ขอบคุณค่ะ ที่บันทึกนี้สร้างรอยยิ้มแห่งความสุขได้ค่ะ

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณมากค่ะ ผอ.พรชัย น้องเหมียวคงเป็นแมวที่มีบุญจริงๆ ค่ะจึงให้มีเหตุไปพบเจอหมอผู้ที่จะช่วยเขาได้ค่ะ

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณค่ะ ครูคิม ทำดีย่อมได้ดีเสมอเหมือนครูคิมค่ะ

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณค่ะครูแทน

มนุษย์มีความหลากหลาย อย่าไปอยากรู้เรื่องคนอื่นเลย เขาจะคิดอย่างไรก็ไม่ใช่เรา สติเป็นของเรา ลมหายใจเป็นของเรา ความคิดก็เป็นของเรา เรามิอาจไปเปลี่ยนความคิดของใครๆได้ นอกจากของตัวเราเองค่ะ

เขียนเมื่อ 
  • สวัสดีครับ อ.Lin Hui
  • จะเรียกว่ามีวาสนาได้ไหมครับ
  • ขอบคุณสำหรับเรื่องราวดีๆ ที่อ่านแล้วสุขใจมากครับ
เขียนเมื่อ 

ขอโทษที่มาตอบช้าไปค่ะ น้องสิงห์ป่าสัก อันคำว่า วาสนานั้นอาจจะดูว่าสูงส่งไปค่ะ เอาแค่มีบุญที่เสมอกันน่าจะพอเหมาะค่ะ

    อ่านแล้วรู้สึกดีจัง ประทับใจมาก ๆ เลยค่ะ

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณค่ะ คุณอัญชลินทร์ ที่บันทึกนี้สามารถสร้างความประทับใจและ ความรู้สึกดีค่ะ