หลังจากได้ฟังคำเตือนจากกรมอุตุฯ   เมื่อวานฝนตกปรอยๆ ตลอดวันกระทั่งดึก   แต่หลังจากนั้นทั้งลมและฝนก็ซัดกระหน่ำ  เสียงพรูปรัวะๆ  บนหลังคาครั้งแล้วครั้งเล่า  เป็นเสียงของพายุอย่างแท้จริง   ตื่นขึ้นมาเปิดประตู  พบว่าน้ำท่วมคูระบายน้ำ  เนื่องจากท่ออุดตัน  กำลังจะไหลเข้ามาที่หน้าบ้าน 

 

      หกโมงครึ่งแต่งตัวพร้อมจะออกจากบ้านโทรหาน้องนักการ ว่าสภาพโรงเรียนเป็นอย่างไร  น้องบอกว่าน้ำท่วมประมาณหน้าแข้ง และยังไม่มีใครมา  อย่าเพิ่งมา  ประมาณ เจ็ดโมงน้องคนเดิมโทรมาบอกว่า  ผอ.สั่งปิดโรงเรียน ๑ วัน    ผ่านไป ๑ ชัวโมง มีข้อความผ่านโทรศัพท์ SMS แจ้งมายังครูทุกคนว่า  ยืนยันการประชุมแต่เลื่อนจาก แปดโมงครึ่งเป็นเก้าโมง 

 

     ขณะที่กำลังจะถอยรถออก  เพื่อนรักก็มาเรียกว่า  "เดิน!  ไม่ต้องนำรถไป  เขาไปมาแล้ว  นำรถมาไว้และเดินกลับมาใหม่"  จึงทิ้งรถไว้แล้วเดินไปกับเพื่อนและอัตราจ้างอีก ๑ คน  ไปถึงสี่แยกอนามัย   น้ำก็ไม่เท่าไหร่  แต่คลื่นจากรถขนาดใหญ่รุนแรงและสูงมาก  หากนำรถเก๋งมา  น้ำเข้าช่วงล่างแน่  ก็เดินไปถ่ายรูปไปอย่างสนุกสนาน

 

 

     แต่พอเลยมาหน่อยคลื่นน้ำที่กระแทกมาสูงสาดครั้งแล้วครั้งเล่า ทำให้กระโปรงเปียก  และการเดินต้องระมัดระวังท่อที่อาจจะไม่มีฝา    ระวังสายไฟรั่ว  ใจก็หวาดหวั่นใจหนึ่งอยากจะถอยไปตั้งหลักใหม่   แต่เพื่อนซึ่งใจถึงมากก็ไม่ยอมเดินหน้าอย่างเดียว  บางที่ไม่กล้าหยั่งขาลงไปเพราะกะระยะไม่ถูก  ก็เก้ๆ กังๆ กันอยู่   จนเห็นสมาชิกเพิ่มเติมก็เริ่มดีใจ  

 

     แวะตุนเสบียงที่เซเว่น   หิ้วไปโรงเรียน  พบเพื่อนๆ กำลังถ่ายรูปกัน ยิ้มเฮฮากันไป  แล้วทุกคนก็ถึงโรงเรียน  มีเสียงบ่นมาบ้าง  แต่ทุกคนก็เข้าใจปัญหาเร่งด่วนที่จะต้องประชุมเพื่อเตรียมงานนิทรรศการสวนพฤกษศาสตร์และการรับเสด็จฯ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ  ในวันที่ ๙ พ.ย.๕๓ ทุกอย่างต้องดำเนินไป  หลายคนไม่ได้พักมาเกือบปี  ขณะที่เราและอีกหลายๆ คน หายใจทิ้งไปวันๆ 

 

 

       ประชุมเสร็จก็เที่ยงพอดี   ได้อาหารที่ตุนไว้นั่นล่ะกินกัน   ช่ายบ่ายเดินกลับมา น้ำเริ่มลดลง  ภาวะที่เราพบเจอ   เพียงเศษเสี้ยวของผู้เดือดร้อนจากน้ำท่วม   เราจึงยิ้มได้กับประสบการณ์ในวันนี้  เพราะมันแค่จิ๊บ ๆ